หน้าแรก เว็บบอร์ด หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype โปรโมชั่น Pic Post ตรวจหวย ควิซ เกมถอดรหัสภาพ Page คำนวณ คำคม วิดีโอ สเปซ เกม Play ไดอารี่ อัลบั้ม แต่งรูป Glitter
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่
ลงโษณาตำแหน่งนี้

สัมพันธมิตรบอมกรุงเทพ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

 


 วันที่ 8 ธันวาคม ปี ค.ศ.1941 กองทัพญี่ปุ่นได้ยกพลขึ้นบกในบริเวณชายฝั่งของหลายจังหวัดในประเทศไทย โดยทางญี่ปุ่นพยายามเจรจาเชิงขู่กับไทยว่าจะขอใช้ไทยเป็นแค่ทางผ่านในการบุกต่อไปยังมลายูและพม่า รัฐบาลไทยภายใต้การนำของจอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้คึดไตร่ตรองอยู่นานจึงได้ประกาศให้ทหารและตำรวจที่ต้านกองทัพญี่ปุ่นตามที่ต่างๆให้หยุดยิง และยอมให้ญี่ปุ่นใช้ไทยเป็นทางผ่านในการบุกมลายูและพม่าแต่โดยดี
  ต่อมาไม่นานรัฐบาลไทยยอมลงนามในพิธีลงนามร่วมเป็นพันธมิตรกับญี่ปุ่นในวันที่ 21 ธันวาคม ที่พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ซึ่งจากการร่วมลงนามครั้งนี้ทำให้ทางฝ่ายสัมพันธมิตร ไม่เห็นว่าไทยอยู่ฝ่ายเดียวกับตนอีกแล้ว และถือว่าไทยเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 2 ในฝ่ายอักษะ

พิธีลงนามร่วมเป็นพันธมิตรกับญี่ปุ่น

   โดยหลังจากไทยยอมลงนามเป็นพันธมิตรกับญี่ปุ่นแล้ว แม้ไทยจะไม่ได้อยู่ในสถานะฝ่ายอักษะอย่างเต็มตัว แต่ก็ถูกมองว่าเป็นฝ่ายอักษะในสายตาของฝ่ายสัมพันธมิตรไปเสียแล้ว นอกจากนี้ฝ่ายอังกฤษและอเมริกายังเริ่มส่งเครื่องมาบินมาทิ้งระเบิดใส่กรุงเทพแม้ในตอนนั้นไทยจะยังไม่ได้ประกาศสงครามกับใครเลยก็ตาม โดยการโจมตีทางอากาศใส่กรุงเทพครั้งแรกเกิดขึ้นในวันที่ 7 มกราคม ปี1942 โดยเครื่องบินจากกองทัพอากาศอังกฤษที่ประจำการในย่างกุ้งได้ส่งเครื่องบินB24, B29 และ บริสตอล เบลนไฮม์ มาทิ้งระเบิดใส่กรุงเทพในวันนั้นและยาวต่อไปเรื่อยๆจนถึงปลายเดือนมกราคม


   โดยในช่วงปี 1942-1943 การทิ้งระเบิดใส่กรุงเทพไม่ค่อยถี่มากนัก เพราะฝ่ายสัมพันธมิตรกำลังเสียเปรียบจากการรุกของนาซีเยอรมันในยุโรป และญี่ปุ่นในเอเชีย แต่พอมาถึงปี 1944 ที่ฝ่ายสัมพันธมิตรเริ่มมาตั้งหลักได้ ก็เริ่มมีเครื่องบินรบมาทิ้งระเบิดใส่กรุงเทพอย่างหนักอีกครั้ง โดยเล็งจุดยุทธศาสตร์สำคัญและเส้นทางคมนาคมอย่างรถไฟเป็นหลัก ซึ่งเริ่มต้นจากการทิ้งระเบิดใส่สถานีรถไฟบางซื่อในวันที่ 23 พฤศจิกายน 1944 จากเครื่องบินทิ้งระเบิด B-29

