หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ประชาธิปไตย ตอนที่ ๕.


เขียนโดย

ประชาธิปไตย ตอนที่ ๕.

จากตอนที่ ๑ ถึง ตอนที่ ๔ ได้กล่าวถึงองค์ประกอบของ “ประชาธิปไตย”  อันได้แก่

๑. การมีส่วนร่วมในการบริหารและปกครองประเทศ ของประชาชน

๒. การได้รับการแจกจ่ายแบ่งปันทรัพยากรจากรัฐสู่ประชาชน อย่างเท่าเทียมกัน

๓. การมีสิทธิ เสรีภาพ ทั้งทางกาย วาจา ใจ ของประชาชน อย่างเท่าเทียมกัน

๔. การมีสิทธิ เสรีภาพ ในการแสดงออก โดยไม่ละเมิดสิทธิ เสรีภาพของผู้อื่น             ๕.ประชาชนเป็นเจ้าของประเทศ ปกครองและบริหารประเทศ โดยการเลือกผู้แทนราษฎรเข้าไปปกครองและบริหารแทน

ประชาธิปไตย ดี หรือ เหมาะสมกับประเทศต่างๆหรือไม่ เป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบที่แน่นอน เพราะ ระบอบการเมืองนั้น ขึ้นอยู่กับ ลักษณะภูมิประเทศ จำนวนประชากร อาชีพ สภาพจิตใจ ความรู้ และสภาพทางเศรษฐกิจและสังคม ของประเทศนั้นๆ บางประเทศ ไม่สามารถที่จะใช้ ระบอบประชาธิปไตยได้ บางประเทศสามารถใช้ได้ ครึ่งๆกลางๆ เป็นแบบผสมผสาน บางประเทศ เป็นระบอบประชาธิปไตย แบบประธานาธิบดีเป็นประมุขมาจากการเลือกตั้ง บางประเทศเป็นระบอบประชาธิปไตยแบบมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข การปกครองแบบต่างๆบางระบอบไม่สามารถเป็นประชาธิปไตยเต็มรูปแบบได้ เพราะยังขาดความรู้ความเข้าใจที่ถ่องแท้ เข้าใจไม่ถูกต้อง หรือเข้าใจแบบเข้าข้างฝ่ายตนและพวกพ้อง

เช่นเดียวกันกับ “เผด็จการ” ก็แบ่งแยกออกเป็นหลากหลายรูปแบบ เช่น

“เผด็จการ แบบทรราชย์” คือการปกครอง บริหารประเทศ เพียงคนคนเดียว กดขี่ ข่มเหงประชาชน ไม่สนใจความทุกข์ยากกอบโกย ผลประโยชน์ทุกอย่างจากประชาชน

“เผด็จการ แบบหมู่คณะ” หรือเป็นกลุ่ม ที่ไม่ได้มาจากการเลือกของประชาชน มีคนคนเดียวเป็นหัวหน้า อันนี้ยังแบ่งออกได้หลายแบบเช่น “เผด็จการ แบบสังคมนิยม”

“เผด็จการแบบคอมมูน” “เผด็จการแบบ กึ่งประชาธิปไตย”

“หรือเผด็จการแบบสมคบคิด”  อันนี้หมายถึง กลุ่มผู้ที่ได้รับเลือกจากประชาชนมาเป็นตัวแทนในการบริหารและปกครองประเทศ แต่ไม่ได้ทำตามความต้องการของประชาชน เพียงเอาประชาชนขึ้นมาเป็นข้ออ้างว่าทำเพื่อประชาชน แต่แท้จริง กับสมคบคิดในฝ่ายตน ทำเพื่อประโยชน์ของฝ่ายตนและพวกพ้อง  เพราะมีเสียงข้างมาก

            นักการเมือง หรือพรรคการเมือง ที่ผ่านมาในอดีต มักไม่เป็นตัวแทนอย่างแท้จริงของประชาชนที่เลือกเข้าไปทำหน้าที่ในรัฐสภา จัดสรรแบ่งปันทรัพยากรของรัฐอย่างไม่เป็นธรรม  มักจะอ้างความปลอดภัยบ้าง อ้างถึงการได้มาซึ่งการเยียวยาบ้าง แต่แท้จริงแล้ว ไม่ได้รู้ ไม่ได้ถาม ไม่ได้รับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างแท้จริง เพราะถือว่า ประชาชนเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ก็ใช้ “เผด็จการทางรัฐสภา” เพราะมีเสียงข้างมาก โดยไม่ได้คำนึงถึง ฐานะทางเศรษฐกิจของประชาชนส่วนใหญ่ จึงกลายเป็นว่า “กฎหมายบางอย่าง ประชาชน ไม่สามารถปฏิบัติตามได้” ด้วยกับดักทาง “รายได้ รายจ่าย สภาพทางเศรษฐกิจของประชาชน และอื่นๆ”

            อันประชาธิปไตยที่แท้จริงนั้น ย่อมสรรค์สร้าง ความสามัคคีปรองดอง ในตัวของมันเองอยู่แล้ว หากประชาชนทุกระดับชั้น มีความรู้ความเข้าใจในหลักประชาธิปไตยพื้นฐาน และสามารถปฏิบัติได้  เมื่อประชาชนทุกระดับชั้น ทุกกลุ่มอาชีพ มีความรู้ มีความเข้าใจ ใน

