หน้าแรก เว็บบอร์ด หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype โปรโมชั่น Pic Post ตรวจหวย ควิซ Page คำนวณ คำคม วิดีโอ สเปซ เกม Play ไดอารี่ อัลบั้ม แต่งรูป Glitter
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาแจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่

7 เรื่องสยองของแฟชั่นยุควิคตอเรียน

บอร์ด นิยาย เรื่องเล่า เนื้อหาโดย มารคัส

7 เรื่องสยองของแฟชั่นยุควิคตอเรียน

 

แม้ยุควิคตอเรียนจะเป็นยุคหนึ่งที่แฟชั่นมีความรุ่งเรืองจนส่งอิทธิพลต่อแฟชั่นในยุคปัจจุบัน แต่เบื้องหลังความงาม หรูหรา และฟูฟ่องเหล่านั้นต่างผ่านเรื่องราวอันน่าขนหัวลุก กรรมวิธีประหลาดที่อันตรายถึงชีวิตมาแล้วนับไม่ถ้วน และนี่คือ 7 เรื่องสยองของแฟชั่นยุควิคตอเรียน ที่อาจจะต้องแลกชุดสวยๆ ด้วยชีวิต

1. การย้อมสีด้วยสารหนู

Image Source

ก่อนยุค 1780s เทคโนโลยีเรื่องสียังไม่เจริญ การผสมสีขั้นที่ 2 โดยเฉพาะสีเขียวจึงเป็นเรื่องยาก ในช่วงปลายยุค 1770s มีนักเคมีชาวสวีเดน-เยอรมัน ชื่อ “Carl Wilhelm Scheele” ได้ค้นพบวิธีการสร้างสีเขียวด้วยการผสมโปรแตสเซียมกับสารหนูในสารละลายกรดกำมะถัน จนได้รับการขนานนามว่า “Scheele’s Green” หรือ “Paris Green” ในเวลาต่อมา ด้วยเฉดสีที่สวยงามและเป็นที่นิยม ทำให้ผู้คนนำสีเขียวนี้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ทาผนังห้อง ผสมในเทียนไข ทาของเล่นเด็ก ทำบรรจุภัณฑ์ห่ออาหาร ซึ่งอันตรายจากสารหนูส่งผลข้างเคียงต่อผู้คนมากมาย ทั้งผิวหนังพุพองยามสัมผัส หรือคลื่นไส้อาเจียนยามสูดดม โดยเฉพาะการนำไปย้อมสีเสื้อผ้า ซึ่งส่งผลกระทบตั้งแต่คนงานตัดเย็บไปจนกระทั่งผู้สวมใส่ ว่ากันว่าต้นเหตุของการเสียชีวิตของนโปเลียนที่ถูกวางยาด้วยสารหนู ยาพิษนั้นอาจจะมาจากวอลเปเปอร์ลูกไม้ที่บ้านของเขาใน St. Helena ก็เป็นได้

“Emerald Green Dress” เดรสที่ถูกย้อมสีด้วยสารหนู | Image Source

2. ชุดนำโรค

ในยุควิตอเรียน ไม่เพียงทหารหรือชนชั้นล่างเท่านั้นที่ติดโรคจากการคุกคามของเหล่าปริสิตอย่างหมัด เห็บ และเหา จนก่อให้เกิดโรคไข้เทรนช์และไทฟัสจนเสียชีวิต แต่ชนชั้นสูงบางคนยังติดโรคเหล่านี้จากเสื้อผ้าที่กลายเป็นพาหะอย่างดี เนื่องจากถูกตัดเย็บ หรือทำความสะอาดโดยคนงานที่มีเชื้อนี้อยู่ในตัว อย่างเช่นลูกสาวของนายกรัฐมนตรี Sir Robert Peel ที่เสียชีวิตด้วยไข้ไทฟัสจากการสวมชุดขี่ม้าที่ผู้เป็นพ่อให้เป็นของขวัญ ซึ่งถูกตัดเย็บโดยช่างชาวบ้านที่เคยใช้ชุดนั้นคลุมให้สามีของเธอตอนที่ป่วยก่อนส่งต่อให้ลูกสาวของ Sir Robert ได้สวม นอกจากนี้ชุดอันฟูฟ่องลากพื้นของเหล่าสตรีในยุควิคตอเรียนก็ยังเป็นอีกสาเหตุหนึ่งในนำเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย เนื่องจากชายกระโปรงสัมผัสกับถนนที่สกปรกโดยตรง