ภาพการทิ้งระเบิดใส่สถานรถไฟบางซื่อในวันที่ 23 พฤศจิกายน


 ต่อมาในวันที่ 14 ธันวาคม 1944 B-24 ก็กลับมาทิ้งระเบิดใส่สะพานพระราม 6 แต่ก็แค่ใช้การไม่ได้ โดยหลังจากเครื่องบินสอดแนมของฝ่ายสัมพันธมิตรเข้ามาสำรวจแล้วพบว่าสะพานยังไม่ถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง ก็ส่ง B-29 มาทิ้งระเบิดในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 1945 ซึ่งจากการทิ้งระเบิดนี้ทำให้สะพานพระราม 6 ได้ขาดลง

เครื่องบิน B-29 ทิ้งระเบิดใส่สะพานพระราม 6
เครื่องบินราดตระเวนของอเมริกาเข้ามาตรวจสอบ
ความเสียหายของสะพานพระราม 6 ซึ่งขาดออกจากกันจากการโจมตีแล้ว


  ต่อมาในวันที่ 5 มีนาคม 1944 เครื่องบิน B-24 ได้มาทิ้งระเบิดใส่สถานีรถไฟบางกอกน้อย ทำให้สถานีรถไฟบางกองน้อยได้รับความเสียหาย และมีพลเมืองเสียชีวิตอย่างต่ำ 78 ราย


 หลังจากนั้นระเบิดก็ถูกทิ้งตามที่ต่างๆที่สำคัญของพระนคร ตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน รัฐบาลต้องประกาศให้ประชาชนเตรียมพร้อมสำหรับการหาที่ซ่อน เมื่อเสียงหวออันเป็นการประกาศเตือนว่ามีการพบเครื่องบินทิ้งระเบิดบินเข้ามาในเขตพระนคร ประชาชนที่อยุ่ในกรุงเทพต่างอยู่ด้วยความหวาดกลัวและระแวงว่าจะโดนลูกระเบิดหรือไม่ ทำให้ส่วนมากมีการอพยพไปอยู่ตามชานเมืองหรือชนบทมากกว่าที่จะอยู่ในเมือง

ส่วนภาพต่อไปข้างล่างนี้จะเป็นความเสียหายที่กรุงเทพต้องรับไปจากการทิ้งระเบิดของสัมพันธมิตร

ความเสียหายของพาหุรัดและบริเวญใกล้กับโรงไฟฟ้าวัดเลียบ
หน้าวัดเทพศิรินทร์

 

บริเวณใกล้กับโรงเรียนสวนกุหลาบ
บริเวณวัดเลียบหลังโดนระเบิดทำลายพระอุโบสถที่มีจิตรกรรมของขรัวอินโข่งอยู่
ภาพแผนที่ที่แสดงจุดต่างในการทิ้งระเบิดสถานีหัวลำโพง


   โดยการทิ้งระเบิดในปี 1944-1945 นี้ ได้สร้างความเสียหายแก่สถานที่สำคัญต่างๆในพระนครอย่าง สถานีรถไฟหัวลำโพง สถานีรถไฟบางกอกน้อย สถานีรถไฟช่องนนทรีย์ สถานีรถไฟบางซื่อ โรงงานซ่อมสร้างหัวรถจักรมักกะสัน โรงไฟฟ้าวัดเลียบ โรงงานปูนซีเมนต์บางซื่อ สะพานพุทธยอดฟ้า สะพานพระราม 6 ท่าเรือคลองเตย สนามบินดอนเมือง สถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ฯลฯ นอกจากนี่ก็มีระเบิดบางลูกที่พลาดเป้าไปโดนโรงเรียนอและบ้านเรือนของผู้คนที่ไมรู้อิโหน่อิเหน่ ทำให้มีประชาชนเสียชีวิตไปมากมาย โดยมีการประมาณกันแล้วว่ามีประชาชนเสียชีวิตไปกว่า 1,900 คน และบาดเจ็บอีกประมาณ 3,000 คน


