เข้าสู่ระบบ:
  [ลืมรหัสผ่าน] [สมัครสมาชิกฟรี]   
813,226   2,952,083

ลาบ - หลู้ (ดูโอ้ อมตะ แห่งวงเหล้าเมืองเหนือ)

            หากพูดถึง วงเหล้า หรือ วงขี้เหล้าเมืองเหนือแล้ว เรื่องกับแกล้มก็คงหนีไม่พ้น บ่ะยม(มะยม) บ่ะขาม(มะขาม) บ่ะกุก(ไม่รู้ภาคกลางเรียกอะไร คล้ายๆมะกอก แต่ลูกใหญ่) จิ้นส้ม(เเหนม) จิ้นนึ่ง(เนื้อวัวนึ่ง) เเละ เเน่นอน ลาบ-หลู้

 

เราไปดูวิธีทำกันดีกว่า...

 

 

ลาบ

     ลาบเมือง นอกจากจะเป็นอาหารพื้นเมืองยอดฮิตของคนล้านนาแล้ว ยังพบว่าลาบมีบทบาทเสริมส่งในด้านความเชื่อและวิถีชีวิตคนเมืองหลายประการ เช่น ลาบเป็นอาหารคู่กับเหล้า เชื่อว่าถ้ากินลาบกับเหล้าจะมีสรรพคุณพิเศษเป็นยาชูกำลัง ขณะเดียวกันลาบ ยังเป็นอาหารคู่กับลูกผู้ชาย เกิดเป็นชายต้องกินลาบ ประการสุดท้าย ลาบเป็นอาหารพิเศษ นิยมทำกินในโอกาสสำคัญและยังมีราคาแพง ในงานสำคัญ ดังกล่าวลาบจึงถูกนำมาเลี้ยงต้อนรับแขก แสดงถึงการเลี้ยงด้วยความเต็มใจ บางคนกล่าวการที่ถูกเลี้ยงด้วยลาบถือว่าเป็นเกียรติอย่างสูง

วัฒนธรรมพื้นบ้านของคนเหนือนอกจากการแสดงฟ้อนรำที่อ่อนช้อย ภาษาพูดที่ไพเราะเสนาะหูและการแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์ด้วยแล้ว สำรับกับข้าวของคนเมืองก็ดูจะเป็นวัฒนธรรมการกินอย่างหนึ่งที่สืบทอดจาก บรรพบุรุษมาช้านาน เพราะอาหารเป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวเมืองนั้น ๆ

เชียงใหม่เองก็มีอาหารท้องถิ่นที่ขึ้นชื่ออยู่หลายอย่าง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วคนเชียงใหม่จะนิยมรับประทานข้าวเหนียวเป็นอาหารหลัก โดยจะกินคู่กับอาหารซึ่งนำมาทำเป็นแกงต่าง ๆ รวมถึงอาหารประเภทคั่วหรือผัด นอกจากนั้นยังมีอาหารอีกประเภทหนึ่ง ซึ่งถือว่าเป็นอาหารยอดฮิตติดปากของคนเมืองล้านนา นั่นก็คือ "ลาบ"

 

ในสารานุกรมวัฒนธรรมไทยภาคเหนือ ฉบับล้านนา กล่าวถึง ลาบ ว่าเป็นกริยาชนิดหนึ่ง หมายถึงการสับให้ละเอียด ลาบเป็นที่รู้จักในฐานะของอาหารประเภทหนึ่งซึ่งได้รับความนิยมแพร่หลายรับประทานได้ตั้งแต่ขุนนางคหบดีจนถึงชาวบ้านธรรมดาทั่วไป

คนล้านนา มีการทำลาบกินมาตั้งแต่เมื่อใดไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจน แต่จากการคาดคะเนน่าจะมีมานานไม่ต่ำกว่า 300 ปี ลาบเป็นอาหารที่นิยมทำกินในงานเลี้ยงหรือในเทศกาลต่าง ๆ ส่วนประกอบหลักของลาบคือทำมาจากเนื้อสัตว์สด ที่พบทั่วไปมีหลายชนิดด้วยกัน เช่นทำจากเนื้อหมู เรียกว่า ลาบหมู ทำจากเนื้อปลา เรียกว่า ลาบปลา ทำจากเนื้อไก่ เรียกว่า ลาบไก่ ที่นิยมมากที่สุดคือทำมาจากเนื้อควาย เรียกว่า ลาบควาย