๑). “การมีสิทธิ เสรีภาพ ทั้งทาง กาย วาจา และใจ ที่เท่าเทียมกัน”

๒). การมีสิทธิ เสรีภาพ ในการแสดงออก อันไม่ละเมิด สิทธิ เสรีภาพ ของผู้อื่น” และข้ออื่นๆ  ความสามัคคีปรองดอง ความสมานฉันท์ รวมไปถึง ความเจริญ ทางด้านจิตใจของแต่ละฝ่ายของแต่ละบุคคล ย่อมจะพัฒนาไปในทางดีขึ้น การบริหารปกครองประเทศ ก็ย่อมจะดีตามไปด้วย

เมื่อกล่าวมาถึง ณ.ตรงนี้ อาจมีผู้สงสัยว่า ไปเอาจากตำราหรือแบบเรียนไหนมา

เขียน จึงจำต้องขอเรียนว่า ที่เขียนไปทั้งหมดนี้ ก็เป็นตำราแบบเรียน แบบเรียนหนึ่ง ซึ่งอันตำราแบบเรียนนั้น ย่อมสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความเข้าใจ ให้ข้อคิดพิจารณา เสริมสร้าง สติปัญญา ต่อผู้ได้เล่าเรียนศึกษาในตำราแบบเรียน ซึ่งตำราแบบเรียนทุกชนิด ก็ล้วนนับได้ว่า เป็นหลักวิทยาศาสตร์แขนงหนึ่ง เพราะต้องหา สมมุติฐาน ตั้งสมมุติฐาน ค้นคว้า หาเหตุผล ทดลอง หาข้อสรุปผล สร้างเป็นหลักการ หรือหลักความจริง ที่สามารถพิสูจน์ได้

            ณ.บัดนี้ ใกล้เวลาที่จะมี ประชาธิปไตย ที่มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้ว   การหาเสียง ของผู้สมัครฯ และพรรคการเมืองย่อมต้องเกิดมีขึ้นและหากผู้สมัครฯหรือพรรคการเมือง มีประชาธิปไตย อยู่ใน หัวใจ อยู่ใน สมองสติปัญญา การเลือกตั้งคงสัมฤทธิ์ผล โดยความเรียบร้อย บริสุทธิ์ ยุติธรรม และผู้ที่ได้รับเลือก ย่อมต้องทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชนอย่างแท้จริง นำเอาความต้องการของประชาชนตั้งแต่ระดับรากหญ้า จนถึงระดับนายทุน เข้าสู่กระบวนการบริหารปกครอง ด้วยทรัพยากรต่างๆ และแจกจ่ายแบ่งปันทรัพยากรต่างๆ อย่างเท่าเทียมทั่วถึง ความสงบสุข สามัคคี ปรองดอง ย่อมมีขึ้นอย่างแน่นอน ประเทศไทยจงเจริญยิ่งๆขึ้นไป   สวัสดี

                                                                                    ............เทวฤทธิ์   ทูลพันธ์..........

                                                                                                              ผู้เขียน

เนื้อหาโดย: Telwarit Toolpun
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Telwarit Toolpun's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 156 ครั้ง
เขียนโดย Telwarit Toolpun
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดเพียงหนึ่งเดียวในไทย ที่มีพื้นที่ติดกับจังหวัดอื่นเพียงแห่งเดียว10 อันดับแบรนด์กาแฟโลก แบรนด์ไทยก็ติดกับเขาด้วย7 ผลไม้ป่า ที่หายากที่สุดในประเทศไทย6 มหาวิทยาลัยเอกชนที่ POP ที่สุดในประเทศไทย5 ประเทศที่คนกินเผ็ดมากที่สุดในโลก (คนไทยอันดับ3)บริษัทเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย ที่ยังคงเปิดกิจการอยู่ในปัจจุบันจังหวัดในไทย ที่ยังไม่มี "มหาวิทยาลัยราชภัฏ" ตั้งในพื้นที่สว่างไว้ก่อน... ปลอดภัยกว่า! ทำไมผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ "เปิดไฟห้องน้ำ" ทิ้งไว้เมื่อนอนโรงแรมจังหวัดไหนมีประชากรมากที่สุดในไทย ถ้าไม่นับกรุงเทพฯอย่าเพิ่งทุบรังดินเล็ก ๆ รู้จัก “หมาร่า” แมลงนักล่าแมงมุมใกล้ตัวประเทศที่ “อาจหายไปจากแผนที่โลก” ในอนาคตเปิดตำราทรงหนวดไทย รอยจารึกศาสตร์และศิลป์แห่งแห่งสุภาพบุรุษสยาม
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ดอกไม้หายากที่พบได้แค่ในไทย เพียงประเทศเดียวเท่านั้นในโลกปลาไทยที่มีไขมันดีไม่แพ้ปลาแซลมอน โปรตีนสูง สร้างกล้ามเนื้อและบำรุงสมอง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ถามตอบ พูดคุย
คุณคิดว่า "การสวดมนต์" ยังมีความสำคัญหรือจำเป็นอยู่ไหมในยุคปัจจุบัน?ปวดหัวรายวันราคาน้ำมันราคาน้ำมันวันหยุดสุดท้ายของสงกรานต์ 2569  ใครยังไม่อยากให้เทศกาลจบบ้าง?
ตั้งกระทู้ใหม่