กฎ 5 ข้อ ที่ นักศึกษาจบใหม่ ต้องรู้
เขียนโดย World Wild
1. อย่าเลือกงาน
ที่บอกว่า "อย่าเลือกงาน" ผมหมายความว่า อย่าเลือกงานจริงๆนะ "ไม่ว่าคุณจะได้งานอะไร ก็ทำๆให้ได้เงินไปก่อน" ดีกว่าเลือก และนั่งรองานที่ต้องการเท่านั้น แล้วช่วงเวลาที่ว่างงานจะเอาอะไรกิน ในระหว่างที่ทำงานเพื่อให้ได้เงินเราก็ยังมีโอกาสสมัครงานที่ชอบทิ้งเอาไว้ เค้านัดไปสัมภาษณ์เมื่อไหร่ก็ลางานไปได้ พอได้งานใหม่ที่ชอบก็ค่อยเปลี่ยน
อีกอย่าง หลายๆคนคงจะเคยเห็นประกาศรับสมัครงานตามเว็บไซต์ต่างๆ มักจะบอกว่า "รับสมัครคนมีประสบการณ์ 3 ปี 5 ปี แล้วเด็กจบใหม่อย่างผม(..ู)จะเหลืองานอะไรให้สมัคร? จริงไหม? นั่นแหละครับ ถึงบอกว่า ได้งานอะไรก็ทำไป อย่างน้อยๆ ได้เอาประสบการณ์ไปอ้างอิงเพื่อยื่นสมัครที่ใหม่ได้ ถึงแม้ว่างานที่ทำมาจะไม่เกี่ยวกับงานใหม่ แต่เชื่อว่าบริษัทไหนๆ ก็ชอบคนขยัน คนที่ไม่นั่งงอมืองอเท้า แม้ว่างานที่ผ่านมาจะไม่เกี่ยวกับงานใหม่ที่สมัคร แต่เชื่อว่า คุณจะได้คะแนนความขยันไปแล้วส่วนหนึ่ง (แต่แอบบอกนิดหนึ่งว่า เวลาเห็นเค้ารับสมัครคนมีประสบการณ์ อย่าไปกลัวนะครับ ยื่นใบสมัครไปเลย ถ้าเราใช่ ยังไงเค้าก็เลือก)
2. คุณจะจบเกียรตินิยมอันดับที่เท่าไหร่? มหาวิทยาลัยมีชื่อเสียงยังไง หรือได้เกรดเฉลี่ยสูงแค่ไหน คุณก็ต้องมานับ หนึ่ง ในที่ทำงาน
จากประสบการณ์ตรง ไม่ว่าเราจะเรียนมามากแค่ไหน แต่การเรียนรู้นั้นไม่มีที่สิ้นสุด เมื่อคุณเพิ่งจบการศึกษามา คุณก็ต้องมาเรียนรู้ใหม่ในที่ทำงาน เอาแค่เรื่องง่ายๆ ที่มหาวิทยาลัยอาจจะไม่ได้สอนคุณ เช่น การใช้เครื่องถ่ายเอกสาร การใช้โปรแกรม Excel เป็นต้น ดังนั้น ถึงแม้ว่าคุณจะเก่งวิชาการ เก่งกล้าสามารถหรือฝึกงานมามากแค่ไหน แต่ในภาคปฏิบัติจริงมีตัวแปรหลายอย่าง เช่น เพื่อนร่วมงาน อุปกรณ์สำนักงาน ฯลฯ ถ้าคุณไม่มีเพื่อนร่วมงานที่เป็นมิตร งานคุณก็อาจจะติดขัด ขาดคนแนะนำ อุปกรณ์สำนักงานไม่เอื้ออำนวย