หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

แม่ครัวหัวป่าก์ ที่มาที่ไปของคำนี้ มาจากไหน?

คำว่า แม่ครัวหัวป่าก์ ที่หมายถึง ผู้หญิงหรือบุคคลที่ทำหน้าที่ในการประกอบอาหารจนมีรสชาติอร่อยถูกปากคนทั้งหลาย จึงใช้คำนี้ในการเรียกบุคคลเหล่านั้นว่า " แม่ครัวหัวป่าก์" แล้วแม่ครัวหัวป่าก์ มีประวัติที่มาอย่างไรทำไมคำนี้จึงนำมาใช้ในการชมเชย บุคคลที่ทำอาหารเอร็ดอร่อย

เรื่องนี้เป็นเรื่องราวของชาวบ้านตำบลหัวป่า อ.พรหมบุรี บ้านหัวป่านั้นปรากฎชื่อขึ้นในทำเนียบการทำอาหารอร่อยเยี่ยมยอดในสมัยรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โดยได้มีโอกาสทำอาหารถวาย ร.5 ได้ทรงเสวย ตามประวัติเสด็จประภาสต้นเมืองสิงห์ ในสมัยนั้นเมืองพรหมบุรีเป็นเมืองที่เจ้านายในกรุงเทพฯ ไปเยี่ยมเยือนกันเป็นประจำ และพระยาอภัยราชาก็เป็นขุนนางผู้หนึ่งที่ไปเมืองนี้บ่อยอาจเพราะไปหลงเสน่ห์สาวบ้านแป้ง ที่ขึ้นชื่อลือชาในความงามเข้าก็ได้(ตามคำขวัญเมืองสิงห์ในอดีตที่ว่าสาวบ้านแป้ง แตงบ้านไร่) พระยาอภัยราชาได้สร้างวัดไว้ที่เมืองสิงห์บุรีแห่งหนึ่งและได้ทำหนังสือกราบบังคมทูลเชิญพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้เสด็จไปทอดกฐินที่นั่น ทางเมืองพรหมบุรีจึงได้เตรียมรับเสด็จรัชกาลที่ 5 ในครั้งนั้นเป็นอย่างดีที่สุดโดยเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องเครื่องเสวยนั้นได้จัดหาแม่ครัวฝีมือเยี่ยมจากทั้งจังหวัดมาทำอาหารรับเสด็จฯ ในทำเนียบประวัติเมืองพรหมบุรีกล่าวไว้ชัดเจนว่าแม่ครัวเครื่องคาว ได้แก่ อำแดงเกลี้ยง อำแดงยิ่ง อำแดงแพ อำแดงสรวง แม่ครัวเครื่องหวาน ได้แก่ อำแดงหงส์ อำแดงสิน อำแดงพลับ อำแดงพา และเครื่องเสวยที่จัดถวายครั้งนั้นก็ ได้แก่ แกงมัสมั่น แกงบอน แกงบวน ต้มปลาร้าหัวตาล ขนมจีนน้ำยา ส่วนเครื่องหวาน คือ ขนมปิ้ง สังขยา ทองหยิบ ฝอยทอง เม็ดขนุน และข้าวตอกน้ำกะทิ

ปรากฏว่าการรับเสด็จฯ โดยคณะแม่ครัวบ้านหัวป่าคราวนั้นรัชการที่ 5 ทรงโปรดเป็นอย่างยิ่ง และมักจะเอ่ยอ้างถึงคณะแม่ครัวคณะนี้จนติดพระโอษฐ์เสมอว่า "อาหารอร่อยอย่างกับฝีมือแม่ครัวหัวป่า" และภายหลังจึงมีการติดตามให้แม่ครัวจากหัวป่าเข้าไปรับใช้ในวังที่กรุงเทพฯ ชื่อของแม่ครัวหัวป่าจึงติดอยู่ในวลีเกี่ยวกับการทำอาหารสืบมา

............วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม 2552 เป็นตอน ร.ศ. 125 เสด็จประพาสต้นสิงห์บุรี-ชัยนาท-อ่างทอง ตอนแรกโดยวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2449 หรือ ร.ศ. 125 เสด็จโดยทางเรือจากอ่างทอง ทางแม่น้ำเจ้าพระยา ขึ้นมายังสิงห์บุรีในอดีตสิงห์บุรี, พรหมบุรี และอินทร์บุรี เป็นเมืองเล็กๆ เป็นอิสระซึ่งกันและกัน แต่ได้มีการยุบเมืองพรหมบุรีและอินทร์บุรีให้เป็นอำเภอของสิงห์บุรีที่ปกครองโดยเจ้าเมือง และอยู่ในเขตมณฑลกรุงเก่าที่ปกครองโดยเทศาภิบาลซึ่งปัจจุบันเมืองสิงห์บุรีตั้งอยู่ในตำบลบางพุทรา โดยสิงห์บุรีมีแม่น้ำผ่านถึง 3 สายคือ แม่น้ำเจ้าพระยา, แม่น้ำน้อย และแม่น้ำลพบุรีเสด็จขึ้นจากเรือที่วัดชลอน หรือวัดพรหมเทพาวาส

ซึ่งทรงพระราชทานต้นพระศรีมหาโพธิ สายพันธุ์พุทธคยาประเทศอินเดีย ซึ่งทรงปลูกต้นหลักไว้ที่วัดนิเวศธรรมประวัติ ที่นี่มีตำบลหัวป่า อ.พรหมบุรี ซึ่งชาวบ้านเก่งในการทำอาหารได้รสชาติ ซึ่ง ร.5 ทรงชมเชยไว้ และไปตรงกับท่านผู้หญิงเลี่ยน ภาสกรวงศ์ ซึ่งแต่งตำรา “แม่ครัวหัวป่าก์”ไว้ถึง 5 เล่ม ออกจากวัดพรหมเทพาวาส เสด็จโดยทางเรือไปยังตลาดหมื่นหาญ จากนั้นเสด็จที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขพรหมบุรี เพื่อเสวยกระยาหารมื้อเที่ยง เสด็จต่อ ตำบลบางพุทรา ซึ่งเป็นที่ตั้งเมืองสิงห์บุรีนั่นเอง และหลังจากการเสด็จประพาสต้นในครั้งนี้ โปรดเกล้าฯให้สร้างศาลากลางขึ้น เป็นเรือนชั้นเดียว เสร็จปี ร.ศ. 130 (หลังเสด็จสวรรคตแล้วเพียง 1 ปี) กรมศิลปากรขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแล้วเมือ พ.ศ. 2533 หลังสร้างศาลากลางหลังใหม่แล้วเสร็จ จากนั้นเสด็จทางเรือไปวัดพรหมสาคร หรือวัดบางพุทรา(เดิม)เพื่อถ่ายภาพ ในการเสด็จวันนี้ของพระองค์ฝนไม่ตกเลยและได้เสวยพระยาหารรสดีที่ตำบลหัวป่า จึงได้ชื่อว่าแม่ครัวหัวป่า

.........วันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2449 หรือ ร.ศ. 125 เสด็จโดยทางเรือไปวัดสนามชัย หรือวัดข่า อำเภออินทร์บุรี ทางแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อถ่ายภาพ วัดนี้มีโบสถ์ที่สร้างคล้ายศาลาการเปรียญ และมีของเก่าสะสมไว้มากมาย รวมทั้งหนังใหญ่ ชาวบ้านที่มีโอกาสทำอาหารถวายก็ได้แก่ชาวบ้านประโมง ชาวบ้านหัววน และทรงเสวยกระยาหารก็ได้รับคำชมเชยว่า เอร็ดอร่อยไม่แพ้"แม่ครัวหัวป่าก์" และได้รับทราบว่าเกิดโรคภัยไข้เจ็บ ร.5 ได้อวยพรให้ชาวบ้านอยู่เย็นเป็นสุข จึงใช้เปลี่ยนชื่อวัดสนามชัยเป็นวัดประศุกแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน ของเก่ามากมาย พระพุทธรูปโบราณรวมทั้งหนังใหญ่ เพิ่งมาสูญเสียใน พ.ศ.2550 นี้เองถูกโจรกรรมไปหลายครั้ง แต่ก็ยังเหลือเสลี่ยงที่พระองค์เคยทรงใช้อยู่

