คุณประโยชน์ของชะอม และข้อเสีย ที่คุณอาจไม่เคยรู้!
ชะอม
ชะอม ชื่อสามัญ Climbing wattle, Acacia, Cha-om
ชะอม ชื่อวิทยาศาสตร์ Acacia pennata (L.) Willd. จัดอยู่ในวงศ์ถั่ว (FABACEAE หรือ LEGUMINOSAE) และอยู่ในวงศ์ย่อยสีเสียด (MIMOSOIDEAE หรือ MIMOSACEAE)
ผักชะอม มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ เช่น ผักหละ (ภาคเหนือ), อม (ภาคใต้), ผักขา (ภาคอีสาน อุดรธานี), พูซูเด๊าะ (แม่ฮ่องสอน), โพซุยโดะ (กะเหรี่ยง) เป็นต้น
สรรพคุณของชะอม
1.ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ เนื่องจากมีวิตามินเอสูง
2.ยอดชะอมช่วยลดความร้อนในร่างกายได้
3.ผักรสมันอย่างชะอมมีสรรพคุณเป็นยาอายุวัฒนะ
4.ช่วยในการขับถ่าย ป้องกันโรคท้องผูก
5.รากชะอมนำมาฝนกินช่วยแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ปวดท้อง และช่วยขับลมในลำไส้
6.มีส่วนช่วยบำรุงเส้นเอ็น
7.ช่วยแก้อาการลิ้นอักเสบเป็นผื่นแดง
ประโยชน์ของชะอม
1.ประโยชน์ของชะอม ช่วยฟื้นฟูผมแห้งเสีย แตกปลาย ด้วยสูตรน้ำชะอมหมักผม เพียงแค่นำใบชะอมประมาณ 1 กำมือมาต้มกับน้ำเปล่า 3 ถ้วย จนได้น้ำชะอมเข้มข้น กรองเอาแต่น้ำ เมื่อสระผมเสร็จให้นำผ้าขนหนูมาชุบน้ำชะอมที่เตรียมไว้ บิดพอหมาด นำมาเช็ดผมให้ทั่ว แล้วทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีแล้วล้างออก จะช่วยทำให้ผมแห้ง ๆ กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
2.ชะอม ประโยชน์นำมาทำเป็นเมนูอาหารได้หลากหลายเมนู เมนูชะอม เช่น ไข่ชะอม ไข่ทอดชะอม ชะอมชุบไข่ แกงส้มชะอมกุ้ง แกงส้มชะอมไข่ นำมาลวกหรือนึ่งใช้เป็นผักจิ้มกับน้ำพริก น้ำพริกกะปิ รับประทานร่วมกับส้มตำมะม่วง ตำส้มโอ หรือจะนำไปปรุงเป็นแกงรวมกับปลา เนื้อ ไก่ กบ เขียด หรือต้มเป็นอ่อม ทำแกงลาว แกงแค เป็นต้น
คุณค่าทางโภชนาการของยอดชะอม 100 กรัม
– พลังงาน 57 กิโลแคลอรี
– เส้นใยอาหาร 5.7 กรัม
– ธาตุแคลเซียม 58 มิลลิกรัม
– ธาตุฟอสฟอรัส 80 มิลลิกรัม
– ธาตุเหล็ก 4.1 มิลลิกรัม
– วิตามินเอ 10066 IU
– วิตามินบี 1 0.05 มิลลิกรัม
– วิตามินบี 2 0.25 มิลลิกรัม
– วิตามินบี 3 1.5 มิลลิกรัม
– วิตามินซี 58 มิลลิกรัม
โทษของชะอม
1.สำหรับคุณแม่ที่เพิ่งมีบุตรอ่อน ไม่ควรรับประทานผักชะอม เพราะจะทำให้น้ำนมแม่แห้งได้
2.ผักชะอม สำหรับคุณแม่ลูกอ่อน จะแพ้กลิ่นของผักชนิดนี้อย่างมาก ดังนั้นควรอยู่ห่าง ๆ
