18เรื่องที่เราอยากให้คุณรู้หากคิดแยกห้องนอนกับลูก
ถึงเวลาที่ลูกโตพอที่จะเลิกนอนเตียงเดียวกับพ่อแม่ ปรับเปลี่ยนเป็นนอนที่เตียงของตัวเองแล้วหรือยัง? การแยกห้องนอนให้ลูกนั้น หลายๆครอบครัวมักมีข้อสงสัยอยากทราบว่า ควรแยกห้องนอนกับลูกตอนอายุเท่าไรถึงจะเหมาะสม อันนี้ขึ้นอยู่กับความพอใจของลูก มันไม่มีกำหนดกฏเกณฑ์ตายตัวว่าอายุเท่าไรดี แต่หากสังเกตจากครอบครัวในต่างประเทศ มักจะแยกห้องนอนกับลูกตั้งแต่ลูกยังเป็นเด็กน้อยอายุ6เดือนขึ้นไป แต่ด้วยวัฒนธรรมการเลี้ยงลูกของคนไทยที่ชอบนอนกับลูกเพื่อความอุ่นใจหรือกังวลเรื่องความปลอดภัย จึงไม่อยากแยกห้องนอนกับลูกตั้งแต่ลูกยังเล็กๆ อาจรอจนกว่าลูกจะร้องขอเอง อย่างไรก็ตาม ช่วงอายุที่แนะนำหากจะแยกห้องนอนกับลูกนั้น ไม่ควรเกิน 3 ขวบค่ะ
การแยกห้องนอนกับลูกในช่วงคืนแรกอาจจะเป็นสิ่งที่ยากและวุ่นวายนิดหน่อย แต่เพียงไม่กี่คืนลูกก็จะชินไปเองค่ะ
1.การฝึกในคืนแรกคุณควรเป็นคนวางลูกลงบนเตียงเอง และควรอยู่กับลูกจนกว่าลูกจะหลับเพื่อให้ลูกคุ้นเคยกับเตียงของตัวเองก่อน
2.ทำกิจกรรมให้กับลูกให้เหมือนทุกคืนที่คุณเคยทำ เช่น อ่านหนังสือ หรือ ฟังเพลง
3.ในคืนแรกคุณอาจจะได้ยินเสียงลูกเปิดประตูออกมานอกห้องหรือกลับมานอนกับคุณ ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาค่ะ
4.ถ้าลูกไม่ยอมนอนในช่วงแรกก็ไม่เป็นไร ห้ามทำการลงโทษลูกเด็ดขาดนะ
5.ช่วงแรกๆลูกจะเริ่มร้องไห้ โวยวาย เพราะลูกไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงใดๆ
6.ไม่ใช่แค่ลูกที่จะเริ่มร้องไห้เมื่อต้องย้ายห้องนอน เมื่อลูกร้อง คุณก็จะเริ่มร้องด้วยเหมือนกัน
7.ในช่วงแรกลูกอาจจะไม่ใช้เตียงเพื่อการนอนอย่างเดียว อาจจะขึ้นไปกระโดดเล่นอย่างสนุกสนาน ก็ควรปล่อยให้ลูกทำไปค่ะ
8.ในช่วงแรก คุณอาจต้องอยู่กับลูกจนกว่าลูกจะหลับ และก็ต้องมีหลายครั้งที่คุณจะต้องอุ้มลูกกลับมานอนห้องเดียวกับคุณด้วย
9.ในช่วงแรกคุณควรอยู่ในที่ๆจะได้ยินเสียงลูกเรียก และอยู่ใกล้ๆห้องลูก เมื่อลูกร้องเรียกหาคุณจะได้ไปทัน ไม่ปล่อยให้ลูกรอ
10.ลูกจะเริ่มตั้งคำถามเป็นสิบเป็นร้อย คำถามเรื่องการย้ายห้องนอนของเขา คุณควรหาคำตอบไว้ให้ลูกด้วยนะ
11.เมื่อลูกเริ่มจบคำถามต่างๆ ก็ควรบอกลูก ว่าถึงเวลานอนแล้วนะ ทุกครั้ง
12.และเมื่อลูกเริ่มง่วงและหลับไปด้วยความเพลีย คุณก็ควรลุกออกจากห้องลูกอย่างเงียบๆ
