หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

บอกลา เซลลูไลท์ศัตรูร้ายทำลายความงาม


โพสท์โดย กฤติน พันธ์ดี

บอกลา เซลลูไลท์ศัตรูร้ายทำลายความงาม โดย ผศ. (พิเศษ) ดร. อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ปัญหาของคุณสาวๆหลายคน ไม่ว่า จะใส่สายเดี่ยว แขนกุด แขนก็ใหญ่ ย้อยไม่กระชับ หรือ จะใส่ขาสั้นก็ไม่ไหว ขาแตกลาย ไขมันเป็นก้อน...ไม่ว่าจะใส่ชุดไหนๆ ก็รู้สึกไม่มั่นใจ!!!

แน่นอนว่า ผู้หญิงทุกคนคงไม่มีใครอยากเป็นเช่นนั้น โดยเฉพาะปัญหาจากการมีไขมันส่วนเกินสะสมอยู่ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย แต่ผู้หญิงไม่ว่าจะสาวเล็กสาวใหญ่ต่างก็จะต้องรู้สึกหงุดหงิดใจกับการมี “เซลลูไลท์” ที่มักเข้ามากวนใจกันตั้งแต่ช่วงวัยรุ่น และไม่เฉพาะกับคนอ้วนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ผู้หญิงผอมๆ บางคนก็มีปัญหาเซลลูไลท์ได้ไม่แพ้กัน เมื่อปัญหานี้เกิดกับใครแล้วล่ะก็.. ความมั่นใจในการแต่งตัวสวยๆ คงหดหายไปมากพอสมควร แถมเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ไม่ได้หายไปง่ายๆ อีกต่างหาก
 
ข้อมูลจาก ผศ.พญ.สุวิรากร โอภาสวงศ์ ประธานฝ่ายกิจกรรมสังคม สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย และ ผู้อำนวยการคลินิกสยามเดอร์มาติกส์  แนะนำว่า ให้ลองตรวจเช็คตัวเองกันเลยดีกว่าว่ามีเซลลูไลท์หรือไม่ ลองหงายท้องแขนแล้วใช้มืออีกข้างจับบิดที่แขนหรือจะลองบีบที่ต้นขา และหน้าท้องดู หากพบว่าผิวของคุณ ไม่เรียบเนียน  เป็นก้อนไขมันตะปุ่มตะป่ำ ผิวขรุขระ คล้ายผิวเปลือกส้ม ให้สงสัยว่าน่าจะมีเซลลูไลท์ ซึ่งคุณต้องระวังเพราะมันจะขยายตัวเรื่อยๆ จนเห็นได้ชัดโดยที่คุณไม่ต้องบีบดูแต่อย่างใด
 
เซลลูไลท์กับไขมันต่างกันหรือไม่

เซลลูไลท์ต่างกับไขมันธรรมดาเพราะเซลลูไลท์มีความแตกต่างของโครงสร้างเนื้อเยื่อและระบบการเผาผลาญในร่างกายที่ผิดปกติ ความไม่สมดุลของระบบฮอร์โมนจะกระตุ้นร่างกายให้สะสมไขมัน ระบบการไหลเวียนเลือดและน้ำเหลืองก็จะเสียไป ส่งผลให้เกิดการสะสมของของเสียและสารพิษซึ่งส่งผลต่อคอลลาเจนและอีลาสตินในโครงสร้างผิวหย่อนคล้อยเสียความยืดหยุ่น จึงทำให้ไขมันถูกดันออกสู่ชั้นผิวหนังทำให้ผิวเป็นลอนคล้ายลูกฟูกไม่เรียบดูคล้ายเปลือกส้ม
 
ทำไมเซลลูไลท์ถึงลักษณะเป็นเปลือกส้ม

ผิวหนังของคนเราประกอบด้วยชั้นนอกสุดที่เรียกว่าหนังกำพร้าหรือชั้น epidermis ถัดรองมาเป็นหนังแท้หรือชั้น Dermis ใต้หนังแท้จะเป็นชั้นที่เรียกว่า Subcutaneous ซึ่งเป็นชั้นที่ไขมันอยู่ ชั้นนี้จะมีเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน connective tissue ความแข็งแรงและปริมาณขึ้นกับกรรมพันธุ์ ไขมันที่อยู่ชั้นบนสุดของชั้นไขมันนี้จะเป็นต้นกำเนิดของเซลลูไลท์ ที่เห็นเป็นคลื่นเหมือนผิวส้มเพราะมีเนื้อเยื่อเกี่ยวพันเป็นเหมือนผนังยึดให้ไขมันโป่งออก ปริมาณไขมันจะขึ้นกับระดับของฮอร์โมน ไม่ขึ้นกับอาหารหรือการออกกำลังกาย  (บางแห่งเรียกไขมันแข็ง)
 