3.การรับประทานผักชะอมในหน้าฝน อาจจะมีรสเปรี้ยว กลิ่นฉุน บางครั้งอาจทำให้มีอาการปวดท้องได้ (ปกตินิยมรับประทานผักชะอมหน้าร้อน)
4.กรดยูริกเป็นตัวการที่ทำให้เกิดข้ออักเสบในผู้ป่วยโรคเกาต์ ซึ่งเกิดมาจากสารพิวรีน (Purine) โดยผักชะอมนั้นก็มีสารพิวรีนในระดับปานกลางถึงระดับสูง ผู้ป่วยโรคเกาต์สามารถรับประทานได้ แต่ควรรับประทานในปริมาณที่จำกัด หากเป็นมากก็ไม่ควรรับประทาน เพราะจะทำให้ปวดกระดูกได้
5.อาจพบเชื้อก่อโรคอย่างซาลโมเนลลา (Salmonella) ซึ่งเป็นเชื้อที่สามารถพบได้ทั่วไปในสภาพแวดล้อม เช่น ดิน น้ำ อากาศ เมื่อเรานำผักชะอมที่ปนเปื้อนสารชนิดนี้มาประกอบอาหารโดยไม่ล้างทำความสะอาดหลาย ๆ ครั้ง หรือไม่นำมาปรุงให้สุกก่อนรับประทาน อาจมีความเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อชนิดนี้ได้ โดยผู้ที่ได้รับเชื้อชนิดอาจจะมีอาการท้องเสีย ปวดท้อง ถ่ายเหลวเป็นน้ำสีเขียว หรือถ่ายเป็นมูกมีเลือดปน มีไข้ เป็นต้น
เมืองโบราณลึกลับในตำนาน ที่อยู่ในเขตพื้นที่ของประเทศกัมพูชา
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ทุกอำเภออยู่ติดฝั่งทะเลและชายแดน
ทำไมคุณไม่ควรใส่เกลือ เมื่อเริ่มเคี่ยวกระดูก?
อำเภอที่อยู่ไกลจากตัวจังหวัดที่สุด
ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก
หากคุณอายุเกิน 50 และยังไม่รู้ว่าจะลดไขมันหน้าท้องอย่างไร ลองทำตาม 3 วิธีนี้!!
ยกเลิกข้อความไม่ได้ไม่ใช่เครื่องพัง แต่เพราะ “หมดเวลา” ไขข้อสงสัย LINE ปี 2569 ที่คนใช้ไลน์ทุกคนควรรู้
😁 ชวนเข้ามาดูเหล่าผู้คนที่อาจจะมีวันที่แย่ ๆ กว่าที่คุณเคยเจอมาเยอะก็ได้ 😅
ธนาคารสัญชาติไทย ที่ทำกำไรได้มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
หลังจากใช้ชีวิตอยู่ในถ้ำ นักธรณีวิทยาก็ได้ค้นพบสาขาชีววิทยาใหม่โดยไม่ตั้งใจ
เตือนนักท่องเที่ยว รถบัสในกรุงโซลเริ่มการประท้วงหยุดงานอย่างไม่มีกำหนดแล้ววันนี้
"โรม" งง! เตือนคนไทยอย่าหลงกล "ฮุนเซน"..หลัง รมต.เขมร แทรกแซงการเมืองไทย
โปรดระมัดระวังเมื่อเดินทางไปญี่ปุ่น! "จำนวนผู้ป่วยโรคที่เกิดจากเห็บพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์" โดยกรณีร้ายแรงอาจถึงแก่ชีวิตได้
สนามบินที่มีขนาดเล็กที่สุด ที่ยังคงเปิดให้บริการอยู่จริงบนโลก
"โรม" งง! เตือนคนไทยอย่าหลงกล "ฮุนเซน"..หลัง รมต.เขมร แทรกแซงการเมืองไทย



