เข้าสู่ระบบ:
  [ลืมรหัสผ่าน] [สมัครสมาชิกฟรี]   
357,018   1,980,364

"เวินพระสุก" ปริศนาพระศักดิ์สิทธิ์กลางลำน้ำโขง

เจ้าสุก เจ้าใส เจ้าเสริม พระธิดาในพระไชยเชษฐาธิราช 
 
   ตามประวัติของ"หลวงพ่อพระสุก" กล่าวไว้ว่า พระธิดาสามพี่น้องของกษัตริย์ล้านช้าง เป็นธิดาของพระไชยเชษฐาธิราช ได้ร่วมกันสร้างพระพุทธรูปประจำพระองค์ขึ้น 3 องค์ เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา แล้วขนานนามพระพุทธรูปตามพระนามว่า พระสุก พระเสริม และพระใส มีขนาดลดกันตามลำดับ พระสุกนั้นเป็นพระประจำพี่ผู้ใหญ่ พระเสริมประจำคนกลาง ส่วนพระใสประจำคนสุดท้อง เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะล้านช้าง ใช้ทองคำเป็นส่วนผสมหลัก
 
  ในการหล่อองค์พระทั้ง3นั้น มีพิธีการทางบ้านและทางวัดช่วยกันใหญ่โต มีคนสูบเตาหลอมทองอยู่ไม่ขาดระยะ นำเป็นเวลา 7 วันแล้วทองก็ยังไม่ละลาย ถึงวันที่ 8 เวลาเพล เหลือหลวงตากับสามเณรน้อยรูปหนึ่งสูบเตาอยู่ได้ปรากฏชีปะขาว ตนหนึ่งมาขอช่วยทำ หลวงตากับเณรน้อยจึงไปฉันเพล ญาติโยมที่มาส่งเพลจะลงไปช่วยแต่มองไปเห็นชีปะขาวจำนวนมากช่วยกันสูบเตาอยู่ แต่เมื่อถามพระ พระมองลงไปก็เห็นเป็นชีปะขาวตนเดียว พอฉันเพลเสร็จคนทั้งหมดจึงลงมาดู ก็เกิดความอัศจรรย์ใจยิ่ง เหตุเพราะได้เห็นทองทั้งหมดถูกเทลงในเบ้าทั้ง 3 เบ้า แล้ว และไม่เห็นชีปะขาวแล้ว
 
เจ้าสุก เจ้าใส เจ้าเสริม  ทรงหารือในการสร้างพระประจำพระองค์
 
หลังสร้างเสร็จพระสุก พระเสริม และพระใส ได้ประดิษฐานไว้ ณ เมืองหลวงอาณาจักรล้านช้าง มาช้านาน คราใดที่เกิดสงครามบ้านเมืองไม่สงบสุข ชาวเมืองก็จะนำพระพุทธรูปทั้งสามไปซ่อนไว้ที่ภูเขาควาย ( http://board.postjung.com/m/723844.html )  หากเหตุการสงบแล้วจึงนำกลับมาไว้ดังเดิม ส่วนหลักฐานที่ว่าประดิษฐานอยู่ ณ เมืองเวียงจันทน์ตั้งแต่เมื่อใดนั้นยังไม่มีปรากฏแน่ชัด ทราบเพียงว่าในสมัยรัชกาลที่ 3 ได้เกิดกบฏเจ้าอนุวงศ์ขึ้นที่เมืองเวียงจันทน์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้ทำลายเมืองเวียงจันทน์เสียสิ้น จึงให้สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิ์พลเสพย์ได้เป็นจอมทัพยกพลมาปราบ เมื่อเมืองเวียงจันทน์สงบแล้ว จึงได้อัญเชิญพระสุก พระเสริม และพระใสมาที่จังหวัดหนองคาย
 
มีคำบอกเล่าว่า คราที่อัญเชิญมานั้น ไม่ได้อัญเชิญมาจากเมืองเวียงจันทน์โดยตรงแต่อัญเชิญมาจากภูเขาควาย ซึ่งชาวเมืองนำไปซ่อนไว้ การอัญเชิญนั้นได้ประดิษฐานหลวงพ่อทั้งสามไว้บนแพไม้ไผ่ล่องมาตามลำน้ำงึม เมื่อล่องมาถึงเวินแท่นได้เกิดอัศจรรย์ คือ แท่นของพระสุกได้แหกแพจมลงในน้ำ โดยเหตุที่มีพายุแรงจัดพัดแพจนเอียงชะเนาะที่ขันพระแท่นติดกับแพไม่สามารถที่จะทนน้ำหนักของพระแท่นไว้ได้ บริเวณนั้นจึงชื่อว่า “เวินแท่น” ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
 
