หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

สมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะ : จากสามัญชนสู่รั้ววัง และความคาดหวังที่ต้องแบกรับ

โพสท์โดย KhaoJee

วันที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา เป็นหนึ่งในวันสำคัญมากของประเทศญี่ปุ่น เพราะเป็นวันพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของสมเด็จพระจักรพรรดิพระองค์ปัจจุบันคือ สมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะ ซึ่งก็เป็นพิธีที่สั้นและกระชับดี ส่วนงานฉลองก็มีพระราชอาคันตุกะจากนานาชาติมาร่วมพิธีอย่างสมเกียรติ แต่วันนี้ไม่ขอพูดเรื่องสมเด็จพระจักรพรรดิพระองค์ใหม่ เพราะคิดว่าคงมีหลายสื่อเล่ารายละเอียดกันไปเยอะแล้ว แต่จะขอคุยเรื่องของอีกหนึ่งท่านที่มีตำแหน่งสำคัญเช่นกัน นั่นคือ สมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะ ผู้ซึ่งกลับมาอยู่ในสายตาของชาวญี่ปุ่นอีกครั้ง

สมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะ แม้ในปัจจุบันจะเป็นที่รู้จักในฐานะสมเด็จพระจักรพรรดินีพระองค์ปัจจุบัน แต่จริงๆ แล้ว เส้นทางกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ก็น่าสนใจเป็นอย่างมาก

ก่อนจะมาเป็นเจ้าหญิงมาซาโกะ และสมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะ พระองค์ก็เคยเป็นที่รู้จักในพระนามว่า มาซาโกะ โอวาดะ (Masako Owada) สามัญชนชาวญี่ปุ่นคนหนึ่ง ซึ่งจะบอกว่าสามัญชนก็คงพูดได้ไม่เต็มปาก เพราะพ่อของเธอคือ ฮิซาชิ โอวาดะ (Hisashi Owada) อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และศาลประจำศาลนานาชาติที่กรุงเฮก และยังเป็นนักการทูตอีกด้วย และพระองค์เองก็ได้ประโยชน์จากจุดนั้น

ด้วยประสบการณ์ในต่างประเทศทั้งการเติบโตในอเมริกาและอดีตโซเวียต บวกกับฐานครอบครับที่ดี ทำให้ทรงประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องการศึกษา พระองค์ทรงสำเร็จการศึกษามัธยมปลายที่อเมริกาซึ่งพ่อเธอรับตำแหน่งทูตในตอนนั้น และเข้าศึกษาต่อด้านเศรษฐศาสตร์นานาชาติที่มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด ตามด้วยคณะนิติศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยโตเกียว ก่อนที่จะสอบบรรจุเข้ากระทรวงการต่างประเทศได้ในเวลาต่อมา ดูเส้นทางแล้วเรียกได้ว่าเลือกเดินมาเพื่อสิ่งนี้โดยเฉพาะจริงๆ

หลังจากนั้นพระองค์เสด็จประจำที่อังกฤษ และเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยในเมืองอ๊อกซ์ฟอร์ด ซึ่งก่อนหน้านั้น พระองค์ก็ได้มีโอกาสรู้จักกับเจ้าชายนารุฮิโตะแล้ว แต่ว่าขณะนั้นก็ไม่ได้มีสนพระทัยอะไรมากนัก เพราะต้องการมุ่งหน้าเอาดีเรื่องงานเป็นหลัก ซึ่งด้วยทักษะภาษานอกจากภาษาญี่ปุ่นและอังกฤษแล้ว ยังทรงใช้ภาษาเยอรมันและฝรั่งเศสได้อย่างคล่องแคล่ว ความสามารถและความรู้ขนาดนี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าถ้าตั้งใจด้านนี้แล้วจะสามารถก้าวไปข้างหน้าในสายงานนี้ได้ไกลแค่ไหน จึงไม่แปลกที่ต่อให้เจ้าชายพยายามแสดงความสนพระทัยในตัวพระองค์แค่ไหน ก็ไม่อาจจะเปลี่ยนความมุ่งมั่นของหญิงสาวที่เลือกความก้าวหน้าในการงาน