ส่วนไขมันที่เหลือจะเป็นไขมันที่สะสมเพื่อให้พลังงาน ไขมันในชั้นนี้จะอยู่กันอย่างหลวมๆ ไม่ค่อยมีเนื้อเยื่อเกี่ยวพันมากนัก ชนิดอาหาร การออกกำลังกายจะสามารถควบคุมปริมาณไขมันชนิดนี้ได้(บางแห่งเรียกไขมันอ่อน)
กลไกการเกิดเซลลูไลท์เชื่อว่าเกิดจากการที่เซลไขมันบวม และการที่มีพังผืดเข้ามาหุ้มทำให้เกิดการรวมตัวของเซลไขมันเป็นกลุ่มก้อนซึ่งสามารถอธิบายการเกิดได้ดังนี้

          *      เซลล์ของไขมันบวมเนื่องจากมีการสะสมไขมันไว้ในเซลเป็นปริมาณมาก

          *      ผนังหลอดเลือดของเซลไขมันจะรั่วทำให้มีน้ำซึมผ่านออกจากเซลไขมันทำให้เกิดการคั่งของน้ำ

          *      การระบายของน้ำเหลืองไม่ดี

          *      เซลของไขมันจะจับกันเป็นกลุ่มโดยมีคอลลาเจน (collagen) ล้อมรอบซึ่งทำให้เลือดไหลเวียนไม่ดี

          *      เนื้อเยื่อเกี่ยวพันจะดึงผิวหนังตำแหน่งที่ยึดกับผิวหนังทำให้ผิวหนังเป็นรอนๆ
ทั้งนี้เซลลูไลท์มักพบอยู่เฉพาะบางแห่งของร่างกาย เช่น สะโพกต้นขาและหน้าท้อง เซลลูไลท์ไม่จำเป็นต้องสัมพันธ์กับน้ำหนักและความอ้วน สามารถพบได้ในผู้หญิงที่ผอม และพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายเพราะอิทธิพลของฮอร์โมนเอสโตรเจนในเพศหญิงด้วย
 
อย่างไรก็ตามปัจจัยที่ทำให้เกิดเซลลูไลท์นั้นมีหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็น เพศ เนื่องจากลักษณะโครงสร้างของเซลผิวและฮอร์โมนเอสโตรเจนของเพศหญิงมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดเซลลูไลท์ อาหาร จำพวกไขมัน ของทอด แอลกอฮอล์ น้ำตาล หากรับประทานอาหารเหล่านี้มากเกินไปจะทำให้ร่างกายกำจัดออกไม่หมดและเกิดการสะสม ขาดการออกกำลังกาย ทำให้เกิดการสะสมของไขมันมากยิ่งขึ้น การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วผิวหนังจะสูญเสียความยืดหยุ่น ปรับตัวไม่ทัน การเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนของร่างกาย มักพบเซลลูไลท์ในผู้หญิงหลังตั้งครรภ์ หรือคนที่รับประทานยาคุมกำเนิด ซึ่งจะมีระดับเอสโตรเจนที่มากเกินไป รวมถึงการใช้ชีวิตแบบผิดๆ เช่น การอยู่ในท่าเดียวนานๆ ไม่ว่าจะเป็นนั่งนาน ยืนนานๆ ความเครียด การสูบบุหรี่ และการดื่มน้ำน้อย เป็นต้น
 
ทั้งนี้พัฒนาการของเซลลูไลท์จะแบ่งเป็น 4 ระยะด้วยกัน นั่นก็คือ ระยะศูนย์ เป็นระยะที่เริ่มมีพังผืดเกิดขึ้นบ้างแต่ไม่มากนัก มองด้วยตาจะไม่สามารถสังเกตได้ ระยะต่อมาคือ ระยะที่ 1 จะไม่สามารถเห็นรอยได้ จนกว่าจะหยิบผิวหนังขึ้นมาจึงจะพบว่ามีรอยบุ๋ม ระยะที่ 2 เราจะสามารถเห็นรอยของเซลลูไลท์ได้ชัดเจนในขณะยืนปกติ โดยไม่จำเป็นต้องหยิบผิวหนังขึ้นมา แต่ในขณะนอนจะยังไม่สามารถเห็นได้ และระยะสุดท้าย ระยะที่ 3 เป็นระยะที่สามารถเห็นได้ชัดเจนที่สุดไม่ว่าจะยืนหรือนอนและยังเป็นระยะที่รักษาได้ยากที่สุดอีกด้วย
 
