หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ คำนวณค่างวดผ่อนรถ
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด🖉 ตั้งกระทู้ใหม่

เงินสำรองระหว่างประเทศของไทย พุ่งสูงสุด! อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ที่ 280,000 ล้านUSD เป็นครั้งแรกในประวัติการณ์!!

เงินสำรองระหว่างประเทศของไทย พุ่งสูงสุด! อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ที่ 280,000 ล้านUSD เป็นครั้งแรกในประวัติการณ์!!

รายงานพิเศษของเพจเฟซบุ๊ก Thailand Development Report ได้เปิดเผยถึงความเคลื่อนไหวของเงินสำรองระหว่างประเทศ(รายสัปดาห์) ณ วันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 พบว่าอยู่ที่ 280,697.88 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนที่ 279,908.13 ล้านดอลล่าร์สรอ. นับว่าเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดนับตั้งแต่มีการเก็บสถิติมา!!! และเมื่อเทียบกับระดับโลก ประเทศไทยยังคงรั้งตำแหน่งอันดับ 12 ของโลกใน ด้านปริมาณเงินทุนสำรองฯไว้อย่างเหนียวแน่น

เงินสำรองฯมูลค่า 280,697.88 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ หากเทียบเป็นเงินบาทไทยจะอยู่ในมูลค่าที่ 8,501,777.48 ล้านบาท

"เงินสำรองฯ เป็นเครื่องมือชี้วัดความสำคัญที่ต่างชาติใช้ประเมินความมั่นคงและเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงินของประเทศ หากเงินสำรองฯ มีน้อยไปก็อาจเสี่ยงต่อการเกิดวิกฤติค่าเงินเช่นที่เคยเกิดขึ้น แต่ถ้ามีมากไปก็อาจต้องคำนึงถึงภาระจากขนาดงบดุลธนาคารกลางที่ใหญ่ขึ้นทั้งด้านสินทรัพย์และหนี้สินด้วยเช่นกัน"

ที่เงินสำรองฯ เพิ่มขึ้นมาขนาดนี้ เป็นเพราะกระแสเงินที่ไหลเข้ามาในประเทศไทย แม้ว่าเศรษฐกิจไทยชะลอตัวลงจากผลกระทบโควิด-19 แต่ทว่า ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างสวนกระแส จากการไหลเข้าของเงินลงทุนไทยที่เคยลงทุนในต่างประเทศกลับเข้ามา รวมถึงเงินทุนต่างชาติ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกดดันให้ค่าเงินบาท อาจมีทิศทางแข็งค่ามากขึ้นอีกในปีหน้า
โดยหลักๆ การแข็งค่าของเงินบาท เปรียบเสมือนเป็นการเพิ่มขึ้นของมูลค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับสกุลเงินต่างชาติอื่นๆ สาเหตุส่วนใหญ่มีผลมาจากความต้องการเงินบาทที่เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินบาท โดยสิ่งที่อาจจะแตกต่างกันไปในการแข็งค่าของเงินบาทในแต่ละครั้ง อยู่ที่ปัจจัยหรือสาเหตุที่ส่งผลทำให้ความต้องการเงินบาทมีการเพิ่มขึ้น

หลังจากช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา อัตราค่าเงินบาทของไทยได้ปรับตัวแข็งค่าลงมาใกล้ระดับ 30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐอีกครั้ง หลังจากที่เคยแข็งค่าในระดับนี้ไปล่าสุดเมื่อช่วงสิ้นปีที่แล้ว และมันส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งค่ากว่า 3% เมื่อเทียบกับช่วงสิ้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งปริมาณเงินทุนที่ไหลเข้ามาในเดือนพฤศจิกายน ถือเป็นยอดที่สูงที่สุดในรอบ 17 เดือน นับตั้งแต่เดือนมิถุนายนปีที่แล้วที่มียอดการไหลของเงินทุนกว่า 1.2 แสนล้านบาท