สเปคคอมพิวเตอร์อืดเป็นหอยคลาน เพราะฉะนั้น แม้ว่าคุณจะเก่งทางด้านวิชาการ แต่ในภาคของการทำงานจริง คุณต้องพึ่งพาปัจจัยหลายอย่าง ดังนั้น เป็นมิตรกับทุกคน และเรียนรู้วัฒนธรรมองค์กรให้เข้าใจ ถ่อมตนให้มาก จึงจะสามารถปรับใช้ความรู้ที่มีให้เกิดผลได้สำเร็จ
3. อย่าเกี่ยงงาน
คำว่า "อย่าเกี่ยงงาน" ข้อนี้มันมีเส้นบางๆ กั้นอยู่ บางครั้งในการทำงานถ้าเรารับงานที่หัวหน้าสั่งมาทั้งหมด อาจจะกลับกลายเป็นว่า ภาระทั้งหมดมาตกอยู่ที่เราคนเดียว แต่ ในทางกลับกัน หลายคนมองว่ามันคือโอกาสในการพิสูจน์ความสามารถของตัวเอง
เพราะ หลายคนคิดไม่เหมือนกัน บางคนคิดว่า "ให้เงินฉันเพิ่มสิ ฉันจะทำงานเพิ่มให้" แต่บางคนคิดว่า "ฉันจะทำงานเพื่อพิสูจน์ความสามารถ แล้วคุณจะเห็นจนต้องเพิ่มเงินให้ฉัน เพราะต้องการฉัน"
สำหรับผมแล้ว แนะนำอย่างหลัง คือ ถ้างานนั้นมันเกี่ยวกับหน้าที่ของเรา และเราได้รับมอบหมาย จงตั้งใจทำอย่างเต็มที่ แล้วเมื่อผลงานออกมาดี เราจะรู้ขั้นตอนทั้งหมด เพราะเราเป็นคนทำ แล้วเขาจะเห็นว่าเรามีความสามารถ เดี๋ยวก็เพิ่มเงินให้เพื่อซื้อเราไว้นั่นเอง
แต่กลับกัน ใครที่เริ่มด้วยการต่อรองว่า "ให้เงินฉันสิ แล้วฉันจะทำงานเพิ่มให้" คุณจะได้แค่เงิน แต่ไม่ได้ใจ และเมื่อถึงวันที่องค์กรเกิดวิกฤติ หรือต้องตัดสินใจ คนกลุ่มนี้จะถูกตัดออกไปเป็นกลุ่มแรกๆ เสมอ
4. ก่อนที่จะเป็น "เสือ" ต้องหัดเป็น "เหยื่อ" ที่เก่งกาจ
หลายครั้งที่คนทำงานมักจะเปรียบเทียบตัวเอง ว่าเป็น "เสือ ซึ่งเปรียบเสมือนคนที่เก่ง และต้องการความมีอิสระ" แต่คุณอย่าลืมว่า คุณไม่ใช่ลูกเจ้าของบริษัท แถมยังไม่ใช่ญาติเค้าด้วย ดังนั้น คุณก็เป็นเพียงลูกจ้างที่มาจากต่างที่ต่างทาง เป็นใครมาจากไหนแทบจะไม่รู้จักกัน และมาทำงานก็เพื่อเงิน "อย่าลืมว่าคุณทำงาน เพื่อแลกเงิน" ดังนั้น จะให้เค้ามาชื่นชมว่าคุณเก่ง ให้อิสระกับคุณ ทั้งๆที่คุณทำงานเพื่อแลกเงินของเค้า คุณคิดว่ายังไง?
