Share Facebook LINE Twitter
หน้าแรก เว็บบอร์ด Chat ตรวจหวย ควิซ คำนวณ Pageแชร์ลิ้ง
หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เรื่องเล่า......ตายแล้วเกิด

โพสท์โดย Jake Muller

 

เรื่องเล่า......ตายแล้วเกิด

จากนี้จะขอนำเรื่อง "ตายแล้วเกิด"ที่ได้จากหนังสือ "ภพอื่นและเรื่องควรคำนึง" ของ ท่านศาสตราจารย์นาย

แพทย์อวย เกตุสิงห์  ท่านผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือของผู้เขียน(คุณทองทิว สุวรรณทัต) ท่านหนึ่งมาเล่าดังต่อไปนี้

มีสามเณรรูปหนึ่งชื่อเลี่ยม  อยู่บ้านน้ำก่ำ  อำเภอพระธาตุพนม จังหวัดนครพนม  ชาติก่อนเกิดที่จังหวัดอุบล
ราชธานี  เมื่อเติบโตเป็นหนุ่มีความเลื่อมใสในพระธุดงค์คณะหนึ่งซึ่งมี  ท่านอาจารย์ทอง เป็นหัวหน้า  จึงถวาย
ตัวเป็นศิษย์  และได้อุปสมบทกับพระะดงค์คณะนั้น
ในเวลาต่อมาท่านอาจารย์ทองได้พาจาริกไปจำพรรษาอยู่ที่บ้านสามผง  จังหวัดนครพนม  เป็นสถานที่ที่มีไข้ป่า
ชุกชุมมาก  สามเณรเลื่ยมซึ่งเป็นพระบัวในอดีตชาติ  ก็ถึงแก่มรณภาพ  ณ ที่นั่น
เมื่อใกล้จะมรณะภาพพระบัวมีสติสัมปชัญญะ  ประคองจิตอยู่ในกรรมฐาน  ถอดกายทิพย์ออกจากร่างเป็นพระ
บัวอีกรูปหนึ่งไปยืนดูสังขารของตนที่นอนมรณภาพแล้ว  ได้เห็นพระเณรรวมทั้งชาวบ้านมาเยี่ยมเยี่ยมอูอาการ
ของตนเป็นอันมาก  ที่น่าประหลาดก็คือ  ไม่มีใครสนใจกับพระบัวที่ยืนอยู่เลย
ครั้นยืนดูอยู่จนเขาเผ่าศพตนเสร็จแล้ว   จึงออกเดินทางเสมือนธุดงค์อย่างที่เคยกระทำมาเมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่
ต่อไป
จากนั้นได้ไปพบยมบาลและวิญญาณที่ตายไปแล้วเป็นอันมาก  มีทั้งคนดีและคนชั่ว
เมื่อพระบัวมาเกิดใหม่ในครรภ์ของผู้หญิงคนหนึ่งที่บ้านน้ำก่ำ  อำเภอพระธาตุพนม จังหวัดนครพนม นั้น  ขณะ
ที่คลอดก็รู้ตัวว่าได้เกิดใหม่เสียแล้ว  แต่ไม่สามารถทำตามความรู้สึกได้  เพราะร่างกายยังอ่อนแออยู่มาก
แต่ในขณะที่คลอดออกมานั้น  สัญญา(ความจำ) ในอดีตที่เคยเป็นพระ  มิได้ลืมเลือนไปเลย  แม้จะเป็นทารกตัว
แดงๆก็รู้สึกตัวว่ายังครองจีวร แบกกลด สะพายบาตร  อยู่ในร่างของเด็ก  ทั้งยังสามารถระลึกย้อนหลังไปได้
เป็นลำดับ  จนกระทั่งบ้านที่เกิดในชาติก่อน  บิดามารดา  ญาติพี่น้อง  จำได้หมดแต่พูดไม่ออกบอกไม่ได้
ครั้นพอหัดพูดได้บ้างก็เรียกตัวเองว่า "อาตมาๆ" แบบพระพูดกับฆราวาส  เพราะรู้สึกว่าตนยังเป็นพระอยู่-
ตลอดเวลา  แต่เมื่อพูดออกมาอย่างชัดเจนว่า "อาตมาๆ" บิดามารดาและญาติพี่น้องก็ห้ามไม่ให้พูด เกรงว่าจะ