เหตุการณ์ขณะแพแตกในคราอัญเชิญพระสุกมายังฝั่งไทย ปัจจุบันบริเวณนี้เรียกว่า "เวินสุก" 
 
ครั้นล่องแพต่อมาจนถึงแม่น้ำโขง ตรงปากงึม เฉียงกับบ้านหนองกุ้ง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ได้บังเกิดฝนฟ้าคะนอง พระสุกได้แหกแพจมลงในน้ำ ท้องฟ้าที่วิปริตต่างๆ จึงหายไป บริเวณนั้นจึงได้ชื่อ “เวินสุก”ตั้งแต่นั้นมา ด้วยเหตุข้างต้น การอัญเชิญครั้งนี้จึงเหลือแต่พระเสริม และพระใสมาถึงหนองคาย สำหรับพระใสนั้นได้อัญเชิญไปประดิษฐานไว้ ณ วัดโพธิ์ชัย ส่วนพระเสริมได้ อัญเชิญไปไว้ยังวัดหอก่อง หรือวัดประดิษฐ์ธรรมคุณ และพระสุก ได้สร้างองค์จำลองไว้ที่วัดศรีคุณเมือง ณ ปัจจุบัน
 
ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้ขุนวรธานีและเจ้าเหม็น (ข้าหลวง) อัญเชิญพระเสริมจากวัดโพธิ์ชัยลงไปยังกรุงเทพฯ ขุนวรธานีจะอัญเชิญพระใสไปพร้อมกับพระเสริมด้วย แต่เกิดปาฏิหาริย์ โดยพราหมณ์ผู้อัญเชิญนั้นไม่สามารถขับเกวียนนำพระใสไปได้ แม้จะใช้กำลังคนหรืออ้อนวอนอย่างไรก็ตาม จนในที่สุดเกวียนได้หักลง เมื่อหาเกวียนใหม่มาแทนก็ไม่สามารถเคลื่อนไปได้อีก จึงปรึกษาตกลงกันว่าให้อัญเชิญพระใสมาไว้ที่วัดโพธิ์ชัยแทนพระเสริม ซึ่งอัญเชิญไปกรุงเทพฯ เมื่ออธิษฐานดังกล่าวพอเข้าหามเพียงไม่กี่คนก็อัญเชิญพระใสมาได้
 
พระใส ปัจจุบันประดิษฐาน ณ อุโบสถวัดโพธิ์ชัย จ.หนองคาย
 
 
 
พระเสริม(องค์ด้านหลังสุด) วัดปทุมวนาราม กรุงเทพมหานคร อัญเชิญมาจากกรุงเวียงจันทน์
 
 
 นับตั้งแต่การอัญเชิญองค์พระพุทธรูปทั้ง 3 ล่องมาทางแม่น้ำโขงในครั้งต้นกรุงรัตนโกสินทร์นั้น องค์พระสุกได้จมลงในแม่น้ำโขงจนถึงปัจจุบันนี้ โดยหลายสิบปีก่อนหน้านี้ ได้เคยมีการประกอบพิธีอัญเชิญองค์พระสุกขึ้นจากน้ำ เพื่อจะได้นำมาประดิษฐานไว้คู่เคียงกับพระใส แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ ชาวบ้านและพระภิกษุที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า "ในขณะที่พิธีอัญเชิญเริ่มขึ้น องค์พระสุกค่อยๆ ลอยโผล่พ้นน้ำขึ้นมาเองได้ประมาณหน้าอกขององค์พระ แต่แล้วก็กลับจมลงไปอีก" สรุปคือ ไม่สามารถอัญเชิญขึ้นมาได้ แม้ต่อมามีความพยายามทำพิธีอัญเชิญอีก แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ  เนื่องด้วยประชาชนในท้องถิ่น (รวมทั้งถิ่นอีสานส่วนมากด้วย) เชื่อว่าเหตุที่ไม่สามารถอัญเชิญองค์พระสุกขึ้นจากน้ำได้เป็นผลสำเร็จนั้น เป็นเพราะพญานาคไม่อนุญาต หรือหากอัญเชิญขึ้นมาได้พญานาคอาจไม่พอใจ เพราะหลายคนเชื่อว่าพระสุกเป็นพระที่เหล่าพญานาคอัญเชิญไปสักการะ ณ ภพนาค  ซึ่งหากอัญเชิญขึ้นมาพญานาคอาจดลบันดาลเหตุเภทภัยต่างๆ นานาให้เกิดขึ้นได้
 
