"มาร์ติน การ์เน็ต" ผู้ต้องหาค้ายาเสพติดถูกจับในไทย จำคุกที่บางขวาง เปิดเผยเรื่องราวในคุกที่หลายคนยังไม่รู้
รู้หรือไม่ว่า?
ในปี1993 มีชายชาวออสเตรเลียถูกเจ้าหน้าที่สนามบินดอนเมืองจับกุม หลังพยายามลักลอบขนเฮโรอีนนํ้าหนัก 4.7 กก.ออกนอกประเทศ (โดยการพันรอบตัวแล้วใส่สูทตัวใหญ่ๆ เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่)
ชายผู้นั้นมีนามว่า "มาร์ติน การ์เน็ต"(martin garnett) นาย การ์เน็ต ถูกตัดสินจําคุกเป็นเวลา 40 ปี! และถูกส่งไปที่เรือนจําบางขวาง เรือนจําที่ติดอับดับต้นๆของโลกในเรื่องของสภาพความเป็นอยู่ที่โหดร้าย ในช่วงที่นาย การ์เน็ต ถูกจองจําอยู่นั้น
"ในวินาทีแรกที่ผมมาถึงเรือนจําภาพแรกที่ผมเห็นคือนักโทษคนหนึ่งมีโซ่ตรวนล่ามอยู่ที่เท้าทั้งสองข้าง ผมสงสัยทันทีว่าเขาทําความผิดร้ายแรงอะไร! เพราะในออสเตรเลียคุณยังไม่มีสิทธิทําอย่างนี้กับสัตว์ได้เลย โดยตอนนั้นผมยังไม่รู้ด้วยซํ้าว่าผมก็ต้องโดนด้วยเหมือนกัน! ผู้คุมในเรือนจําบางคนมีธุรกิจในคุกเป็นของตนเองไม่ว่าคุณต้องการอะไรขอแค่คุณมีเงินคุณก็จะได้สิ่งที่ต้องการ! ผมเสียรองเท้าคู่หนึ่งเพื่อแลกเงินมาซื้อนํ้าดื่ม ห้องขังที่รองรับคนได้ประมาณ5คน กลับมีคนอยู่ประมาณ25คนเรื่องนอนไม่ต้องพูดถึงคุณแทบจะกระดิกตัวไม่ได้ด้วยซํ้า!
การค้ายาที่นี่เป็นเรื่องปกติเพราะผู้คุมทํากันเสียเอง มีคนเคยลักลอบนํายามาขายในราคาที่ถูกกว่าผู้คุม ตกดึกผู้คุมลากคนขายยามารุมทําร้ายต่อหน้าต่อตานักโทษคนอื่นๆ ผมว่าผู้คุมบางคนไม่ต่างจากพวกผมมากหรอกหรืออาจจะมากกว่า! จนอยู่มาวันหนึ่งผู้คุมนําตัวผมมาพบกับนักโทษกลุ่มหนึ่งที่เป็นชาวต่างชาติเหมือนกับผม พวกเขาแตกต่างจากผมไม่มีโซ่ตรวน ห้องขังอยู่กันแค่6 คน มีโต๊ะอาหารมีทีวีจานดาวเทียมมีเครื่องเกมให้เล่นมีเหล้ามีเบียร์มีสเต๊กให้ทานมีเด็กเสิร์ฟคอยบริการมีห้องนํ้าในตัว
พวกเขาคือพวกค้ายาให้กับนักโทษชาวต่างชาติในคุกแต่ก็ต้องจ่ายให้กับพวกผู้คุมด้วยเช่นกัน! พวกเขาชวนผมทํางานด้วยและผมก็ตอบตกลงอย่างไม่ลังเล การอยู่การกินของผมดีขึ้นมีเสื้อผ้าราคาแพงๆใส่มีเงินใช้ ไม่มีโซ่ตรวนล่ามเท้าทั้งสองข้าง กลุ่มของเรามีคนเข้าๆออกๆจนในที่สุดผมได้เป็นหัวหน้า วันๆ ไม่ต้องทําอะไรคอยเก็บเงินและคอยจ่ายส่วยให้กับผู้คุมเพียงอย่างเดียว" นี่เป็นคํากล่าวอ้างของนาย การ์เน็ต ที่เล่าเรื่องราวในช่วงของเขาที่ถูกจองจําอยู่ในคุกบางขวาง