13.ในช่วงแรกคุณจะนอนไม่ค่อยหลับ เพราะเป็นกังวลเรื่องลูกที่นอนอยู่อีกห้องนั่นเอง
14.คุณจะใช้วิธีไหน ใช้เวลากี่วัน ก็ได้ เพื่อให้ลูกได้นอนในห้องตัวเอง คุณไม่จำเป็นต้องกำหนดเวลาเอาไว้ค่ะ
15.เมื่อคุณได้มาพบลูกในห้องตอนเช้า ควรมีคำชื่นชมที่ลูกสามารถนอนแยกห้องกับคุณได้
16.เมื่อลูกสามารถปรับตัวนอนที่เตียงของตัวเองได้แล้ว ลูกจะรู้สึกมีความภาคภูมิใจในตัวเอง และจะหวงเตียงของตัวเองมาก
17.เมื่อลูกเริ่มปรับตัวกับห้องใหม่และเตียงของตัวเองได้แล้ว โดยที่คุณไม่ต้องคอยอยู่เป็นเพื่อน คุณจะเริ่มร้องไห้อีกครั้ง
18.เมื่อคุณทำให้ลูกนอนในห้องตัวเองได้แล้วอย่าลืมฉลองให้ตัวเอง ที่ได้นอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มที่ด้วยนะ
เด็กที่ต้องนอนห้องของตัวเองจะมีการปรับตัวไม่นานมาก ประมาณ 1-2 สัปดาห์ก็จะคุ้นชินไปเอง และหลังจากนี้ลูกอาจจะมีโลกส่วนตัวมากขึ้น คุณแม่ก็ต้องเตรียมเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนี้นะค่ะ
ด้วยรักและห่วงใย กองกุมารเวชกรรม รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า
จังหวัดอากาศดีที่สุดในไทย เปิดรายชื่อพื้นที่อากาศดีตลอดปี
สถานศึกษาที่มีนักเรียนน้อยที่สุดในประเทศไทย
ประเทศที่ขอสัญชาติได้ยากที่สุด อันดับที่หนึ่งของโลก
"เจ๊ฟองเบียร์" งวด 16 มีนาคม 2569: แนวทางรวยสดๆ ร้อนๆ..มาเเล้วจ้า
เปิด 10 สิ่งก่อสร้างใหญ่ที่สุดในโลก มนุษย์สร้าง ไทยติดอันดับด้วย
7 ประเทศร่วมกันคว่ำบาตร พิธีเปิดและปิดพาราลิมปิกฤดูหนาว
เปิดรายได้พนักงานขับรถเมล์และพนักงานเก็บค่าโดยสาร
สถิติหวย ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 16 มีนาคม
เปิด 8 ความเข้าใจผิดเรื่องรถยนต์ ที่คนใช้รถยังเชื่อกันอยู่
ชาติเดียวในอาเซียนที่สามารถผสมผสานการใช้งานเครื่องบิน F-16 (สหรัฐฯ) และ JAS 39 Gripen (สวีเดน) ได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด
AI วิเคราะห์สถิติเลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวด 16 มี.ค. 2569
ประเทศที่มีกองทัพอ่อนแอที่สุดในโลก
เปิดกรุราชินีบาร์บี้! ทุบสถิติโลก "ปิดตาทายตุ๊กตา"
เปิดรายได้พนักงานขับรถเมล์และพนักงานเก็บค่าโดยสาร
นี่คือต้นยางในตำนาน ต้นยางต้นแรกของประเทศไทย
ผู้นำรัสเซียเสนอแนวคิด เพื่อเร่งยุติความขัดแย้งเกี่ยวกับอิหร่าน
ปลาสวยงามพันธุ์หายาก ที่พบได้เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้นบนโลก