แต่น้ำหยดลงหินทุกวันหินมันยังกร่อน เช่นเดียวกัน

เมื่อเจ้าชายได้ทรงพยายามหลายต่อหลายครั้ง สุดท้ายพระองค์ก็ใจอ่อน

ซึ่งก็เป็นเรื่องเหนือความคาดหมายของทุกคน ขนาดสื่อญี่ปุ่นเองยังกาชื่อพระองค์ออกจากคนที่มีโอกาสเป็นเจ้าหญิงไปเรียบร้อยแล้ว ขนาดที่บรรณาธิการข่าวของญี่ปุ่นยังรู้ข่าวจากคอลัมน์เล็กๆ ในหนังสือพิมพ์ของตะวันตกแทน จนต้องรีบพุ่งไปเกาะรั้วมหาวิทยาลัยที่อังกฤษเพื่อรอพระองค์ แต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่ทำให้พระองค์ไม่ประสงค์รับตำแหน่งอันทรงเกียรตินั้น ก็คือภาระหน้าที่อันหนักอึ้งและธรรมเนียมต่างๆ อันเคร่งครัด ตรงกันข้ามกันสิ่งต่างๆ ที่คุ้นเคยและเป้าหมายในอนาคตเป็นอย่างมาก แต่สุดท้าย เจ้าชายก็ทรงเอาชนะใจได้ด้วยการให้สัญญาว่า

“ฉันจะใช้กำลังทั้งหมดที่มีปกป้องเธอไปตลอดชีวิต”

ซึ่งก็เล่นเอาหลายต่อหลายคนคาดการณ์ไปต่างๆ นานา ว่า ที่เจ้าชายทรงต้องการจะปกป้องว่าที่เจ้าหญิงนั้น คือการปกป้องจากอะไรกัน แต่หลายคนก็เชื่อกันว่า น่าจะจากทั้งแรงกดดันในราชสำนัก และสำนักพระราชวังหลวง รวมไปถึงความสนใจของมหาชนอีกด้วย

ซึ่งก็ไม่ผิดคาดจริงๆ เพราะเมื่อมีข่าวว่าพระองค์กลายเป็นคู่หมั้นหมายของเจ้าชายไปแล้ว ไม่ว่าใครก็สนใจอยากจะรู้เรื่องราว และยิ่งระหว่างที่ยังไม่ได้ผ่านพิธีเสกสมรสอย่างเป็นทางการ พระองค์ก็ยังคงเป็นสามัญชนอยู่ (และจะกลายเป็นสามัญชนคนที่สองที่ได้ขึ้นเป็นจักรพรรดินี) ทำให้บรรดากองทัพสื่อคอยตามไปทำข่าว

จากที่ผมได้เห็นคลิปข่าว นักข่าวต่างดักรอสัมภาษณ์อยู่หน้าบ้านตอนเช้า เมื่อพระองค์ออกจากบ้านไปทำงาน นักข่าวก็เดินตามตั้งแต่หน้าบ้านไปจนถึงสถานีรถไฟ เรียกได้ว่าเป็นยุคนี้ ทำแบบนี้คงโดนสังคมรุมด่าไปแล้ว แต่นั่นก็เป็นแง่มุมหนึ่ง เพราะเอาเข้าจริงๆ ก็เกิดกระแสบูมว่าที่เจ้าหญิงคนใหม่ กลายมาเป็นไอคอนของสาวญี่ปุ่นไปโดยปริยาย เพราะนอกจากเรื่องความสามารถแล้ว การแต่งตัวแบบมีสไตล์ และว่าที่ตำแหน่งใหม่ก็กลายเป็นเหมือนกับบุคคลในความฝันที่สาวๆ อยากจะเอาอย่างกัน ทำให้พิธีเสกสมรสในครั้งนี้เป็นที่จับตามองของชาวญี่ปุ่นอย่างแท้จริง

 

แต่หลังจากพิธีในปี ค.ศ.1993 เสร็จสิ้น ชีวิตของพระองค์ก็เปลี่ยนไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง จากที่มุ่งมั่นเอาดีด้านอาชีพการงาน เดินสายไปต่างประเทศ ก็ได้กลายเป็นชีวิตในรั้ววัง ไม่ได้เสด็จต่างประเทศ ประกอบพระราชกรณียกิจต่างๆ มากไม่ได้ เพราะจะเป็นการชิงความโดดเด่นไปจากเจ้าชาย และต้องเจอกับธรรมเนียมต่างๆ กลายเป็นโลกที่พระองค์ไม่เคยได้เผชิญมาก่อน และผิดกับนิสัยของพระองค์เป็นอย่างมาก