การทำลาบมีขั้นตอนไม่ยุ่งยากซับซ้อน เริ่มจากนำเอาเนื้อสัตว์สด ๆ มาสับให้ละเอียดคลุกเคล้ากับเลือดสดและเครื่องในหั่นซอย ปรุงด้วยเครื่องปรุงที่เรียกว่า "พริกลาบ" และนิยมกินกับผักสดพื้นเมืองหลายชนิด โดยเฉพาะประเภทสมุนไพรที่มีกลิ่นหอมแรง เรียกว่า "ผักกับลาบ"

ลาบมีหลายชนิดตามชื่อของเนื้อสัตว์ที่นำมาปรุง นอกจากนั้นยังนิยมเรียกชื่อลาบตามลักษณะของการทำ ได้แก่ ลาบดิบ เป็นลาบปรุงเสร็จโดยไม่ทำให้สุก ส่วน ลาบขั้ว เป็นลาบที่ปรุงเสร็จแล้วนำไปผัดให้สุก มี 2 แบบคือ ขั้วแห้ง และ ขั้วน้ำ นอกจากนั้นยังมี ลาบเหนียว เป็นลาบที่มีลักษณะเหนียวคล้ายผลไม้กวน เนื่องจากในขณะลาบอยู่นั้นจะใส่น้ำเลือดเพื่อให้ลาบข้น ลาบชนิดนี้บางพื้นที่เรียกว่า ลาบเนียน

ลาบน้ำโตน เป็นลาบที่ใส่น้ำเลือดหรือน้ำต้มเครื่องในผสมกับลาบให้มีลักษณะข้น
ลาบหมี่ เป็นลาบที่เน้นใส่เฉพาะเครื่องใน กระเทียมเจียวที่เจียวจนกรอบใส่ผสมลงไปในลาบให้มาก
ลาบลอ เป็นลาบที่ทำจากเนื้อหมูผสมกับเนื้อควายอย่างละครึ่ง
ลาบขโมย เป็นลาบที่มีการหั่นหรือสับเนื้ออย่างรีบร้อน เนื้อบางอย่างจะถูกตัดขาดจากกันและบางส่วนยังคงติดกันเป็นพวง สันนิษฐานว่าลาบขโมย น่าจะมาจากการขโมยสัตว์ผู้อื่นไปฆ่าชำแหละ เกรงว่าเจ้าของจะมาพบจึงทำลาบกินกันอย่างรีบร้อน

ลาบเก๊า เป็นลาบที่ทำครั้งแรกของงานเลี้ยง โดยทำจากเนื้อสัตว์ที่เพิ่งผ่านการฆ่าชำแหละใหม่ ๆ หากเป็นส้าก็จะเรียก "ส้าดึก" คือการพล่าเนื้อในตอนกลางคืนอย่างไรก็ตาม ยังพบว่าปัจจุบันมีลาบอยู่หลายชนิด ทั้งที่เป็นของดั้งเดิมและจากต่างถิ่นที่ประยุกต์ขึ้น และเพื่อเป็นการไม่สับสนคนพื้นเมืองล้านนาจึงนิยมเรียกลาบพื้นเมืองดั้งเดิม ว่า ลาบเมือง เพื่อไม่ให้ไปปนกับลาบจากที่อื่น เช่น ลาบอีสาน ลาบยอง เป็นต้น

จากความนิยมแพร่หลายของลาบเมือง เราจึงพบว่าตามริมถนนทั่วไปมีร้านขายลาบเกิดขึ้นมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่จะขายควบคู่ไปกับสุรา จนมีคำกล่าวถึงร้านค้าที่ขายลาบต่าง ๆ เหล่านั้นว่าเป็นร้าน "ลาบ หลู้ เหล้า"ลาบเมือง นอกจากจะเป็นอาหารพื้นเมืองยอดฮิตของคนล้านนาแล้ว

ยังพบว่าลาบมีบทบาทเสริมส่งในด้านความเชื่อและวิถีชีวิตคนเมืองหลาย ประการ เช่น ลาบเป็นอาหารคู่กับเหล้า เชื่อว่าถ้ากินลาบกับเหล้าจะมีสรรพคุณพิเศษเป็นยาชูกำลัง ขณะเดียวกันลาบ ยังเป็นอาหารคู่กับลูกผู้ชาย เกิดเป็นชายต้องกินลาบ ประการสุดท้าย ลาบเป็นอาหารพิเศษ นิยมทำกินในโอกาสสำคัญและยังมีราคาแพง ในงานสำคัญดังกล่าวลาบจึงถูกนำมาเลี้ยงต้อนรับแขก แสดงถึงการเลี้ยงด้วยความเต็มใจ บางคนกล่าวการที่ถูกเลี้ยงด้วยลาบถือว่าเป็นเกียรติอย่างสูงสัมพันธภาพ บางอย่างก็อาจถือกำเนิดขึ้นด้วยมูลเหตุแห่งการกินลาบ ดังคำ