"เวินสุก" จุดที่พระสุกจมลงสู่ก้นลำน้ำโขง
 
  นอกจากนี้ยังมีการเล่าขานถึงเหตุที่พระสุกจมน้ำ ที่เวินสุก บ้านหนองกุ้ง อำเภอโพนพิสัย ว่า พระราชธิดาสุก พระราชธิดาพระองค์โตของพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช แห่งอาณาจักรล้านช้างศรีสัตนาคนหุต ได้ไปเกิดเป็นพระมเหสีของพญานาคในเมืองบาดาลที่มีความศรัทธาต่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าซึ่งคือ พญานาคที่พ่นบั้งไฟเป็นพุทธบูชาในวันออกพรรษา พระมเหสีมีความปรารถนาที่จะดูแลเองเพราะเป็นพระพุทธรูปประจำตัวของพระนาง จึงได้บันดาลให้เกิดพายุฝน จนทำให้เรือแพที่อัญเชิญมาล่มลง และนำพระสุกไปดูแลเองที่เมืองนาคบาดาลใต้ลำน้ำโขง
 
 นอกจากนี้บางก็เชื่อว่า เหล่าพญานาค นั้นเป็นผู้ที่มีความเคารพ และศรัทธาในพระพุทธเจ้ามาก หลังจากที่มีการสร้างพระพุทธรูปขึ้นที่เมืองล้านช้าง ประเทศลาว ความทราบถึงเหล่าพญานาค ที่อยู่เมืองบาดาล จึงได้แปลงกายเป็นมนุษย์ขึ้นไปขอพระพุทธรูปกับเจ้าเมืองล้านช้าง โดยเจาะจงขอเอาพระสุก เพื่อไปไหว้สักการะบูชา ที่เมืองบาดาล เป็นเหตุให้เมื่อมีการขนย้ายผ่านลำน้ำโขง พระสุกจึงจมลงน้ำเพียงองค์เดียว
 
 ด้วยเหตุนี้หลายคนเชื่อว่าเหตุที่ อัญเชิญพระสุกขึ้นมาจากลำน้ำโขงไม่สำเร็จก็เพราะพระมเหสีพญานาค ที่เป็นอดีตราชธิดาองค์ใหญ่พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ซึ่งเป็นเจ้าของพระสุกไม่อนุญาต จึงทำให้อัญเชิญขึ้นมาไม่สำเร็จ แต่ถ้าเมื่อใดที่พญานาคอนุญาตก็จะสามารถอัญเชิญได้สำเร็จ
 
ผู้คนจำนวนมากเชื่อว่าพญานาคเป็นผู้อัญเชิญพระสุกลงไปสักการะ ณ วังบาดาล
 
  ต่อมาประมาณปี 2535 พระครูพิสัยกิจจาทร เจ้าอาวาสวัดหลวง และเจ้าคณะอำเภอโพนพิสัย พร้อมด้วยญาติโยม มีความประสงค์จะก่อสร้างเจดีย์เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อพระสุก ซึ่งเป็นพระพุทธรูปองค์จำลอง จากองค์จริงที่จมอยู่ใต้ลำน้ำโขง เพื่อให้พุทธศาสนิกชนที่เลื่อมใสศรัทธาได้มาเคารพกราบไหว้ สักการะ 
 
พระสุกองค์จำลอง ณ อุโบสถวัดหลวง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย
 