และแรงกดดันที่ถาโถมอย่างหนักที่สุดคือ

ความคาดหวังให้พระองค์ให้กำเนิดรัชาทายาทชาย

เพราะนั่นคือ ‘หน้าที่’ ที่ถูกคาดหวังจากตำแหน่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นสำนักพระราชวังหลวง หรือเหล่าชาวอนุรักษ์นิยม ต่างก็คาดหวัง (กดดัน) ในเรื่องนี้มาตลอด และสังคมญี่ปุ่นก็ตกตะลึงเมื่อทราบข่าวที่พระองค์แท้งในการทรงพระครรภ์ครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.1999 บวกกับการมีพระชนมายุมากขึ้นเรื่อยๆ ก็ยิ่งเป็นแรงกดดันที่มากขึ้น แม้จะให้กำเนิดรัชาทายาทพระองค์แรกคือ เจ้าหญิงไอโกะ ในปี ค.ศ.2001 ซึ่งก็เป็นข่าวดีสำหรับชาวญี่ปุ่น แต่ก็มีคนไม่พอใจที่ไม่ใช่เจ้าชายอยู่ดี เพราะกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบสันตติวงศ์บัญญัติห้ามสตรีขึ้นครองราชย์

สุดท้ายแล้ว ความเครียดต่างๆ ที่ถาโถมมา ก็ส่งผลให้เจ้าหญิงมาซาโกะทรงประชวร และประทับอยู่ในวังเป็นหลักตั้งแต่ปี ค.ศ.2002 ไม่ค่อยได้เสด็จมาพบปะประชาชนเท่าไหร่นัก ทางสำนักงานพระราชวังหลวงก็อธิบายว่า พระองค์ทรงมีปัญหากับการปรับตัว ซึ่งหลังจากนั้นก็แทบจะไม่มีโอกาสได้เห็นพระองค์มากนัก จนมาในช่วงหลังๆ ที่มีการทรงงานการกุศลบ้างเท่านั้น กลายเป็นเรื่องที่รู้กันแต่ไม่ค่อยมีใครพูดกันตรงๆ เท่าไหร่นักว่าพระองค์ทรงเผชิญกับความเครียดจากความคาดหวังของสังคมแค่ไหน

ยังดีที่เมื่อ เจ้าชายฮิซาฮิโตะ บุตรชายของ เจ้าชายอาคิชิโนะ พระอนุชาของเจ้าชายนารุฮิโตะประสูติในปี ค.ศ.2006 สังคมญี่ปุ่นบางส่วนก็เบาใจลงบ้างว่าอย่างน้อยก็ยังมีรัชทายาทชายอยู่ แต่ก็ยังมีคนไม่พอใจและคาดหวังรัชทายาทสายตรงอยู่ดี

 

แต่เมื่อเข้าสู่ยุคเรวะ และเจ้าชายนารุฮิโตะกลายเป็นสมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะ ดูเหมือนว่าตำแหน่งเจ้าหญิงมาซาโกะเปลี่ยนตามเป็นสมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะแทนก็มีส่วนช่วยให้พระองค์ทรงคลายความกดดันไปได้บ้าง เพราะเมื่อต้องต้อนรับประธานาธิปดีทรัมป์ที่มาเยือน พระองค์ก็ทรงสนทนากับประธานาธิปดีและภริยาโดยมิต้องใช้ล่าม ซึ่งก็ไม่แปลกอะไรสำหรับพระองค์ แต่ชาวญี่ปุ่นรุ่นเยาว์อาจจะไม่เคยทราบถึงพระปรีชาตรงนี้มาก่อน จนทำให้เกิด Hashtag #ไม่ต้องมีล่าม ขึ้นในทวิตเตอร์เลยทีเดียว

ดูเหมือนว่าในที่สุด ก็ถึงเวลาที่พระองค์ทรงงานที่ชื่นชอบกับการสนทนาเรื่องราวต่างๆ กับแขกบ้านแขกเมือง และเป็นโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงสังคมญี่ปุ่นไปข้างหน้าอีกครั้ง