บาป  ด้วยเป็นคำที่พระเรียกตัวเอง  ไม่ใช่คำพูดสำหรับเด็กหรือ ฆราวาส  เมื่อถูกดุบ่อยๆ เข้าก็ตกใจกลัวและ
เสียใจ  ความรู้สึกที่ว่าตัวเป็นบรรพชิตที่อยู่ในความทรงจำก็หายไป  แต่การระลึกชาติได้ยังมีอยู่
ครั้นเติบโตขึ้น  ความคิดถึงบ้านเก่า และบิดามารดา ตลอดจนญาติมิตรในชาติก่อนก็มีมากขึ้น  จึงบอกบิดามาร
ดาในชาตินี้ว่า อยากไปเยี่ยมบ้านเก่า  กลับถูกดุหนักเข้า  โดยผู้ใหญ่อ้างว่าคำพูดเช่นนี้เขาถือว่าเป็นลาง
ในที่สุดได้ตัดสินใจเล่าเรื่องในชาติก่อนของตนให้บิดามารดาฟัง  เมื่อบิดามารดาฟังแล้วจึงเห็นสมจริงและเกิด
สังเวชสลดใจถึงกับพากันร้องไห้
ครั้น  สามเณรเลี่ยมไปในงานฌาปนกิจศพ  ท่านอาจารย์มั่น ภูริทัตโต  เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2493  ก็ได้พบท่าน
อาจารย์ทอง  พระอาจารย์เก่าในอดีตชาติที่วัดป่าสุธาวาส จังหวัดสกลนคร  และจำได้แม่นยำ  ทั้งยืนยันว่าท่าน
อาจารย์ทองรูปนี้เคยเป็นอาจารย์เก่าของตนในอดีตชาติ
ต่อมาเมื่อศาสตราจารย์นายแพทย์อวย เกตุสิงห์  พบกับพระอาจารย์ทองเป็นการส่วนตัว  จึงได้สอบถามความ
จริงโดยได้เล่าเรื่องพระบัวที่มาเกิดใหม่เป็นสามเณรเลื่ยมให้ฟัง  ซึ่งท่านอาจารย์ทองรับสมจริงทุกประการว่า
ปีนั้นมีพระธุดงค์ไปอาพาธและมรณภาพที่บ้านสามผง  สามรูป  พระบัวเป็นรูปสุดท้าย  ได้มรณภาพมา 16 ปี
แล้ว  ขณะนั้นสามเณรเลี่ยมอายุได้ 15 ปี (พ.ศ.2493)
จากหลักฐานดังกล่าวจึงเป็นที่ยืนยันได้ว่า  สามเณรเลี่ยมระลึกชาติได้จริง  และการตายแล้วเกิดเป็นเรื่องที่มิใช่
พูดเล่น  ทุกคนพึงสังวรณ์ไว้  แม้หลวงปู่ชอบ ฐานสโม  ศิษย์ของพระอาจารย์มั่น  ซึ่งได้รับการยกย่องจาก
พระกรรมฐานด้วยกันว่าเลิศในด้านอภิญญาจากบรรดาศิษย์ทั้งปวงยังเคยบอกว่าก่อนจะเกิดมาเป็นมนุษย์ใน
ชาตินี้  ท่านได้ผ่านการเกิดมาจากการเป็นมนุษย์และสัตว์นับชาติไม่ถ้วน
ครั้นสุดท้ายท่านเกิดเป็นอีเก้งถูกพรานยิงตายที่บริเวณใกล้ๆ บ้านโคกมน  ปัจจุบันหลวงปู่ชอบยังสร้างกุฏิไม้
หลังคามุงแฝก  ครอบจอมปลวกตรงที่อีเก้งตาย
ใครอ่านเรื่องนี้แล้วคิดจะทำบาปทำกรรมต่อไป  ขอให้เลิกเสียเถิด  จะเป็นกุศลแก่ตัวเอง  ตายไปแล้วจะได้ไม่
ไม่ต้องไปเกิดเป็นสัตว์ที่ต้องทนทุกขเวทนา   สู้หมั่นทำบุญทำกุศล  ชาติหน้าอย่างน้อยถ้าจะเกิดอีกก็ยังได้เกิด
เป็นมนุษย์กับเขา  ไม่ต้องถึงกับเป็นสัตว์สี่เท้า  สองเท้า  เหมือนดังหลวงปู่เล่า
ท้ายสุดนี้อยากจะบอกว่า
"เมื่อยามเป็นๆอยู่ไม่ช่วยตัวเองแล้ว ยามตายจะให้ใครไปช่วยได้"