 

เปรียบเปรยที่ลึกซึ้งกินใจของคนล้านนาโบราณที่ว่า "กิ๋นลาบต๋วยกั๋นแล้ว ก็เป๋นเปื้อนกั๋นได้"

 

 

 

หลู้

     หลู้ เป็นอาหารประเภทดิบสดประเภทเดียวกับลาน และส้าจิ๊น ซึ่งใช้เครื่องปรุงเดียวกัน การทำหลู้นิยมใช้เลือดสดๆ ของหมู วัว หรือควาย ชาวล้านนานิยมใช้เลือดหมูในการทำมากกว่าเลือดวัวและควาย บางสูตรใช้น้ำเพลี้ย (กากอาหารที่ค้างในลำไส้ของวัวควาย) โดยนำเพี้ยสดๆ หรือต้มก่อนก็ได้ แทนน้ำเลือด เรียกว่า หลู้เพี้ยหลู้ เป็นอาหารประเภทดิบสดประเภทเดียวกับลาน และส้าจิ๊น ซึ่งใช้เครื่องปรุงเดียวกัน การทำหลู้นิยมใช้เลือดสดๆ ของหมู วัว หรือควาย ชาวล้านนานิยมใช้เลือดหมูในการทำมากกว่าเลือดวัวและควาย บางสูตรใช้น้ำเพลี้ย (กากอาหารที่ค้างในลำไส้ของวัวควาย) โดยนำเพี้ยสดๆ หรือต้มก่อนก็ได้ แทนน้ำเลือด เรียกว่า หลู้เพี้ย

 

1. เนื้อหมูสับ 50 กรัม
2. เครื่องในหมูทอดกรอบ 200 กรัม
3. ไตหมู 1/2 ถ้วย
4. มันหมู 1/2 ถ้วย
5. เลือดหมู 2 ถ้วย
6. น้ำต้มกะปิ 2 ช้อนโต๊ะ
7. น้ำกระเทียมดอง 1/2 ถ้วย
8. ใบมะนาวทอดกรอบ 10 ใบ
9. ใบมะกรูดทอดกรอบ 10 ใบ
10. ตะไคร้ทอดกรอบ 2 ช้อนโต๊ะ
11. หอมแดงเจียว 2 ช้อนโต๊ะ
12. กระเทียมเจียว 2 ช้อนโต๊ะ
13. พริกลาบ 3 ช้อนโต๊ะ
14. ใบตะไคร้ 10 ต้น
15. ผักไผ่ซอย 2 ช้อนโต๊ะ
16. ต้นหอมซอย 2 ช้อนโต๊ะ
17. ผักชีซอย 2

 

 

 

 

                            ซักถ้วยไหมครับ!

 

 

 
โหวตให้กระทู้นี้ >>
มีผู้เข้าชมแล้ว 20,317 ครั้ง, โหวตแล้ว 42 ครั้ง / 198 คะแนน
โพสท์โดย: SavageBaby ดู Hot Topic อื่นๆของ SavageBaby
11:39 - 19 มกราคม 2554 (แก้ไขล่าสุด: 11:52 - 19 มกราคม 2554)
แจ้งลบ
 
 

Comment!  

   
 
 
   
เนื้อหาถูกโพสท์โดยสาธารณชน แสดงบนเว็บไซต์โดยอัตโนมัติ

สินค้าแบรนดังญี่ปุ่นปล่อยโฆษณา PS VITA ใหม่ สุดเสื่อม!

ชาวเน็ตจวกยับ! รถตู้ บขส.ขวางรถพยาบาลไม่ให้ไป

สยองรถติดกลางป่าช้า 70 ปี

เจ๋งงงงง...คนไทยในต่างแดน!!!! มันคือศิลปะ
ดู Hot Topic ทั้งหมด
 
QUICK LINK
CONTACT US
ADVERTISE
    2004 2005 2006 2007 2008 2009 2010 2011 2012 2013   2014
Postjung