"TIME" ยกหญิง "ชนเผ่าเอกวาดอร์" ผู้ทรงอิทธิพล ทวงคืนผืนป่า แอมะซอนที่กำลังถูกคุกคามจากโลกภายนอก
1 > ในรายชื่อ 100 บุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดของนิตยสาร TIME ในปี 2020 หนึ่งในนั้น ได้แก่ ผู้นำเผ่าวาโอรานิ (Waorani) ชนพื้นเมืองในเขตป่าแอมะซอนของประเทศเอกวาดอร์ เธอเป็นหญิงอายุ 35 ปีที่มีชื่อว่า เนมอนเต เนนกิโม (Nemonte Nenquimo)
2 > ชนเผ่าต่างๆ ในแถบแอมะซอนกำลังถูกคุกคามจากโลกภายนอก จากภาคธุรกิจและผู้ทรงอิทธิพลที่ได้รับการหนุนหลังจากรัฐบาลให้เข้ามารุกล้ำพื้นที่ป่า นอกจากรัฐบาลจะสนับสนุนการทำลายป่าเพื่อทำประโยชน์ทางธุรกิจแล้ว บางรัฐบาลยังโทษชนเผ่าอย่างไม่ละอายว่าคือต้นเหตุของไฟป่าในแอมะซอน
3 > สำนักข่าว Mongabay เล่าว่า เนมอนเตได้เรียนรู้ถึงเรื่องราวของการต่อสู้เพื่อปกป้องดินแดนบ้านเกิดตั้งแต่ตอนที่เธออายุเพียง 6 ขวบ เป็นเวลานานหลายชั่วโมงที่เธอจะฟังปู่ย่าตายายเล่าเรื่องราวการต่อสู้กับชนเผ่าพื้นเมืองอื่นๆ ที่ขัดขวางผู้รุกล้ำเข้ามาในดินแดนของตน ทำให้เธอรู้ว่าเธอต้องการเป็นผู้นำและถึงกับนอนฝันว่าตัวเองเป็นผู้นำชนเผ่า
4 > เช่นเดียวกับคนหนุ่มสาวชนเผ่าหลายคนที่อยากจะเห็นโลกกว้าง เมื่อเติบโตขึ้น เนมอนเตออกจากป่าฝนแอมะซอนเพื่อเรียนและทำงานในเมืองหลวงกีโตที่จอแจไปด้วยผู้คนและมลพิษ แต่เธอไม่เคยรู้สึกสนิทใจกับการอยู่ในเมือง ผู้เฒ่าผู้แก่ในชุมชนป่าดงดิบมักบอกเธอเสมอว่าเธอกำลังเดินผิดทางแล้ว
5 > แต่ในที่สุดชีวิตของเธอก็มาถึงจุดเปลี่ยน เมื่อเธอเดินทางไปที่เมืองลาโกอากริโอ เขาป่าแอมะซอนทางตอนเหนือของประเทศ สิ่งที่เธอได้เห็นคือแอ่งน้ำสีดำปนเปื้อนน้ำมันที่บริษัทน้ำมันในภูมิภาคทิ้งไว้ตั้งแต่ทศวรรษที่ 1970 ซึ่งยังคงส่งผลกระทบต่อชุมชนพื้นเมืองยาวนานอีกหลายสิบปีหลังจากนั้น
6 > นี่คือจุดเริ่มต้นเส้นทางใหม่ในชีวิตของเนมอนเต เธอตระหนักว่าเธอจะต้องเป็นผู้นำต่อสู้กับผู้บุกรุกผืนป่าและชุมชนที่อยู่กับป่าอย่างกลมกลืน ในปี 2558 เธอได้ร่วมก่อตั้ง Ceibo Alliance ซึ่งเป็นพันธมิตรชนพื้นเมือง 4 เผ่าในป่าแอมะซอนทางตอนเหนือของเอกวาดอร์เพื่อร่วมกันต่อสู้กับบริษัทน้ำมัน
7 > พันธมิตรชนพื้นเมืองช่วยตรวจสอบสภาพสิ่งแวดล้อมในชุมชนต่างๆ ริเริ่มโครงการน้ำสะอาด และยังริเริ่มการทำแผนที่พื้นที่ของตนเองเพื่อแสดงให้เห็นว่าป่าฝนไม่ใช่แค่แหล่งตักตวงผลประโยชน์จากภาคอุตสาหกรรม แต่ยังเป็นบ้านของชนเผ่าและขุมทรัพย์ทางสิ่งแวดล้อมของชาวโลก
8 > ศัตรูที่ต้องต่อสู้ด้วยไม่ใช่แค่บริษัทน้ำมัน แต่คือคนของรัฐบาลที่เอื้อผลประโยชน์ให้ภาคธุรกิจ ในปี 2562 เนมอนเตและผู้นำวาโอรานิคนอื่นๆ สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการยื่นฟ้องร้องต่อ 3 กระทรวงของรัฐบาลเอกวาดอร์ โดยกล่าวหาว่าพวกเขาได้ล่อลวงชนเผ่าให้ยินยอมขายดินแดนให้บริษัทน้ำมันระหว่างประเทศทำสัมปทาน
9 > เธอและผู้นำคนอื่นๆ ยังชักชวนให้ชนเผ่าอีก 16 เผ่าที่ต่างคนต่างอยู่กันในป่าแอมะซอนให้ช่วยกันรวบรวมหลักฐานเพื่อส่งฟ้องศาล และในที่สุดเธอและพันธมิตรชนเผ่าก็เอาชนะรัฐบาลได้ เมื่อศาลสั่งให้กระบวนการซื้อขายที่ดินกับชนเผ่าเป็นโมฆะ สามารถปกป้องป่าฝนพื้นที่กว่าครึ่งล้านเอเคอร์ (ประมาณ 2,000 ตารางกิโลเมตร) จากการขุดเจาะน้ำมัน
10 > คำตัดสินนี้ยังจะช่วยขัดขวางการประมูลที่ดินเพื่อขุดเจาะน้ำมันถึง 16 บล็อกซึ่งครอบคลุมพื้นที่กว่า 7 ล้านเอเคอร์ (ประมาณ 28,000 ตารางกิโลเมตร) ของชนเผ่าต่างๆ อีกด้วย
11 > ลีโอนาร์โด ดิแคพรีโอ นักแสดงที่สนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมากคนหนึ่ง รับหน้าที่เขียนบทความยกย่องเนมอนเตใน TIME เขาบอกว่า "เนมอนเตใช้ชีวิตของเธอเพื่อการต่อสู้และการได้พูดคุยกับเธอคือการได้เห็นจุดมุ่งหมายที่ชัดเจนซึ่งหาได้ยาก ผมจำได้ว่าเธอเคยบอกผมว่าเธอจะไม่ยอมแพ้ ว่าเธอจะสู้ต่อไป เธอจะยังคงปกป้องผืนป่าที่เธอรักจากอุตสาหกรรมและบริษัทน้ำมันที่จะกลืนกินมัน เธอรักษาคำพูดของเธอและยังคงเป็นกระบอกเสียงและสนับสนุนชุมชนของเธอต่อไป"