 
หลังจากนั้นไม่นานก็เกิดเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้น คือ ภายในเจดีย์อันเป็นที่ประดิษฐานพระสุกจำลอง คือ บริเวณเพดานเหนือองค์พระสุกจำลองได้มีน้ำไหลหยดออกมาจากปล่องเพดานตลอดปี ซึ่งไม่ทราบว่าน้ำดังกล่าวมาจากไหน พระครูพิสัยกิจจาทร เจ้าอาวาสวัดหลวง จังหวัดหนองคาย ได้ให้ช่างขึ้นไปสำรวจดูบริเวณยอดเจดีย์ว่ามีรอยรั่วหรือมีน้ำขังอยู่หรือไม่ เนื่องจากเกรงว่าจะทำให้ยอดเจดีย์ทรุด และทำให้พื้นเจดีย์ได้รับความเสียหาย แต่ก็ไม่ปรากฏว่ามีน้ำขังอยู่ และไม่มีรอยรั่วรอยร้าวใดๆ เกิดขึ้น ซึ่งสร้างความแปลกประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง ช่างหลายคนพยายามที่จะหาวิธีแก้ไขแต่ก็ไม่หาย ซึ่งในปัจจุบันก็ยังไม่มีใครทราบว่าน้ำดังกล่าวมาจากไหน และหยดลงมาได้อย่างไร ต่อมาผู้มีญาณท่านหนึ่งกล่าวว่า "เหตุที่มีน้ำหยดเกิดขึ้นตลอดเวลานั้นเนื่องจาก มีพญานาคตนหนึ่ง นำน้ำมาหล่อเลี้ยงและปกปักรักษาองค์พระพุทธรูปหลวงพ่อพระสุกอยู่ ไม่ให้เกิดเหตุเภทภัยขึ้น"
 
 
ในปัจจุบันนี้องค์พระสุกก็ยังจมอยู่ใต้แม่น้ำโขง เป็นปริศนาที่รอการพิสูจน์ต่อไป
 
ที่มา: http://www.banloktip.com/webboard/index.php?topic=1273.0 , wikipedia, palungjit , คุณชายชุนเรียบเรียง
VOTED BY: chann, chenroom, เอ๋ง ไม่ดัดจริต, jinso กลัวตีน, wankaewjung, ยูมิ, ter suttipong, GreyRey, meltxxx, Thorsten, pj talo, Give me five, อาจารย์, นิน้อย, razr, Nicky Barbie, lilu, มันก้อดีละนะ, Luis Cha, cruel, ตฤณเดช ชินวัตร, คุณชายชุน, โอมเพี้ยง, พระพันปีหลวง
 
โหวตให้กระทู้นี้ >>
มีผู้เข้าชมแล้ว 6,505 ครั้ง, โหวตแล้ว 33 ครั้ง / 150 คะแนน
โพสท์โดย: คุณชายชุน ดู Hot Topic อื่นๆของ คุณชายชุน
15:50 - 2 มีนาคม 2557
แจ้งลบ
 
 

Comment!  

   
 
 
   

ความคิดเห็นยอดนิยม

17:32 - 2 มีนาคม 2557 +26 +LIKE disLIKE
3 โนครับ

ชอบอ่านกระทู้แบบนี้ ได้รู้ตำนาน

LIKE: chann, จิ๊บจิ๊บ, ถึกสมร ขจรอึด, ยูมิ, sydney, GreyRey, Shamisen, harumakimm, หมอนข้าง, Give me five, คุณชายกระต่ายน้อย, sweet home alabama, razr, Nicky Barbie, Thanatt, หมูหัน, justin timberlake, โนครับ, lan-ie, สวยสุดแม่บอก, Audy, Luis Cha, เดือนแรม, เป็นเลิศ, sweet eyes, คุณชายชุน, ตฤณเดช ชินวัตร
ตอบความคิดเห็นนี้
21:09 - 2 มีนาคม 2557 +7 +LIKE disLIKE
6 konlao

ใกล้เคียงกับปะหวัดสาดลาวมาก แต่จะต่างก็คื กบฏเจ้าอนุวงศ์ขึ้นที่เมืองเวียงจันทน์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้ทำลายเมืองเวียงจันทน์เสียสิ้น  

ลาวไม่ใด้เรียกเจ้าอะนุวงศ์ว่าเป็นกบฏ แต่จะเรียกว่าวีรบุรุษแทนแค่นั้นเอง

LIKE: เอ๋ง ไม่ดัดจริต, จิ๊บจิ๊บ, GreyRey, นางง่ามจักรวาล, razr, Thanatt, คุณชายชุน, lan-ie
ตอบความคิดเห็นนี้
17:15 - 2 มีนาคม 2557 +3 +LIKE disLIKE
2 dedex