ส่วนสาเหตุหลักๆ ที่ส่งผลให้เกิดการไหลเข้าของเงินทุนต่างชาติในครั้งนี้ เป็นผลมาจากการปรับทิศทางการลงทุนของเงินลงทุนต่างประเทศที่มีการปรับย้ายเม็ดเงินลงทุนเข้าสู่ภูมิภาคเอเชียเพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากผลจากการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ และผลการพัฒนาวัคซีนที่เป็นไปในเชิงบวก
ทำให้เกิดมุมมองที่เป็นบวกต่อทิศทางเศรษฐกิจ และส่งผลให้มีการเคลื่อนย้ายเงินทุนจากสินทรัพย์เสี่ยงต่ำอย่างพันธบัตรสหรัฐ มาเลือกหาผลตอบแทนที่สูงในตลาดเอเชียที่มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ดีและสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแรง

ซึ่งการเข้ามาของเงินทุนในเดือนพฤศจิกายนนี้ถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของกระแสเงินทุนที่จะมีการไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เพราะในปีหน้าการไหลเข้าของเงินทุนก็มีแนวโน้มที่จะดำเนินต่อไปอีก อันเป็นผลมาจากความต้องการหาผลตอบแทนที่สูงขึ้นของนักลงทุนต่างชาติ (Search for yield) ที่คงยังมีอยู่ต่อไป และส่งผลให้มีแนวโน้มการเคลื่อนย้ายการลงทุนมายังประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
ประเด็นการไหลเข้าของเงินทุนต่างประเทศจึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญ ที่จะกดดันแนวโน้มค่าเงินบาทไทยให้มีทิศทางแข็งค่ามากขึ้นอีกในปีหน้า ร่วมกับปัจจัยอื่นๆ เช่น การเกินดุลการค้าของไทย

ทำให้ภาครัฐเป็นห่วงว่า จะเข้ามาซ้ำเติมเศรษฐกิจที่ปัจจุบันถูกกระทบจากการระบาดของโควิด-19 โดยภาคการส่งออก ซึ่งเป็นภาคธุรกิจสำคัญที่มีผลต่อจีดีพี จะเป็นกลุ่มแรกที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาดังกล่าว โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่มีสายป่านสั้น ทำให้กระทรวงการคลังประกาศย้ำว่า นโยบายการเงินที่ดูแลโดยธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)จะต้องสอดประสานและผ่อนคลายกับนโยบายการคลัง เพื่อเอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

สำหรับนโยบายการเงินนั้น เริ่มมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ตอนนี้ธปท.ให้ความสำคัญกับการเติบโตของเศรษฐกิจ จากเดิมที่จะเน้นให้น้ำหนักเงินเฟ้อ ที่เดิมหากผ่อนคลายนโยบายการเงินนานไป จะส่งผลต่อเสถียรภาพการเงิน ฟองสบู่เศรษฐกิจ แต่ในสถานการณืตอนนี้ทุกประเทศมองว่า สิ่งที่จะกระทบเสถียรภาพเศรษฐกิจที่สุด คือ จีดีพียังไม่ฟื้นกลับมา อันนั้นคือสิ่งที่น่ากังวลที่สุด จึงคิดว่าทางธปท.เองก็อยากให้เศรษฐกิจฟื้นเหมือนกัน

จากนี้เราคงต้องจับตาดูนโยบายทางการคลัง และนโยบายทางการเงิน ที่กระทรวงคลังฯและธนาคารกลาง ออกมาเพื่อพยุ่งความเสียหายและฟื้นฟูเศรษฐกิจกันต่อไป

**ธปท. ยัน บาทแข็ง ยังไม่ถึงคิวอี(QE) - ผู้ว่าธปท.กล่าวว่า มีการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการที่จะออกมารองรับการดำเนินนโยบายการเงิน โดยมีการกล่าวถึงจำนวนมากเรื่องของการทำคิวอี ซึ่งการที่ต่างประเทศทำคิวอี เพราะต้องการอัดสภาพคล่องเข้าระบบเพื่อให้บอนด์ยิลด์ต่ำลง เพราะการไฟแนนซ์ต่างประเทศพึ่งพิงตลาดบอนด์เป็นหลัก แต่ว่า ต่างจากไทยที่พึ่งพาเงินจากระบบแบงก์หรือธนาคาร และปัจจุบันนี้สภาพคล่องล้นระบบ แต่เรามีปัญหาของการกระจายสภาพคล่อง โดยเฉพาะเอสเอ็มอีที่เข้าไม่ถึงสินเชื่อ