ข้อมูลจาก : http://board.postjung.com/624949.html

ภาพ: พระอัครชายาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมขุนสุทธาสินีนาฏ (ซ้าย) ผู้เป็น "แม่ครัวหัวป่าก์แห่งวังหลวง และ เจ้าจอมเอื่ยม (กลาง) ถือหม้อขณะทรงกำลังเตรียมพระกระยาหารในห้องพระเครื่องต้น ในพระบรมมหาราชวัง

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: ลูกสาวอบต
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
10 VOTES (5/5 จาก 2 คน)
VOTED: Thorsten, สล่าเมืองเหนือ
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
คดีพลิกหรือไม่? ทอ. แจง !! ความเชื่อมโยงของรอยกระสุน บนรถยนต์ อีซูซุ ดีแม็กซ์ชาวบ้าน ร่องรอยของกระสุนไม่ตรงกันวิบากกรรม"เมียนมา" หลังการล่มสลายของราชอาณาจักร เผชิญกับการต่อสู้ชาติพันธุ์ที่รุนแรง และเผด็จการทหารพม่าเพจดังแซะ!! บินล้ำมานิดเดียว ทำเป็นเลือดรักชาติฉีดแรงทำทำไม ทำเพื่ออะไร!! “ศิลปินชาวขอนแก่น” จัดแสดงผลงานศิลปะบนถนนลูกรัง เต็มไปด้วยหลุมบ่อ"ซี-นุนิว" โทรศัพท์มาขอโทษแล้ว จากดราม่า #ไล่ศิลปินคนอื่นทำไม "บลู พงศ์ทิวัตถ์" ไม่ติดใจรัสเซียและยูเครนได้แลกเปลี่ยนเชลยศึก 1 ต่อ 1 อย่างยุติธรรมดวงชะตาปี 2565 หลัง "ดาวพระมฤตยู" ย้ายราศีสู่ราศีพฤษภ ในวันที่ 7 กรกฎาคม 2565 กับ "หมอจิณณะ (โหรกบ)"ประเทศญี่ปุ่น :: อากาศร้อน "กุ้ง" ในนาตายเหมือน "กุ้งต้มสุก"พระเตือนสาววัย 25 “ดวงจะถึงฆาต” เลี้ยวรถออกจากวัด เกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตใช่ๆพื้นนอกบ้าน ล้างแล้วมันก็สะอาด จกข้าวกันได้เน่อ นี่ล่ะ Street Food ที่แท้จริงวัฒนธรรมของ สัตว์เลื้อยคลาน ที่มันคือกิ้งก่าขนาดใหญ่‘กบ สุวนันท์’ วัย 43 ปี เผยภาพหน้าสด หน้าเด็กมาก เหมือนสมัยเข้าวงการแรกๆรองนายกฯ อนุทิน หายจากโควิดแล้วขนมที่ไหนๆ ก็ไม่สู้ขนมพื้นบ้านแบบของเราได้หรอก บอกได้เลยว่าเป็นขนมพื้นบ้านแท้ๆเด้อ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
วิบากกรรม"เมียนมา" หลังการล่มสลายของราชอาณาจักร เผชิญกับการต่อสู้ชาติพันธุ์ที่รุนแรง และเผด็จการทหารพม่าวัฒนธรรมของ สัตว์เลื้อยคลาน ที่มันคือกิ้งก่าขนาดใหญ่ขนมที่ไหนๆ ก็ไม่สู้ขนมพื้นบ้านแบบของเราได้หรอก บอกได้เลยว่าเป็นขนมพื้นบ้านแท้ๆเด้อบึงลำสมุห์ ปอดแห่งใหม่ ของสุพรรณบุรี หนึ่งในพื้นที่บริหารจัดการน้ำ รองรับอุทกภัย ช่วยภัยน้ำท่วมได้
ตั้งกระทู้ใหม่