ไม่แปลกที่คนลาวบางคนจะเกลียดไทย เพราะเราไปเอาของเค้าเยอะเหมือนกัน

แต่เราก็ยังที่กว่าพวกพม่ารามัญ ที่ทั้งเอาของ ทั้งเผาบ้านเผาเมือง

LIKE: นางง่ามจักรวาล, Nicky Barbie, Spirit of Queen, Luis Cha, นักดนตรี, คุณชายชุน, jinh
ตอบความคิดเห็นนี้
02:11 - 4 มีนาคม 2557 +LIKE disLIKE
12 BusterKeyboard

ชอบจังหวัด หนองคายมาก เวลามองๆปที่น้ำโขง มันได้ปล่อยอารมณืต่างๆทิ้งไว้ แต่บางครั้งก็กลัวเหมือนกัน  บรรยากาศมันแบบว่า ลึกลับ ยังไงไม่รู้บอกไม่ถูก

ตอบความคิดเห็นนี้
11:53 - 3 มีนาคม 2557 +LIKE disLIKE
11 modsmania

ไทยเก่งจังแย่งเค้ามาหมด 

เก่งดิ ไม่เก่งอยู่ไม่ได้หรอกแถบนี้
ตอบความคิดเห็นนี้
08:18 - 3 มีนาคม 2557 +LIKE disLIKE
10 เด็กอมมือ

ขอบคุณกระทู้ดีไ สาระความรู้ดีๆขอบคุณมากครับ

ตอบความคิดเห็นนี้
00:33 - 3 มีนาคม 2557 +1 +LIKE disLIKE
9 Wslnw

เขาว่านะ  หล่อด้วยทองคำหนักถึงหนึ่งตัน เลยทีเดียว

LIKE: สตาร์ทตีน
อ๋อ......เหรอ....... ^^
กรุงศรีฯแตกเพราะขาดความสามัคคีกันของคนในกรุงศรีฯตามด้วยผู้นำที่ไม่ได้เรื่อง ไม่เก่งอะไรเลยสักอย่าง ก็เลยสู้ทัพของพระเจ้าอังวะไม่ได้ ระวังนะคะกรุงรัตนโกสินทร์จะเป็นแบบนั้น เพราะเท่าที่ดูตอนนี้แล้ว คล้า
ขุนนางแตกความสามัคคี แบ่งฝักแบ่งฝ่ายกัน ตีกันไม่เลิก ใครจะอดจะตายก็เรื่องของมัน ขอแค่ข้าสบายก็พอแล้ว
เหมือนยุคสมัยนี้เลยอ่ะครับคนเราแตกความสามัคคีกัน ไหนจะแดง ไหนจะเหลือง ไหนจะสลิ่ม โอยบ้านเมืองเริ่มจะอยู่ยาก คนไทยฆ่าฟันกันเอง เป็นสนุก เห็นชีวิตคนเป็นเครื่องมือการเมืองไปและ
แต่ตะเองก็น่ารักฝุดๆเลยนะนี่ อิอิ
ตอบความคิดเห็นนี้
23:31 - 2 มีนาคม 2557 +2 +LIKE disLIKE
8 ๐l๐นัทคุง๐l๐

มีรอยฟ้าแล้บด้วย

LIKE: ถึกสมร ขจรอึด, สตาร์ทตีน
ตอบความคิดเห็นนี้
22:27 - 2 มีนาคม 2557 +1 +LIKE disLIKE
7 เจ้านางแห่งล้านนา

เราว่าครวนำท่านขึ่นนะ

LIKE: นางง่ามจักรวาล
ต้องเป็นคนที่มีบุญมากจิงๆคับถึงจะเชิญท่านขึ้นมาได้
555 ถ้านำท่านขื้นมาแล้วจะให้ท่านอยู่ทีไหน ไทย หรื ลาว ถ้ามาไทยคิดว่าคนลาวจะยอมเหรอจะ
ตอบความคิดเห็นนี้
21:09 - 2 มีนาคม 2557 +7 +LIKE disLIKE
6 konlao