 

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Jake Muller's profile


โพสท์โดย: Jake Muller
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
60 VOTES (4/5 จาก 15 คน)
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ทึ่งทั่วไทย : คูเมืองเชียงใหม่ หนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของเมืองเชียงใหม่มาแล้ว! 10 เลขเด็ดเลขดัง "แม่ทำเนียนลอตเตอรี่" งวดวันที่ 16 เมษายน 68..ส่องเลย เลขไหนมาแรง!!ทึ่งทั่วไทย:ย่าโมมีความสำคัญอย่างไรกับโคราชรอยแยก "ลานหินแตก" ผาแต้ม – มหัศจรรย์ธรรมชาติแห่งอุบลราชธานีภาษา เป็นตัวกำหนดความคิด ของคนประเทศนั้นเกิดอะไรขึ้น? ครูไพบูลย์ ไลฟ์เครียด ประกาศขายบ้าน-ที่ดินด่วน!เซอร์ไพรส์สุด! สาวสวยช่วยค้นหาเหยื่อตึกถล่ม เผยตัวจริงเป็นนักร้องดังที่หลายคนไม่เคยรู้คิมจองอึนสั่งแบนฮอตดอก ชี้เป็นภัยต่ออัตลักษณ์เกาหลีเหนือ!!!พฤติกรรม ‘ไร้เสน่ห์’ ลดทอนเสน่ห์ ทำให้คนอื่นอยากอยู่ห่างไกลfamiliar: คุ้น คุ้นเคยรัฐบาลเมียนมาสั่งหยุดยิงชั่วคราว จนถึง 22 เม.ย เปิดทางให้หน่วยกู้ภัยเข้าช่วยผู้ประสบภัยแผ่นดินไหว 😏ตัวละคร : คณะประพันธกรจรจัด
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ใจป๋าสุดๆ! "รถถัง" หอบเงินสดเป็นฟ่อน มอบให้ครอบครัวแบบจัดเต็มทึ่งทั่วไทย:ย่าโมมีความสำคัญอย่างไรกับโคราชภาษา เป็นตัวกำหนดความคิด ของคนประเทศนั้น
ตั้งกระทู้ใหม่
หน้าแรกเว็บบอร์ดหาเพื่อนChatหาเพื่อน Lineหาเพื่อน SkypePic PostตรวจหวยควิซคำนวณPageแชร์ลิ้ง
Postjung
เงื่อนไขการให้บริการ ติดต่อเว็บไซต์ แจ้งปัญหาการใช้งาน แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม ข่าวประชาสัมพันธ์ ลงโฆษณา
เว็บไซต์นี้ใช้ Cookie
เพื่อประสบการณ์ที่ดีและการใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ดูข้อมูลเพิ่มเติม อ่านนโยบายการใช้งาน
ตกลง