ถ้าคุณคิดว่าคุณ คือ เสือ ที่เก่งกาจ และต้องการมีอิสระ แล้วทำไมคุณถึงมาเป็นลูกจ้างเขา ทำไมคุณไม่ใช้ความเก่งของคุณไปตั้งบริษัทเอง บริหารเอง หรือว่าไม่จริง? ดังนั้น ถ่อมตัวในขณะที่เผชิญหน้า และเก่งกล้าในขณะที่ทำงาน คุณจะประสบความสำเร็จ
5. อย่าคิดว่า การบ่นเรื่องงานบน Facebook คือพื้นที่ส่วนตัว
อย่างที่หลายๆ คนรู้ เดี๋ยวนี้ที่ทำงานบางที่ถึงขนาดที่ต้องขอ Facebook ของเรา เพื่อเข้าไปส่องดูโพสที่เราโพส เพื่อวิเคราะห์ตัวตนของเรา ดังนั้น Facebook จึงไม่ใช่พื้นที่ส่วนตัวอีกต่อไป ถึงแม้ว่าคุณจะตั้งสถานะว่าเป็นส่วนตัว แต่อย่าลืมว่า ใน Facebook เราโพสเพื่อให้ผู้อื่นเห็น อย่างน้อยๆก็เพื่อนของคุณที่เห็น ดังนั้น Facebook ของคุณจึงไม้ใช่พื้นที่ส่วนตัว คิดให้ดีก่อนที่จะโพสอะไร ทั้งก่อนทำงาน และระหว่างที่ได้งานทำแล้ว รวมทั้งสื่อโซเชียลทั้งหลายด้วย
ขอย้ำว่า ทั้ง 5 ข้อ ไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต อาจจะมีเรื่องอื่นๆ หรือมีมุมมองที่แตกต่างกันไป แต่อยากให้เด็กจบใหม่ได้มี 5 ข้อนี้ เป็นพื้นฐานในการคิด แต่จะเห็นด้วยหรือไม่นั้น เป็นสิทธิส่วนบุคคลของแต่ละคน
ทั้งหมดนี้ หวังว่า จะให้สติในการเริ่มชีวิตหลังจากจบการศึกษาของน้องๆ หลายๆ คน และขอให้ประสบความสำเร็จกันทุกๆ คน
และเมื่อประสบความสำเร็จแล้ว ก็อย่าหลงทะนงตน เพราะบริษัทขาดคุณไปสักคน เค้าไม่กระทบกระเทือนหรอก เค้าหาคนใหม่แทนได้
"ถ่อมตนเมื่ออยู่กับเพื่อนร่วมงาน แสดงความเชี่ยวชาญเมื่อมีโอกาส ใช้ความสามารถเพื่อพัฒนาตนเอง"
เพราะทุกๆวันของชีวิต คือการเรียนรู้ สู้ๆ ครับ
สายเชีย วงศ์วิโรจน์ ชี้แจงเอง ไม่ใช่เจ้าของหาดทรายขาว
ชุมชนคนไทยในเมืองนอก ที่มีขนาดใหญ่และมีคนไทยอยู่มากที่สุด
10นามสกุลที่นำมาใช้จากชื่ออำเภอมากที่สุด
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล 2 พฤษภาคม 2569 ออกแล้ว เลขรางวัลที่ 1 เช็กครบที่นี่
7 ข้อผิดพลาดในการใช้แอร์ที่ทำให้ค่าไฟสูงกว่าที่ควร
ทำไมคนเกาหลี-ญี่ปุ่น-จีน แทบไม่มีกลิ่นตัว คำตอบอยู่ที่ยีน ABCC11
11 แหล่งรายได้หลังเกษียณ ลดเสี่ยงพึ่งเงินทางเดียว
ทำความสะอาดบ้านยังไงให้หน้าใสผมสวย? แชร์สูตรลับสมุนไพรก้นครัว ไร้สารเคมี 100%
อาหารเอเชียที่โด่งดังที่สุด เป็นที่รู้จักในระดับโลกมากที่สุด
ประเทศที่นอนน้อยที่สุด
เปลี่ยนชีวิตด้วย "พลังของ 1%" จิตวิทยาการสร้างนิสัยแบบ Atomic Habits
😁 ชวนเข้ามาดูเคล็ดลับในครัวง่าย ๆ ที่คนส่วนน้อยรู้ ซึ่งมีประโยชน์อย่างเหลือเชื่อ 😉
นี่คือความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นขณะ "จัดฟัน" ในเวลา 24 เดือน
10นามสกุลที่นำมาใช้จากชื่ออำเภอมากที่สุด
ป่าที่พบเสือโคร่งอาศัยอยู่มากที่สุด อันดับที่หนึ่งในประเทศไทย
“ก๋วยเตี๋ยวเลียง” ของอร่อยแห่งเมืองจันทบุรี
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล 2 พฤษภาคม 2569 ออกแล้ว เลขรางวัลที่ 1 เช็กครบที่นี่
ทำความสะอาดบ้านยังไงให้หน้าใสผมสวย? แชร์สูตรลับสมุนไพรก้นครัว ไร้สารเคมี 100%



