ยักษ์วัดพระศรีรัตนศาสดาราม
ยักษ์ปรากฏให้คนไทยรู้จักครั้งแรกในวรรณคดีไทย เรื่องรามเกียรติ์ โดยเฉพาะทศกัณฐ์ ซึ่งเป็นฝ่ายอธรรมที่สู้รบต่อกรกับกองทัพฝ่ายธรรมะของพระรามและพระลักษณ์ นอกจากจะปรากฏในวรรณคดีไทยแล้ว ยักษ์ตามคติความเชื่อของคนไทยตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาในเรื่องของการเป็นผู้พิทักษ์รักษาความดีและปัดป้องความชั่วร้ายไม่ให้ย่างกรายเข้ามาใกล้ จึงมีการสร้างรูปหล่อของยักษ์เอาไว้หน้าทางเข้าพระอุโบสถ
ยักษ์วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ณ พระอารามหลวงแห่งนี้ นอกจากจะเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรแล้ว ยังเป็นศูนย์รวมของเหล่ายักษ์มากที่สุดถึง 12 ตน ซึ่งล้วนเป็นพระยายักษ์ตัวสำคัญจากเรื่องรามเกียรติ์ ทำหน้าที่เป็นทวารบาลยืนเฝ้าซุ้มประตูพระระเบียงคดทางเข้า-ออกพระอุโบสถประตูละคู่ คือ ประตูด้านทิศตะวันออก มี 2 คู่ ได้แก่
- สุริยาภพ มีกายสีแดงชาด สวมมงกุฎยอดกาบไผ่ยืนคู่กับอินทรชิตซึ่งมีกายสีเขียว สวมมงกุฎยอดกาบไผ่เหมือนกัน ที่ริมประตูระเบียงด้านฐานไพที หน้าปราสาทพระเทพบิดร
- วิรุฬหก กายสีขาบหรือสีน้ำเงินแก่ สวมมงกุฎนาคยืนคู่กับมังกรกัณฐ์ กายสีเขียว สวมมงกุฎนาคเช่นกัน เฝ้าริมประตูพระระเบียงหน้าพระอุโบสถ
ประตูด้านทิศตะวันตก จากเหนือไปใต้ มี 3 คู่ ได้แก่
- วิรุฬจำบัง กายสีน้ำเงินและมัยราพณ์ กายสีม่วงอ่อน ทั้งคู่สวมมงกุฎยอดหางไก่ ยืนเฝ้าประตูพระระเบียงที่อยู่ระหว่างฐานไพทีและหอพระนาก (ด้านทิศเหนือของพระศรีรัตนเจดีย์ริมประตูที่เข้ามาจากสนามหน้าศาลาสหทัยสมาคม)
- สหัสสเดชะ กายสีขาวปั้นหน้าเป็น 5 ชั้น และทศกัณฐ์กายสีเขียวเศียร 3 ชั้น เรียงลำดับจากใหญ่ไปหาเล็ก ยอดบนสุดหน้าเป็นมนุษย์ หมายถึง มีต้นกำเนิดจากวงศ์พรหม ทั้งคู่สวมมงกุฎยอดชัย ยืนอยู่ริมประตูที่เข้ามาจากพลับพลาเปลื้องเครื่องข้างศาลาสหทัยสมาคม หรือทางทิศตะวันตกของพระศรีรัตนเจดีย์ซึ่งเป็นทางเสด็จ
พระราชดำเนินผ่าน - อัศกรรณมารา กายสีม่วงแก่ มีเศียร 2 ชั้น และจักรวรรดิ กายสีขาวมี 4 เศียร ทั้งคู่สวมมงกุฎยอดหางไก่ ยืนอยู่ริมประตูพระระเบียงด้านหลังพระอุโบสถ
ประตูด้านทิศใต้ ซึ่งเป็นประตูทางผ่านเข้าสู่บริเวณพระบรมมหาราชวังชั้นกลางมี 1 คู่ คือ
- ทศคีรีวัน กายสีเขียว และทศคีรีธร กายสีแดง ทั้งคู่มีจมูกเป็นงวงช้าง สวมมงกุฎยอดกาบไผ่
ยักษ์ทั้ง 12 ตนนี้ เป็นปฏิมากรรมขนาดใหญ่ในวัดพระศรีรัตนศาสดารามที่มีความงดงาม แต่ละตนมีความสูง 6 เมตร ตัวปั้นด้วยปูนทาสีก่อนจะประดับประดาด้วย
กระจกสีต่าง ๆ สร้างขึ้นตามคติความเชื่อเพื่อเฝ้าพระอารามและปกป้องรักษาบริเวณให้ปราศจากอันตรายและการรบกวนจากภูตผีปีศาจ ในหนังสือสาส์นสมเด็จกล่าวว่า ยักษ์เหล่านี้ปั้นขึ้นในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 แต่ไม่ปรากฏชื่อผู้ปั้น ทราบเพียงว่าทศกัณฐ์และสหัสสะเดชะเป็นฝีมือปั้นของหลวงเทพรจนา (กัน) ช่างปั้นมีชื่อสมัยรัชการที่ 3
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มีอำเภอเมืองเหมือนจังหวัดอื่น
ผู้ใช้งานกว่า 90% ไม่ทราบว่าร่องเล็กๆบนเขียงไม้ มีไว้เพื่ออะไร?
ทึ่งทั่วโลก : "The Boneyard" หรือสุสานเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก
รู้จัก QF-16 เครื่องบินรบผีสิงไร้นักบิน ดัดแปลงจาก F-16
โซฟาตัวนี้ สร้างความงุนงงให้กับนักวิทยาศาสตร์ มานานกว่า 60 ปีแล้ว!!
นกเพียง 4 ชนิด ที่มีชื่อเป็นสัตว์ป่าสงวนของประเทศไทย
จาก "ขยะทะเล" สู่ "ราชาบนโต๊ะอาหาร": เมื่อล็อบสเตอร์เคยเป็นบทลงโทษสำหรับนักโทษในคุก
ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก
สรรพคุณสุดทึ่ง: เมื่อ "ซอสมะเขือเทศ" เคยถูกวางขายในฐานะยาสารพัดนึก
เรื่องจริงที่ชวนสับสน: เมื่อ "ไฟแช็ก" คือพี่ใหญ่ที่เกิดก่อน "ไม้ขีดไฟ" ถึง 3 ปี
ข้าวผัดอเมริกัน: เมนูชื่ออินเตอร์แต่สัญชาติไทยแท้ กับที่มาสุดสร้างสรรค์ในยุคสงคราม
รสชาติจากความขัดแย้ง: "แฟนต้า" เครื่องดื่มที่ถือกำเนิดในยุคนาซีเยอรมันเพราะวิกฤตสงคราม
สินค้าของป่านำเข้าของไทย ที่มีมูลค่ามากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
ท่องเที่ยวไทยปังไม่หยุด! “กรุงเทพ” คว้าแชมป์เมืองที่มีการค้นหามากที่สุดปี 2026 ขณะที่ “ภูเก็ต“ ครองอันดับ 6
ย้อนวันวานปี 2516 — ก๋วยเตี๋ยวเรือ คลองหลอด และตลาดนัดต้นไม้แห่งสนามหลวง ตำนานวิถีค้าขายทางน้ำของกรุงเทพฯ
เพลงที่เขียนจากใจ
Monument Valley หุบเขาศิลา แห่งกาลเวลาและจิตวิญญาณนาวาโฮ