ที่บอกอย่างนี้เพราะว่า ในตอนนี้ก็ยังคงมีการถกเถียงกันอยู่ว่า ตกลงจะเอาอย่างไรในเรื่องรัชทายาท เพราะเจ้าหญิงไอโกะก็ขัดกฎมณเฑียรบาล ส่วนเจ้าชายฮิซาฮิโตะก็เป็นบุตรของพระอนุชา ฝ่ายอนุรักษนิยมบางคนถึงกับพยายามจะดึงพระมาตุลาของสมเด็จพระจักรพรรดิขึ้นมารับตำแหน่งตรงนี้ (อะไรก็ได้ขอให้เป็นชายไว้ก่อน) กลายเป็นเรื่องราววุ่นๆ ที่ไม่ค่อยมีใครที่มีอำนาจอยากพูดกันตรงๆ มากนัก เพราะมีแต่เปลืองตัว นายกรัฐมนตรีอาเบะก็ดูเหมือนจะปล่อยเรื่องไปเรื่อยๆ ให้พ้นสมัยของตัวเองไป ในขณะเดียวกัน สังคมญี่ปุ่นก็ตอบแบบสอบถามกันและมีความเห็นถึง 80% ที่ให้การสนับสนุนให้จักรพรรดินีขึ้นครองราชย์ ก็ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจเช่นกัน

แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร แต่ ณ ตอนนี้ ดูเหมือนว่าจะเป็นเวลาที่สมเด็จพระจักรพรรดินีกลับมาทรงพระสรวลได้ดังที่เคยอีกครั้งหนึ่ง

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://www.facebook.com/thematterco/
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
KhaoJee's profile


โพสท์โดย: KhaoJee
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
10 VOTES (5/5 จาก 2 คน)
VOTED: zerotype, เยี่ยหัว
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
นกเพียง 4 ชนิด ที่มีชื่อเป็นสัตว์ป่าสงวนของประเทศไทยอำเภอที่อยู่ไกลจากตัวจังหวัดที่สุดซีแลนเดีย (Zealandia): ทวีปที่ 8 ของโลก ขุมทรัพย์ลึกลับใต้ก้นมหาสมุทรแปซิฟิกสหรัฐยินดี ที่สายการบินเขมร สั่งซื้อเครื่องบิน 10 ลำประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก5 ดินแดนที่สหรัฐอเมริกาเคยพยายามขอซื้อแต่ล้มเหลวจังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มีอำเภอเมืองเหมือนจังหวัดอื่นโซฟาตัวนี้ สร้างความงุนงงให้กับนักวิทยาศาสตร์ มานานกว่า 60 ปีแล้ว!!อินฟูชาวเขมรดัง โรน่า อ้าง ชาวอีสาน มีเชื้อสายเขมร เจอสวนกลับหน้าแหกดราม่า..ไข่เจียวตลาดน้ำดำเนินสะดวก จานละ 400 บาท ผิดซ้ำซากจากร้านเดิมทึ่งทั่วโลก : "The Boneyard" หรือสุสานเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลกเปิดบันทึกเสียงจากกล่องดำในช่วง 75 วินาทีก่อนเกิดอุบัติเหตุเครื่องบินตกที่เกาะเชจู
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
Soft Reset เริ่มต้นปีแบบไม่ฝืนใจตัวเอง ไม่ทำให้ชีวิตพังตั้งแต่ต้นทางสหรัฐยินดี ที่สายการบินเขมร สั่งซื้อเครื่องบิน 10 ลำรมต.เขมร เตือน! คนไทย..ถ้าไม่อยากสู้รบรอบ 3 ก็ให้เลือกพรรคการเมืองดีๆ ที่ไม่กระหายสงครามพบเหรียญ 100 เยนปลอม ในเครื่องแลกเงิน😆 ชวนลองเข้ามาดูภาพถ่ายสถานการณ์ประหลาดที่จะทำให้เรารู้สึกแปลก ๆ 😂แพลตฟอร์ม 10 อันดับแรกที่ถูกแฮ็กบ่อยที่สุด ใน ปี 2025
กระทู้อื่นๆในบอร์ด นิยาย เรื่องเล่า
"ส้มเชจู" รสชาติหวานอร่อยลูกใหญ่บ้านเราเท่ามะเก้ง(ส้มโอ)เมื่อต้องไปร้านไวน์ เลือกไวน์เน้นความชอบสามารถรู้นิสัยได้ไอศกรีมอร่อยเพียง 8 บาทรสชาติแล้วแต่วันวันนี้บลูเบอร์รี่"ร้านต้มยำกุ้ง" ชื่อที่บอกในความอร่อย เพื่อที่จะเรียกในส่วนของลูกค้าเข้ามาในร้านในพนมเปญ
ตั้งกระทู้ใหม่