 การทิ้งระเบิดสิ้นสุดลงในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 1945 โดย นายปรีดี พนมยงค์ หัวหน้าเสรีไทยและพรรคพวกเสรีไทยกดดันเชิงขอให้อเมริกาหยุดการทิ้งระเบิดใส่กรุงเทพ โดยใช้เหตุผลว่า การทิ้งระเบิดมากๆเข้าจะทำให้ชาวไทยช่วยสนับสนุนญี่ปุ่นมากกว่าสัมพันธมิตรและอาจทำให้เหตุการณ์แย่ลง ซึ่งส่งผลให้อเมริกายุติการทิ้งระเบิดใส่ประเทศไทยในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมและไม่มีการทิ้งระเบิดใส่ไทยอีกเลยจนจบสงครามโลกครั้งที่ 2
  โดยไทยเราต้องโดนปฏิบัติการทิ้งระเบิดใส่ประมาณ 250 ครั้ง มีเครื่องบินเข้าปฏิบัติการประมาณ 2,490 เที่ยวบิน ทิ้งลูกระเบิดทำลายประมาณ 18,600 ลูก ผู้เสียชีวิตก็ตามที่กล่าวไปข้างต้นว่ามีผู้เสียชีวิตไป 1900 คน บาดเจ็บอีกกว่า 3000 คน ความเสียหายรวมกันก็ประมาณ 79 ล้านบาท

 

  การทิ้งระเบิดใส่กรุงเทพนี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะระเบิดที่ฝ่ายสัมพันธมิตรมาทิ้งใส่ไทยไม่ได้ทิ้งแค่กรุงเทพที่เดียว แต่ทิ้งลงตามจุดยุททธศาสตร์ทั่วประเทศ แต่บทความนี้นำเอาแค่ในส่วนของกรุงเทพมาเท่านั้น (ส่วนความเสียหายเป็นความเสียหายรวมทั้งประเทศ) ก็เลยไม่ได้เอาภาพหรือข้อมูลของการทิ้งระเบิดใส่จังหวัดอื่นมานั่นเอง

ขอบคุณเนื้อหา และสามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่: https://saihistory.blogspot.com/2018/11/2.html
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: Somaster
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
10 VOTES (5/5 จาก 2 คน)
VOTED: แสร์, K K
 
สัมพันธมิตรบอมกรุงเทพ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
แม่ก็คือแม่!แอฟ'เคลื่อนใหวแล้วหลัง'แมท'มายุ่งกับลูกสาวตัวเอง"ซีพี" แซง "ซัมซุง" ขึ้นอันดับ 21 เศรษฐีโลกดีต่อใจ! อั้ม พัชราภา ควง ไฮโซพก ดินเนอร์กับครอบครัว ฉลองวันเกิดให้คุณพ่อ!!ท่วมหนัก 8 จังหวัด เสียหายกว่า 672 หลังคาเรือนฟาดรัวๆๆ กรรชัย กำเนิดพลอย โชว์หลักฐานการจ่ายเงินวันที่ เจนนี่-ลิลลี่ เก้า มาออกรายการ ให้เห็นกันชัดๆ!โป๊ะแตกแรงมาก!! “เนเงิน” พูดเต็มปากเป็นคนทำให้น้องดัง “เก้า เกริกพล” ซัดกลับทันที?แซม - ยุรนันท์ โพสต์ภาพคู่สุดน่ารัก พร้อมบอกว่าลูกสาวบ้านนี้สวยเมีย 39 ลูก 94 หลาน 34 ผมดูแลไหวแค่รีวิวก็รวยแล้ว เจนนี่ได้หมดถ้าสดชื่น8 ค่าตัว นักร้องลูกทุ่งชื่อดังโดนขุดอีก!! “เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น” แย่งเพลงอดีตเด็กค่ายเป็นคนแต่ง บอกตัวเองแต่งภายใน 20 นาทีหนึ่งหญิงสองชาย สไตล์กระทิง แห่งป่าเขาเมืองไทยตุ๊กกี้ชิงร้อย ได้เวลาพักผ่อน ใส่ชุดว่ายน้ำเผยภาพสวยๆ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
รายการสวัสดีวันจันทร์ EP.10 กับอาชีพนักมวยไขมันพอกตับ สาเหตุ การดูแลรักษา และการป้องกันโรคอย่างถูกวิธีแสงสีฟ้าอันตรายต่อสายตา ที่มากับอุปกรณ์อีเล็กทรอนิกส์ ป้องกันได้สุขภาพดี 5 นาที EP21 กินยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อ) ทำให้ท้องเสีย ได้จริงหรือ??
ตั้งกระทู้ใหม่