“ถามว่า(การทำคิวอี) เป็นโจทย์เราหรือเปล่า ปัจจุบันสภาพคล่องล้น แต่ประเด็นปัญหา คือ การกระจายสภาพคล่อง เป็นเรื่อง Credit Risk วิธีการแก้ไข คือ การเข้าไปค้ำประกัน ไม่ใช่ทำคิวอี ทำคิวอี แทบตาย สภาพคล่องก็ไม่ไปหาเอสเอ็มอี มันก็ไม่เกิดประโยชน์"
.
สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่า เงินสำรองระหว่างประเทศ(Foreign Exchange Reserves) คืออะไร?? สำคัญไฉน?? สามารถเข้าไปอ่านได้ที่นี่: https://www.facebook.com/.../a.12896.../1559796467495972/...

เขียนและเรียบเรียงโดย แอดมืด ThaiDevReport #TDR
.
https://www.bot.or.th/.../statistics/BOTWEBSTAT.aspx...

ที่มา : เพจ Thailand Development Report
https://www.facebook.com/.../a.128962947.../1998370136971934

ขอบคุณเนื้อหา และสามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่: https://www.facebook.com/thaitribune1/photos/a.178220532385131/1477216415818863/
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: มารคัส
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
10 VOTES (5/5 จาก 2 คน)
VOTED: มีร่า, Thorsten
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จ่อนอนคุก! "ครอบครัวหัวร้อน" ถูกคุมฟ้องศาล ผัวเครียดจัด โดนเอาผิด 3 ข้อหาหนักโซเชียลแห่เป็นห่วง อาม ชุติมา หลังโพสต์รูปล่าสุดดราม่าดุเดือดจนได้ โพสต์หวานล่าสุดก่อนคำพิพากษาจำคุก – นุสบา ปุณณกันต์ ภรรยา ที่โพสต์หวานกับสามี“ดร.แรมโบ้” โชว์ใบรับรอง ปริญญาเอก เป็นด๊อกเตอร์เต็มตัว จบสาขาวิชายุทธศาสตร์การพัฒนาอึ้งทั้งสตูฯ!! หนุ่มพูดชัด อดีตขายขนมลำบากที่สุด คือ "การชุมนุม ชัตดาวน์กรุงเทพ"สรุป! หลอนกัญชา“ทยา” เผยพูดไม่ออกส่งสามีเข้าคุกพม่าวุ่น! มือที่ 3 ป่วนม็อบ เผย เป็นนักฆ่าจากฝั่งรัฐบาลสาวรีบวิ่งไม่คิดชีวิต หลังเดินตลาดสด เจอปลาสีทอง น้ำหนัก 2 กิโลครึ่งด่ายับ! หลังแฟนคลับพูด "ปาย" สวยกว่า "ลิซ่า"ทัวร์ลงหนัก "ครอบครัวหัวร้อน" ลั่น ขยะอยู่ที่ไหนก็เป็นขยะผัวทหาร เคลื่อนไหวแล้ว ลั่น "ไม่คิดจะกลับไป ถ้ารักคงอยู่กับมันไปแล้ว"จับแล้ว! วินเถื่อนพัทยา เตะหนุ่มชีลีเลือดดั้งหัก สารภาพเป็นคนขี้หงุดหงิดกลายเป็นทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ สำหรับ คดี กบฏกปปส. ที่ศาลตัดสินจำคุก แกนนำ - แนวร่วม โดย 1 ในนั้นเป็นสามีนุสบา
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
เงินก้อนสุดท้าย หนุ่มลงทะเบียน "เราชนะ" ไม่ผ่าน มากราบแม่แล้วไปผูกคอตายดราม่า! ขนมจีนหรือกระดาษทิชชู่ แม่ค้าแจง เงิบทั้งโซเชียล"ประธานชวน" เผย ตำรวจเรียก "ปารีณา" สอบได้เลย หลังปิดสมัยประชุม ไร้เอกสิทธิ์คุ้มครองแล้วกระทรวงแรง ให้ยืม สูงสุด 1,000,000ดอกเบี้ย 0%
ตั้งกระทู้ใหม่