หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

"ดอกซากศพ" ดอกไม้ที่ใหญ่และเหม็นที่สุดในโลก

โพสท์โดย Art peter

 

    ต้นดอกไม้ไม่ได้มีกลิ่นหอมหวานเสมอไป  อย่างน้อยก็ไม่ใช่ดอกบุกยักษ์ (Titan Arum) ซึ่งมีกลิ่นเหม็นเน่าอย่างรุนแรง  กลิ่นของมันคล้ายกับปลาเน่าผสมซากศพ  มันจึงได้รับชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า  "ดอกซากศพ"

  ต้นบุกยักษ์  เป็นพืชเขตร้อนในวงศ์ Araceae  เป็นดอกไม้ที่ได้ชื่อว่า" เหม็น "  ที่สุดในโลก  และคงไม่มีใครอยากได้เป็นของขวัญอยู่แล้ว  เพราะนอกจากมันจะเหม็นที่สุดในโลก  มันยัง "ใหญ่ยักษ์ " ที่สุดในโลกอีกด้วย

 

          เวลาที่ดอกมันจะบาน  จะมีขนาดได้ถึง 1.3 เมตร  และมียอดที่แทงแหลมขึ้นไปสูงถึง 3 เมตร  มองดูไม่คอ่ยน่าชมเท่าไหร่  เพราะมันดูคล้ายอวัยวะเพศชาย  มันจึงมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า  Amorphophallus Titanum  (แปลเป็นไทยได้ว่า "ลึงค์ยักษ์แปลงคือแปลงกายให้เหมือนลึงค์แต่ไม่ใช่ลึงค์ ")

 

 

          Titan Arum ดอกซากศพ หรือ ดอกบุกยักษ์ ดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก  เป็นพืชในเขตป่าร้อนชื้น ในพืชตระกูล "บัวผุด" (Rafflesia)  เป็นดอกไม้เดี่ยวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในอาณาจักรพืช พบขึ้นอยู่บนเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ( Indonesia ) ลำพังตัวช่อดอกแทงยอดตั้งขึ้นไปกว่า 3 เมตร จึงพืชสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเองจากสัตว์บางชนิด ขณะเดียวกัน กลิ่นน่าสะอิดสะเอียนที่หึ่งไปทั่ว กลับเย้ายวนแมลงบางชนิดให้มาดูดน้ำหวาน และผสมเกสรให้มัน  กล่าว กันว่ากลิ่นของดอก Titan Arum คล้ายกับเนื้อเน่าสำหรับคน แต่กลับเป็นกลิ่นหอมยั่วน้ำลายแมลงเต่าที่ชอบกินของเน่าและแมลงวันให้มาช่วย ผสมเกสร กลีบดอกสีแดงเข้มยังช่วยลวงตาให้สัตว์นึกว่าเป็นก้อนเนื้อขนาดใหญ่น่าตอม ด้วย

 

 

          บุกย์ยักษ์มีอายุประมาณ 40 ปี  หาดูยาก  ออกดอกเพียงครั้งละดอก  และตลอดทั้งชีวิตของมันจะออกดอกเพียง 3-4 ครั้งเท่านั้น  ซึ่งดอกของมันจะบานอยู่เพียง 36 ชั่วโมง  ก่อนที่จะหุบลง

 

 

วงจรชีวิต ดอกซากศพ ดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

 

 

 

ดอกซากศพ ดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในประเทศไทย
          ในเมืองไทย มีสวนนงนุชได้นำเข้ามาจากสวนพฤกษศาสตร์โบกอร์ (Bogor the botanic garden) ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อมาทดลองปลูกภายในสวนเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2546  เจริญเติบโตขึ้นวันละ 10-15 เซ็นติเมตร และดอกเริ่มบานเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2546  ลักษณะ กลีบดอกด้านในเป็นสีแดงปนสีม่วง ดอกชนิดนี้บานแค่สองวัน ก่อนจะเหี่ยวเฉาไปตามธรรมชาติ วัดความสูงของดอกได้ 135 ซม. และดอกบานเต็มที่วัดเส้นรอบวงได้ 156 ซม. แต่หลังจากบุกยักษ์ออกดอกเป็นครั้งแรกแล้ว  นักพฤกษศาสตร์ไม่อาจตอบได้ว่า อีกกี่ปีบุกยักษ์ต้นนั้นจึงจะออกดอกอีกครั้งหนึ่ง

 

 

ที่มา: learners.in.th
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Art peter's profile


โพสท์โดย: Art peter
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
84 VOTES (4/5 จาก 21 คน)
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ที่สวยงามและหรูหรามากที่สุดลือหึงฝรั่งเศสเจอเอกสารลับ ช่วยไทยทวงคืนเขาพระวิหารเผยงานวิจัยล่าสุด! "โลก" กำลังถูก "ดวงจันทร์" ดูดชั้นบรรยากาศ..เพื่อสร้างอาณานิคมใหม่นอกโลกย้อนรอยข่าวสยองเจนz ตายเพราะแข่งกินแมลงสาป90% คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่า สามารถทำความสะอาดไมโครเวฟ ได้ด้วยมะนาวเพียงลูกเดียวอำเภอในประเทศไทย ที่มีประชากรมากกว่าอำเภอเมืองของจังหวัดตัวเองสิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 17/1/6910 เลขฮิต "OK ล็อตเตอรี่" งวดวันที่ 17 มกราคม 69..ส่องก่อน รวยก่อน!!"ฮุนมาเนต" หลุดโป๊ะเอง ลอบกัดไทย "วางบึ้มสังหาร" ยอมเอาชีวิตชาวเขมรเข้าเสี่ยง ชาวบ้านซวยลับเข้าบ้านไม่ได้รู้หรือไม่ ไทยเคยเป็นประเทศ ที่ส่งออก นกแก้ว เป็นอันดับต้นๆของโลกเจาะลึกรหัส ว. ภาษาสื่อสารยอดนิยมของป่าจากประเทศไทย ที่มีมูลค่าการส่งออกสูงมากที่สุด
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
รองนายกเขมรเผย "เราไม่สามารถพึ่งพาจีนแต่เพียงฝ่ายเดียวได้!""ดวงยังพอมี" เผยเหตุเปลี่ยนใจไม่ขึ้นขบวนมรณะลือหึงฝรั่งเศสเจอเอกสารลับ ช่วยไทยทวงคืนเขาพระวิหารชาร์จพลังชีวิตจากธรรมชาติรอบตัว ดูแลสุขภาพง่าย ๆ ไม่เสียเงินซักบาทเท้ง..โอดครวญ ผู้สมัคร สส.พรรคส้ม โดนจับคดี"เทา"อีกคนแล้ว
ตั้งกระทู้ใหม่