นาย การ์เน็ต รับโทษในเรือนจําบางขวางได้ประมาณ 10ปี ก็ถูกทางการไทยสั่งย้ายไปรับโทษต่อที่เรือนจําคลองไผ่ ที่นั้นนาย การ์เน็ต เปลี่ยนเป็นคนใหม่ เปลี่ยนศาสนามานับถือศาสนาอิสลาม เป็นคนเคร่งศาสนาจนในปี 2011 นาย การ์เน็ต ได้รับพระราชทานอภัยโทษแต่ก็ถูกส่งตัวไปสหรัฐ (มีส่วนพัวพันกับแก๊งยาเสพติดข้ามชาติ ในตอนที่อยู่คุกบางขวางและถูกตัดสินว่าผิดจริง)
สรุป นายการ์เน็ตติดคุกที่ประเทศไทยประมาณเกือบๆ18ปีเต็ม
ป.ล. เรื่องราวอยู่ระหว่างปี1993-2011
จาก "ยาโด๊ป" ราชสำนักสู่ขนมโปรดของคนทั่วโลก: เจาะลึกประวัติศาสตร์และคุณประโยชน์ของช็อกโกแลต
หวย AI ได้วิเคราะห์เลข น่าจะออกรางวัล งวด 2 มกราคม 2569
คนที่มี EQ ต่ำมักทำ 6 สิ่งนี้ ในวันที่ 1 มกราคมเสมอ!!
"กล้วยเทพพนม" ผลไม้มงคลที่นิยมในการเซ่นไหว้
ปิดฉากดราม่าอีสปอร์ตไทย! ‘ก้อง Cheerio’ รับสารภาพเป็นสแตนด์อินให้ Tokyogurl ปมทุจริตซีเกมส์ 2025
วิเคราะห์สถานการณ์โลก: ปฏิบัติการ "Southern Spear" และการตอบโต้จากขั้วอำนาจใหม่
ทำไมประเทศในเอเชียกลางต้องลงท้ายด้วย "สถาน"
ช้างยังไม่เว้น! สื่อกัมพูชาอ้าง ช้างป่าจากไทยฝ่า 400 ด่านตรวจ มุ่งหน้าสู่ภาคกลางของเขมร
จับแล้ว!กลุ่มวัยรุ่นยิงพ่อแม่ลูกบาดเจ็บ รับสารภาพอ้างแค้นคนเจ็บตวาดใส่
เรือรบจีนติดตั้งขีปนาวุธ YJ-20 สุดเทพของโลก!!
เวเนซุเอลา จากยุคทองแห่งน้ำมันสู่ฝันร้ายทางเศรษฐกิจ
วิกฤตการณ์สหรัฐฯ-เวเนซุเอลา เดิมพันด้วยน้ำมันและอำนาจ
ช้างยังไม่เว้น! สื่อกัมพูชาอ้าง ช้างป่าจากไทยฝ่า 400 ด่านตรวจ มุ่งหน้าสู่ภาคกลางของเขมร
จับแล้ว!กลุ่มวัยรุ่นยิงพ่อแม่ลูกบาดเจ็บ รับสารภาพอ้างแค้นคนเจ็บตวาดใส่
แนะนำ! เว็บไซต์ ai สามารถวาดรูป [l8+](สร้างฟรี) ผู้ใหญ่เท่านั้น
ปลานิลนึ่งสมุนไพร เครื่องเคียงเพื่อสุขภาพครั้งใหญ่
หนุ่มบาร์โฮส ที่เคยใช้บริการ ปีนบ้าน "นารา เครปกะเทย"
ปิดฉากดราม่าอีสปอร์ตไทย! ‘ก้อง Cheerio’ รับสารภาพเป็นสแตนด์อินให้ Tokyogurl ปมทุจริตซีเกมส์ 2025





