แม่ครัวหัวป่าก์ ที่มาที่ไปของคำนี้ มาจากไหน?
คำว่า แม่ครัวหัวป่าก์ ที่หมายถึง ผู้หญิงหรือบุคคลที่ทำหน้าที่ในการประกอบอาหารจนมีรสชาติอร่อยถูกปากคนทั้งหลาย จึงใช้คำนี้ในการเรียกบุคคลเหล่านั้นว่า " แม่ครัวหัวป่าก์" แล้วแม่ครัวหัวป่าก์ มีประวัติที่มาอย่างไรทำไมคำนี้จึงนำมาใช้ในการชมเชย บุคคลที่ทำอาหารเอร็ดอร่อย
เรื่องนี้เป็นเรื่องราวของชาวบ้านตำบลหัวป่า อ.พรหมบุรี บ้านหัวป่านั้นปรากฎชื่อขึ้นในทำเนียบการทำอาหารอร่อยเยี่ยมยอดในสมัยรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โดยได้มีโอกาสทำอาหารถวาย ร.5 ได้ทรงเสวย ตามประวัติเสด็จประภาสต้นเมืองสิงห์ ในสมัยนั้นเมืองพรหมบุรีเป็นเมืองที่เจ้านายในกรุงเทพฯ ไปเยี่ยมเยือนกันเป็นประจำ และพระยาอภัยราชาก็เป็นขุนนางผู้หนึ่งที่ไปเมืองนี้บ่อยอาจเพราะไปหลงเสน่ห์สาวบ้านแป้ง ที่ขึ้นชื่อลือชาในความงามเข้าก็ได้(ตามคำขวัญเมืองสิงห์ในอดีตที่ว่าสาวบ้านแป้ง แตงบ้านไร่) พระยาอภัยราชาได้สร้างวัดไว้ที่เมืองสิงห์บุรีแห่งหนึ่งและได้ทำหนังสือกราบบังคมทูลเชิญพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้เสด็จไปทอดกฐินที่นั่น ทางเมืองพรหมบุรีจึงได้เตรียมรับเสด็จรัชกาลที่ 5 ในครั้งนั้นเป็นอย่างดีที่สุดโดยเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องเครื่องเสวยนั้นได้จัดหาแม่ครัวฝีมือเยี่ยมจากทั้งจังหวัดมาทำอาหารรับเสด็จฯ ในทำเนียบประวัติเมืองพรหมบุรีกล่าวไว้ชัดเจนว่าแม่ครัวเครื่องคาว ได้แก่ อำแดงเกลี้ยง อำแดงยิ่ง อำแดงแพ อำแดงสรวง แม่ครัวเครื่องหวาน ได้แก่ อำแดงหงส์ อำแดงสิน อำแดงพลับ อำแดงพา และเครื่องเสวยที่จัดถวายครั้งนั้นก็ ได้แก่ แกงมัสมั่น แกงบอน แกงบวน ต้มปลาร้าหัวตาล ขนมจีนน้ำยา ส่วนเครื่องหวาน คือ ขนมปิ้ง สังขยา ทองหยิบ ฝอยทอง เม็ดขนุน และข้าวตอกน้ำกะทิ
ปรากฏว่าการรับเสด็จฯ โดยคณะแม่ครัวบ้านหัวป่าคราวนั้นรัชการที่ 5 ทรงโปรดเป็นอย่างยิ่ง และมักจะเอ่ยอ้างถึงคณะแม่ครัวคณะนี้จนติดพระโอษฐ์เสมอว่า "อาหารอร่อยอย่างกับฝีมือแม่ครัวหัวป่า" และภายหลังจึงมีการติดตามให้แม่ครัวจากหัวป่าเข้าไปรับใช้ในวังที่กรุงเทพฯ ชื่อของแม่ครัวหัวป่าจึงติดอยู่ในวลีเกี่ยวกับการทำอาหารสืบมา
............วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม 2552 เป็นตอน ร.ศ. 125 เสด็จประพาสต้นสิงห์บุรี-ชัยนาท-อ่างทอง ตอนแรกโดยวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2449 หรือ ร.ศ. 125 เสด็จโดยทางเรือจากอ่างทอง ทางแม่น้ำเจ้าพระยา ขึ้นมายังสิงห์บุรีในอดีตสิงห์บุรี, พรหมบุรี และอินทร์บุรี เป็นเมืองเล็กๆ เป็นอิสระซึ่งกันและกัน แต่ได้มีการยุบเมืองพรหมบุรีและอินทร์บุรีให้เป็นอำเภอของสิงห์บุรีที่ปกครองโดยเจ้าเมือง และอยู่ในเขตมณฑลกรุงเก่าที่ปกครองโดยเทศาภิบาลซึ่งปัจจุบันเมืองสิงห์บุรีตั้งอยู่ในตำบลบางพุทรา โดยสิงห์บุรีมีแม่น้ำผ่านถึง 3 สายคือ แม่น้ำเจ้าพระยา, แม่น้ำน้อย และแม่น้ำลพบุรีเสด็จขึ้นจากเรือที่วัดชลอน หรือวัดพรหมเทพาวาส