รู้ทันเซลลูไลท์ กำจัดได้เเค่เปลี่ยนพฤติกรรม

การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภค ด้วยการกินอาหารให้ครบหมวดหมู่อย่างหลากหลาย เพื่อไม่ให้ร่างกายขาดสารอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งไป พร้อมลดสัดส่วนของอาหารจำพวกแป้ง น้ำตาล ไขมันลง พยายามเน้นหนักที่ผักสดผลไม้ให้มาก เพราะกากใยจะช่วยขับล้างสารพิษตกค้างในร่างกาย อีกทั้งวิตามินซีและวิตามินอีนั้นมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้ผิวหนังกระชับขึ้น ขณะเดียวกันควรเน้นอาหารกลุ่มที่มีกรดไขมัน ถั่ว น้ำมันปลา เมล็ดพืชที่ช่วยการไหลเวียนของเลือด รวมถึงกินอาหารโปรตีนไขมันต่ำเป็นประจำ เนื่องจากร่างกายใช้พลังงานในการย่อยอาหารพวกโปรตีน มากกว่าการย่อยไขมัน หรือคาร์โบไฮเดรตถึงสองเท่า เรียกว่าอิ่มเท่ากัน แต่ช่วยเพิ่มการเผาผลาญมากกว่า นอกจากนี้ควรเลี่ยงคาเฟอีน แอลกอฮอล์ และลดอาหารเค็ม อาหารที่ผ่านกระบวนการแปลงสภาพ เช่น ไส้กรอก แฮม เบคอน อาหารสำเร็จรูป ฯลฯ ควบคู่ไปด้วย เพราะอาหารเหล่านี้มักมีสารปนเปื้อนและสารพิษที่จะไปตกค้างในร่างกายและเพิ่มไขมันได้

Author : ผศ. (พิเศษ) ดร. อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์ ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ
ที่มา: http://www.thaitribune.org/contents/detail/318?content_id=31781&rand=1521869199
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
กฤติน พันธ์ดี's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 2,055 ครั้ง
โพสท์โดย กฤติน พันธ์ดี
นักเขียนสาย Insight ชีวิตไทย เน้นเล่าเรื่องใกล้ตัวแบบเข้าใจง่าย เชี่ยวชาญคอนเทนต์ “รู้ไหม?” การจัดอันดับจังหวัด และไลฟ์สไตล์คนไทย ถนัดการเปรียบเทียบข้อมูลให้เห็นภาพชัด เอาไปใช้ได้จริง สไตล์การเขียนเป็นกันเอง อ่านลื่น แต่ยึดข้อมูลจริงเป็นหลัก
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
4 VOTES (4/5 จาก 1 คน)
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10นามสกุลที่นำมาใช้จากชื่ออำเภอมากที่สุด7 ข้อผิดพลาดในการใช้แอร์ที่ทำให้ค่าไฟสูงกว่าที่ควรประเทศที่นอนน้อยที่สุดราคาทอง 30 เม.ย. 69 พุ่งแรง คนถือทองเช็กจังหวะก่อนขายทำไมคนเกาหลี-ญี่ปุ่น-จีน แทบไม่มีกลิ่นตัว คำตอบอยู่ที่ยีน ABCC11😁 ชวนเข้ามาดูเคล็ดลับในครัวง่าย ๆ ที่คนส่วนน้อยรู้ ซึ่งมีประโยชน์อย่างเหลือเชื่อ 😉ประเทศยอดฮิตอันดับ 1 ที่คนไทยนิยมไปมากที่สุดในโลกชุมชนคนไทยในเมืองนอก ที่มีขนาดใหญ่และมีคนไทยอยู่มากที่สุดสายเชีย วงศ์วิโรจน์ ชี้แจงเอง ไม่ใช่เจ้าของหาดทรายขาว4 วิธีถูพื้นบ้านหอมทั่วอย่างยาวนานชื่อจริงคนไทยซ้ำมากแค่ไหน สมชายยังนำอันดับ 1 เกือบ 5 แสนคนรถคอกหมูรถที่กำลังสูญหายจากประเทศไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ประเทศที่แบนราบที่สุด พื้นที่อยู่ต่ำติดน้ำทะลมากที่สุดในโลก10นามสกุลที่นำมาใช้จากชื่ออำเภอมากที่สุด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ประเทศยอดฮิตอันดับ 1 ที่คนไทยนิยมไปมากที่สุดในโลกรถคอกหมูรถที่กำลังสูญหายจากประเทศไทยทำไมคนเกาหลี-ญี่ปุ่น-จีน แทบไม่มีกลิ่นตัว คำตอบอยู่ที่ยีน ABCC117 ค่าใช้จ่ายบ้านปี 2569 ที่คนไทยมักลืมเช็กก่อนเงินรั่ว
ตั้งกระทู้ใหม่