3. ชุดสุ่มหายนะ

Image Source

ชุดกระโปรงสุ่ม หรือ “Crinoline” เป็นเทรนฮิตในสมัยยุควิคตอเรียน แต่ความงามเหล่านั้นกลับเป็นอันตรายต่อพวกเธอในการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะสาวที่ทำงานในโรงงานหรือเกี่ยวข้องกับเครื่องจักรกลต่างๆ ซึ่งเคยมีหญิงสาวคนหนึ่งที่ทำงานในโรงพิมพ์ถูกเครื่องจักรทับร่างจนเสียชีวิตเนื่องจากเครื่องจักรดูดชายกระโปรงอันฟูฟ่องของเธอ

ในปี 1860 โรงสีแห่งหนึ่งในเมือง Lancashire ถึงขั้นติดป้ายประกาศห้ามคนงานสวมชุดสุ่มนี้เข้าทำงาน แม้ว่าภายหลังชุด Crinoline จะได้รับการปรับให้เล็กลง แต่นั่นก็ยังเป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตอยู่ดี บ่อยครั้งชายกระโปรงมักไปเกี่ยวกับล้อของรถม้า หรือเป็นเหตุให้พลัดตกบันได ซึ่งทำให้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตหลายราย

Image Source

4. ชุดติดไฟ

ชุดผ้าฝ้ายสีขาวได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปลายศตวรรษที่ 18 – 19 ซึ่งผ้าชนิดนี้เป็นอันตรายต่อผู้สวมเป็นอย่างมาก เนื่องจากติดไฟง่าย ในปี 1809 John Heathcoat ประดิษฐ์เครื่องทำผ้าตาข่ายขึ้นมาได้สำเร็จ ปัจจุบันรู้จักกันในชื่อของผ้า Tulle หรือ Bobbinet ที่มักใช้ซ้อนใต้กระโปรงเพื่อเพิ่มวอลุ่มให้ดูหนาและใหญ่ขึ้น ซึ่งผ้า Tulle ถือเป็นวัสดุที่มีความไวไฟสูงมาก ในปี 1844 Clara Webster นักบัลเลต์ชาวอังกฤษถูกไฟไหม้เสียชีวิตขณะกำลังแสดงใน London’s Drury Lane เนื่องจากกระโปรงของเธออยู่ใกล้ไฟบนเวทีมากเกินไป

Image Source

ไม่เพียงแค่นั้น ผ้า flannelette ที่ทอขึ้นมาจากผ้าฝ้ายก็ติดไฟง่ายเช่นกัน ผ้าชนิดนี้มักใช้ทำชุดนอนหรือชุดชั้นใน ซึ่งเด็กๆ มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกไฟไหม้เนื่องจากมักทำเทียนไขหล่นใส่เสื้อผ้าในตอนกลางคืน จนต่อมามีบริษัทหนึ่งได้ผลิตผ้า Flannelette แบบไม่ติดไฟขึ้นมาพร้อมโฆษณาโดยใส่วลีเด็ดว่า “strong’y recommended by Coroners.” (แนะนำโดยเจ้าหน้าที่ชันสูตรศพ)

Image Source

5. พิษจากสัตว์สตัฟฟ์

ซากนกสตัฟฟ์ได้รับความนิยมในการนำมาประดับตกแต่งหมวกของหญิงสาวในศตวรรษที่ 19 โดยสารพิษที่เป็นอันตรายเกิดจากสารหนูที่ใช้ในการสตัฟฟ์ รวมถึงสารเคมีอื่นๆ ที่ใช้ในการรักษาซากศพของนกให้สมบูรณ์อยู่เสมอ  นอกจากอันตรายแล้ว แฟชั่นการประดับหมวกด้วยนกสตัฟฟ์ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมในเรื่องของความโหดร้ายทารุณ โดยในปี 1887 Mrs. Haweis นักเขียนเกี่ยวกับแฟชั่นออกมาต่อต้านเทรนด์ดังกล่าวด้วยประโยคที่ว่า “A corpse is never a really pleasant ornament” (ซากศพไม่มีทางเป็นเครื่องประดับที่สวยงาม)