ซึ่งทรงพระราชทานต้นพระศรีมหาโพธิ สายพันธุ์พุทธคยาประเทศอินเดีย ซึ่งทรงปลูกต้นหลักไว้ที่วัดนิเวศธรรมประวัติ ที่นี่มีตำบลหัวป่า อ.พรหมบุรี ซึ่งชาวบ้านเก่งในการทำอาหารได้รสชาติ ซึ่ง ร.5 ทรงชมเชยไว้ และไปตรงกับท่านผู้หญิงเลี่ยน ภาสกรวงศ์ ซึ่งแต่งตำรา “แม่ครัวหัวป่าก์”ไว้ถึง 5 เล่ม ออกจากวัดพรหมเทพาวาส เสด็จโดยทางเรือไปยังตลาดหมื่นหาญ จากนั้นเสด็จที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขพรหมบุรี เพื่อเสวยกระยาหารมื้อเที่ยง เสด็จต่อ ตำบลบางพุทรา ซึ่งเป็นที่ตั้งเมืองสิงห์บุรีนั่นเอง และหลังจากการเสด็จประพาสต้นในครั้งนี้ โปรดเกล้าฯให้สร้างศาลากลางขึ้น เป็นเรือนชั้นเดียว เสร็จปี ร.ศ. 130 (หลังเสด็จสวรรคตแล้วเพียง 1 ปี) กรมศิลปากรขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแล้วเมือ พ.ศ. 2533 หลังสร้างศาลากลางหลังใหม่แล้วเสร็จ จากนั้นเสด็จทางเรือไปวัดพรหมสาคร หรือวัดบางพุทรา(เดิม)เพื่อถ่ายภาพ ในการเสด็จวันนี้ของพระองค์ฝนไม่ตกเลยและได้เสวยพระยาหารรสดีที่ตำบลหัวป่า จึงได้ชื่อว่าแม่ครัวหัวป่า
.........วันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2449 หรือ ร.ศ. 125 เสด็จโดยทางเรือไปวัดสนามชัย หรือวัดข่า อำเภออินทร์บุรี ทางแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อถ่ายภาพ วัดนี้มีโบสถ์ที่สร้างคล้ายศาลาการเปรียญ และมีของเก่าสะสมไว้มากมาย รวมทั้งหนังใหญ่ ชาวบ้านที่มีโอกาสทำอาหารถวายก็ได้แก่ชาวบ้านประโมง ชาวบ้านหัววน และทรงเสวยกระยาหารก็ได้รับคำชมเชยว่า เอร็ดอร่อยไม่แพ้"แม่ครัวหัวป่าก์" และได้รับทราบว่าเกิดโรคภัยไข้เจ็บ ร.5 ได้อวยพรให้ชาวบ้านอยู่เย็นเป็นสุข จึงใช้เปลี่ยนชื่อวัดสนามชัยเป็นวัดประศุกแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน ของเก่ามากมาย พระพุทธรูปโบราณรวมทั้งหนังใหญ่ เพิ่งมาสูญเสียใน พ.ศ.2550 นี้เองถูกโจรกรรมไปหลายครั้ง แต่ก็ยังเหลือเสลี่ยงที่พระองค์เคยทรงใช้อยู่
ข้อมูลจาก : http://board.postjung.com/624949.html
ภาพ: พระอัครชายาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมขุนสุทธาสินีนาฏ (ซ้าย) ผู้เป็น "แม่ครัวหัวป่าก์แห่งวังหลวง และ เจ้าจอมเอื่ยม (กลาง) ถือหม้อขณะทรงกำลังเตรียมพระกระยาหารในห้องพระเครื่องต้น ในพระบรมมหาราชวัง
แหล่งที่มา: https://www.facebook.com/History.KingdomOfSiam/photos/a.104656613019804/250069501811847/?type=3&theater
เขียนโดย ลูกสาวอบต
รถน้ำมันกำลังจะเป็นตำนาน เมื่อ EV ไทยโต 70% ในปีเดียว
โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทย
หมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คน
"ถั่วแระกับถั่วเหลือง" ใช่ถั่วชนิดเดียวกันไหม? ความจริงที่หลายคนอาจไม่เคยรู้
ทำไมบ้านเลขที่ 23–24 Leinster Gardens จึงไม่มีห้องอยู่ด้านหลัง
5 สัญญาณเตือนภาวะ Burnout จากการทำงาน
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
4 โรงเรียนชายล้วนเก่าแก่ของไทย ที่ยังเปิดสอนถึงปัจจุบัน
นักบินไม่ได้มีหน้าที่แค่บิน เปิดเบื้องหลังอาชีพที่ต้องรับผิดชอบมากกว่า 1,500 ชั่วโมงบิน
ตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหน
เห็นคำว่า “ต่ออีก 2 เดือน” อย่าเพิ่งคิดว่าได้ 2,000 — ไทยช่วยไทย พลัส เล็ง 1,000 บาทใช้ ต.ค.–พ.ย.
Richard McNair หลบออกจากเรือนจำด้วยพาเลทถุงไปรษณีย์ได้อย่างไร
พัสดุเก็บเงินปลายทาง อย่าเพิ่งจ่าย! เช็กก่อนรับ รู้สิทธิเปิดดูของก่อนจ่าย
เช็ก 8 จุดก่อนซื้อ iPhone มือสองต้อง แบต 100% ก็ยังไม่พอ
ทำไมเราไม่ได้กลิ่นบ้านตัวเอง แต่คนที่เพิ่งเดินเข้ามากลับได้กลิ่นทันที?
ทำไมกระจกประตูเครื่องซักผ้าฝาหน้าถึงโค้งเข้าไปข้างใน? มันไม่ได้มีไว้แค่ให้มองเห็นผ้า