ใกล้เคียงกับปะหวัดสาดลาวมาก แต่จะต่างก็คื กบฏเจ้าอนุวงศ์ขึ้นที่เมืองเวียงจันทน์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้ทำลายเมืองเวียงจันทน์เสียสิ้น  

ลาวไม่ใด้เรียกเจ้าอะนุวงศ์ว่าเป็นกบฏ แต่จะเรียกว่าวีรบุรุษแทนแค่นั้นเอง

LIKE: เอ๋ง ไม่ดัดจริต, จิ๊บจิ๊บ, GreyRey, นางง่ามจักรวาล, razr, Thanatt, คุณชายชุน, lan-ie
คนชนะเป็นคนเขียนประวัติศาสตร์หล่ะครับ
ไม่รู้เหรอคะ ว่าเจ้าของดินแดนเดิมเขาสาปแช่งคนไทยไว้ ตั้งแต่สมัยเขมรเรือนอำนาจแล้ว *เพราะเราไปแย่งดินแดนเขามา
อันนี้จริง มีอยู่ในหนังสือใบลานในวัดพระแก้วที่เวียงจันทร์ดว้ยนะคำสาปแช่ง 5 ข้อและก็เป็นจริงแล้วทุกประการ
ทุกดินแดนล้วนมีอาถรรพ
ตอบความคิดเห็นนี้
20:12 - 2 มีนาคม 2557 +LIKE disLIKE
4 Luis Cha

มีอีกไหม ชอบๆๆ 

ตอบความคิดเห็นนี้
17:32 - 2 มีนาคม 2557 +26 +LIKE disLIKE
3 โนครับ

ชอบอ่านกระทู้แบบนี้ ได้รู้ตำนาน

LIKE: chann, จิ๊บจิ๊บ, ถึกสมร ขจรอึด, ยูมิ, sydney, GreyRey, Shamisen, harumakimm, หมอนข้าง, Give me five, คุณชายกระต่ายน้อย, sweet home alabama, razr, Nicky Barbie, Thanatt, หมูหัน, justin timberlake, โนครับ, lan-ie, สวยสุดแม่บอก, Audy, Luis Cha, เดือนแรม, เป็นเลิศ, sweet eyes, คุณชายชุน, ตฤณเดช ชินวัตร
ตอบความคิดเห็นนี้
17:15 - 2 มีนาคม 2557 +3 +LIKE disLIKE
2 dedex

ไม่แปลกที่คนลาวบางคนจะเกลียดไทย เพราะเราไปเอาของเค้าเยอะเหมือนกัน

แต่เราก็ยังที่กว่าพวกพม่ารามัญ ที่ทั้งเอาของ ทั้งเผาบ้านเผาเมือง

LIKE: นางง่ามจักรวาล, Nicky Barbie, Spirit of Queen, Luis Cha, นักดนตรี, คุณชายชุน, jinh
จะว่าอย่างนั้นก็ไม่ได้นะ่ครับ พระหรือสิ่งสำคัญหลายๆ อย่างก็สับเปลี่ยนหมุนเวียนย้ายที่ไปเรื่อยตามแต่ยุคสมัยครับ
ตอบความคิดเห็นนี้
17:06 - 2 มีนาคม 2557 -6 +LIKE disLIKE
1 โอมเพี้ยง

สาธุ มโน ล้วนๆ 

ตอบความคิดเห็นนี้
เนื้อหาถูกโพสท์โดยสาธารณชน แสดงบนเว็บไซต์โดยอัตโนมัติ

DELL Bluetooth Portable Speaker ลำโพงบลูทูธระบบเสียงเตอริโอ ให้เสียงคมชัด เต็มพลัง และรองรับการเชื่อมต่อ NFC

คลิปผัวจับได้เมียมีชู้ เจ้าของเปลี่ยนใจเลิกแฉ ชี้ทุกคนทำผิดได้

ระหว่างปะป๋า กับ ละอ่อนน้อย ใครแซ่บส์กว่ากัน

กะเทาะเปลือก นางเปลือย ศิลปะ ไม่ อนาจาร!
ดู Hot Topic ทั้งหมด
 
QUICK LINK
CONTACT US
ADVERTISE
    2004 2005 2006 2007 2008 2009 2010 2011 2012 2013   2014
Postjung