6. สารปรอท

หมวกคือเครื่องบอกฐานะในยุควิคตอเรียนที่มีกรรมวิธีการผลิตแสนอันตราย ซึ่งเหล่าช่างทำหมวกมักใช้สารปรอทในการทำให้ขนเฟอร์ของกระต่าย บีเวอร์ที่มีคุณภาพต่ำ แข็งกระด้างกลายเป็นเฟอร์ราคาแพงที่ดูนุ่มนวล เงางาม และดูมีราคาแพง ซึ่งสารปรอทสามารถเข้าสู่ร่างกายได้โดยง่ายผ่านทางการสูดดม หรือสัมผัส และส่งผลต่อระบบต่างๆ ในร่างกาย ตั้งแต่ผิวหนังอักเสบ ไปจนถึงเสียชีวิต

หมวกบุรุษทำขึ้นจากขนบีเวอร์ที่ผ่านกระบวนการฟอกสารปรอท | Image Source

7. สารตะกั่ว

สารตะกั่วถูกใช้ในการผลิตเครื่องสำอางในยุควิคตอเรียนที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากให้เฉดสีขาวแน่นและสวยงาม เพื่อให้เหล่าชนชั้นสูงโดดเด่นออกจากเหล่าสาวผู้ใช้แรงงาน ในปี 1869 หนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัท American Medical Association ต้องชดใช้ค่าเสียให้กับผู้ใช้ 3 รายที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของ Laird’s bloom of youth แล้วไม่สามารถควบคุมมือและข้อมือได้ โดยแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นอาการของ lead palsy ที่เกิดจากพิษของสารตะกั่วและส่งผลให้กล้ามเนื้อลีบและอ่อนแรงแบบกะทันหัน

https://www.jeab.com/style-beauty/style/7-horror-victorian-fashion

คลิปจาก มื้อดึกสยองขวัญ Returns

เนื้อหาโดย: มารคัส
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: มารคัส
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
10 VOTES (5/5 จาก 2 คน)
VOTED: MsFour, มู๋มี่มากินเกี๊ยวแปบ
 
7 เรื่องสยองของแฟชั่นยุควิคตอเรียน
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ

"หมอวรงค์" โพสต์ภาพอบอุ่น มี "พุทธะอิสระ-สุเทพ-หม่อมเต่า" ร่วมงานต่อต้านลัทธิชังชาติ

เปิดรายชื่อ 10 อันดับสัตว์ “อายุยืน” ที่สุดในโลก

ต่าย อรทัย โผล่คอมเมนต์หลัง ก๊อท จักรพันธ์ เผยภาพสมัยตอนเป็นหนุ่มที่หล่อมากๆ

5 อันดับดาราดัง ที่เคยรับบท “นางเอก” แค่เรื่องเดียวในชีวิต

คู่รักใช้ท่อระบายน้ำ เป็นเรือนหอ อยู่กินกันมานานถึง 22 ปี

คนแน่นสกายวอล์ค "ธนาธร" ร้องให้นายกฯ ลาออกเพื่อความสุขปชช.

การค้นพบอนุภาค X17 อาจทำให้ทั่วโลกต้องรื้อตำราเรียนฟิสิกส์กันใหม่

ภริยา รมว.ศึกษาฯ ฝากเยาวชนอย่าตกเป็นเครื่องมือ "ธนาธร" ร่วมม็อบสกายวอล์ค

ส่องชุด อ๋อม สกาวใจ ที่ใส่ไปซื้อส้มตำจนโดนสามีทัก

ม็อบเริ่มแล้ว! ประชาชนหลากวัย ตามคำร้องของ นายธนาธร
กระทู้อื่นๆในบอร์ด นิยาย เรื่องเล่า
เรา:เวลาเปลี่ยน ทุกอย่างเปลี่ยน เพื่อน:เปลี่ยนไงอ่ะ เรา:นิสัยเปลี่ยน.. เพี่อน:ดีขึ้นหรอ?? เรา:หึ..แย่ลงกว่าเดิม^-^ตาลือตกบ้าน ไอ้โอมตาลือตกบ้าน [พากย์ไทย]เคาะผิดห้องรึเปล่าศุกร์ 13 วัฒนธรรมความซวยที่มาพร้อมตัวเลข ย้อนที่มาและวัฒนธรรมของโชคร้ายที่เวียนวนแพร่หลายมากับตัวเลข
ตั้งกระทู้ใหม่