หน้าแรก เว็บบอร์ด หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype โปรโมชั่น Pic Post ตรวจหวย ควิซ เกมถอดรหัสภาพ Page คำนวณ คำคม วิดีโอ สเปซ เกม Play ไดอารี่ อัลบั้ม แต่งรูป Glitter
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาแจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่

เศรษฐกิจพอเพียงฟื้นผืนดินไทยด้วยภูมิพลังแผ่นดิน

เขียน โดย กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้



“ปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับสภาวะแวดล้อม อันเนื่องมาจากมลพิษ หรือความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นในที่หนึ่งที่ใดก็ตาม ย่อมส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงที่อื่นๆ ด้วยเหตุนี้ทุกคนทุกประเทศในโลกจึงย่อมมีส่วนรับผิดชอบอยู่ด้วยกัน ทั้งในการแก้ไข ลดปัญหา และปรับปรุงสร้างเสริมสภาวะแวดล้อมให้กลับคืนมาสู่สภาพอันจะเอื้อต่อการมีชีวิตอยู่อย่างเป็นสุขของตนเองและเพื่อนมนุษย์” 

-- พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ไม่ว่าแสงแดดจะแผดกล้า ไม่ว่าจะฝนตกฟ้าร้อง หุบเขาสูงอันห่างไกลหรือที่ลุ่มที่ดอน ทุกที่ที่แร้นแค้นพ่อจะเสด็จไป นำมาศึกษาหาทางแก้ไขเพื่อพสกนิกรด้วยความเอาใจใส่ ความรัก และเมตตา ความอุดมสมบูรณ์และความเป็นอยู่ของประเทศไทยที่อยู่ดีกินดี 

นานาโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเป็นประดุจดังแสงประทีปส่องทางให้กับประเทศไทย ชี้นำให้ประเทศไทยอยู่อย่างพอเพียง แต่อยู่ดีกินดี อย่างมีความสุขบนความอุดมสมบูรณ์อย่างยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม หนึ่งในนั้นคือแนวพระราชดำริเกี่ยวกับเกษตรทฤษฎีใหม่ของพระองค์ท่านซึ่งเป็นสิ่งที่ประยุกต์จากเศรษฐกิจพอเพียงอย่างเป็นรูปธรรม กล่าวคือมีขั้นพื้นฐาน ได้แก่ การปลูกพืชผสมผสาน มีการขุดสระน้ำ เพื่อเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ ผลิตเพื่อตนเองและผลิตเพื่อขาย เป็นการบริหารจัดการดิน น้ำ และทรัพยากรอย่างยั่งยืน สามารถทำการเกษตรได้ทั้งยามฝนและยามแล้ง ทั้งช่วยฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของดินและน้ำ และสร้างรายได้ผลผลิตทางการเกษตรโดยที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

ดังตอนหนึ่งของพระราชดำริที่ว่า “เศรษฐกิจพอเพียงเป็นเสมือนรากฐานของชีวิต รากฐานความมั่นคงของแผ่นดิน เปรียบเสมือนเสาเข็มที่ถูกตอกรองรับบ้านเรือนตัวอาคารไว้นั่นเอง สิ่งก่อสร้างจะมั่นคงได้ก็อยู่ที่เสาเข็มแต่คนส่วนมากมองไม่เห็นเสาเข็ม และลืมเสาเข็มเสียด้วยซ้ำไป” (พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชจากวารสารชัยพัฒนา)

หลักแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง การพัฒนาบนทางสายกลาง

เศรษฐกิจพอเพียง หมายถึง พอดี พอมี พอใช้ และการรู้จักใช้ชีวิตอย่างพอประมาณ ประชาชนชาวไทยเริ่มรู้จักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเมื่อ พ.ศ.2517 เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระราชดำรัส ชี้แนะ แนวทางการดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยมานานกว่า 30 ปี และเริ่มมีอิทธิพลต่อชาวไทยในช่วงวิกฤตการณ์ต้มยำกุ้งในยุคฟองสบู่แตก ปีพ.ศ.2540 แต่ในพุทธศักราชปัจจุบันก็ยังเป็นแนวคิดที่ไม่เคยล้าสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ปัญหาทรัพยากรสิ่งแวดล้อมกำลังเสื่อมโทรมและหมดไปเนื่องจากการผลิตเพื่อการบริโภคอย่างเกินขนาดในปัจจุบัน

การพัฒนาตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง คือ การพัฒนาที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของทางสายกลาง โดยคำนึงถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว ตลอดจนใช้ความรู้ ความรอบคอบ และคุณธรรม ประกอบการตัดสินใจ และการกระทำ ซึ่งนี่คือหลักการที่อิงตามหลักธรรมชาติ ไม่เบียดเบียน นอกเหนือจากการสร้างภูมิคุ้มกันแก่ตนเองด้วยความพอเพียงแล้ว หัวใจสำคัญ คือการยึดถือแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางในการปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับตั้งแต่ระดับครอบครัวระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ นักทฤษฎีและนักธุรกิจในทุกระดับให้มีสำนึกในคุณธรรม 


“พอเพียงนี้มีความหมายกว้างขวางยิ่งกว่านี้อีก คือคำว่าพอก็เพียงพอ เพียงนี้ก็พอดังนั้นเอง คนเราถ้าพอในความต้องการ ก็มีความโลภน้อย เมื่อมีความโลภน้อย ก็เบียดเบียนคนอื่นน้อย  ถ้าทุกประเทศมีความคิด “อันนี้ไม่ใช่เศรษฐกิจ” มีความคิดว่าทำอะไรต้องพอเพียง หมายความว่า พอประมาณ ไม่สุดโต่ง ไม่โลภอย่างมาก คนเราก็อยู่เป็นสุข  พอเพียงนี้อาจจะมีมาก อาจจะมีของหรูหราก็ได้ แต่ว่าต้องไม่ไปเบียดเบียนคนอื่น  ต้องให้พอประมาณตามอัตภาพ พูดจาก็พอเพียง ทำอะไรก็พอเพียง ปฏิบัติตนก็พอเพียง” 

-- พระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานแก่บุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายชัยมงคลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดาฯ พระราชวังดุสิต วันศุกร์ที่ 4 ธันวาคม 2541 

แนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงเป็นเหมือนรากแก้วของชีวิตคนไทยไม่ว่าจะเป็นการดำเนินชีวิตในชนบทหรือในเมือง เพียงแต่ไม่หลงลืมทางสายกลาง และรากแก้วนี้เองคือรากฐานสำคัญในการเติบโตอย่างมั่นคงของต้นไม้จากภูมิพลังของแผ่นดิน ตลอดมา และตลอดไป


⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: greenpeaceth
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
8 VOTES (4/5 จาก 2 คน)
VOTED: zerotype, only love
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ชาวประมงจับปลาทูน่ายักษ์หนัก 305 กิโลกรัม ขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยจับได้ในน่านน้ำสเปนย้อนรอย!! สยองขวัญเที่ยวบินมรณะ 223 ศพกระจายเกลื่อน 3 ตร.กม.! ปีกขวาเดินหน้า ปีกซ้ายเบรค เลยระเบิด!!อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต สส.ประชาธิปัตย์เล่านาทีเฉียดตายวันนี้เมื่อฝรั่งเอา "รถตุ๊กตุ๊ก" ไปทดสอบในสนามแข่งรถที่เยอรมนีนักบวชอินเดียทำพิธีกรรมกำจัดไวรัสโคโรนา ด้วยการฝังตัวในดินโคลนที่ล้อมรอบด้วยเปลวไฟแผดเผารายได้และของประจำตำแหน่งของฮองเฮาและพระสนมสมัยราชวงศ์ชิงใจคอทำด้วยอะไร!ชายอินเดียวางแผนฆ่าภรรยาให้ตาย ด้วยการขว้างงูเห่าใส่เธอตอนนอนหลับ"อาจารย์หมอ" เล่าย้อนไปกลาง มี.ค. โชคดีที่ "บิ๊กตู่" เชื่อทีมโรงเรียนแพทย์ ไม่ทำตามที่นักการเมืองเสนอสีกระเป๋ายิ่งใช้ยิ่งจนตามวันเกิด โดย ซินแสปิง ฮวงจุ้ยสั่งได้บุกบ้านของ คุณหน่อง ปลื้มจิตร นักกีฬาวอลเลย์บอลทีมชาติไทย กับ Training at Homeกำเนิดซอสหอยนางรมแฟนๆกรี๊ด เป็นภาพ ‘ไผ่-ต่าย’ ร่อนการ์ดแต่งงาน ที่แท้เป็นเพียงฉากในละครฮ่องกงยึดโคเคuหนักรวม 217 กก. มูลค่ากว่า1,000 ล้าน! ซ่อนในเครื่องยนต์เครื่องบิน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
“แพค ดา” เครื่องบินทิ้งระเบิดยุคดิจิทัล ของ “รัสเซีย” จุดเด่นคือความเงียบ เรดาร์ตรวจจับยากสุดเจ๋งอลิซเชฟเด็ก9ขวบแจกสูตรกุ้งโสร่ง อาขีพเสริมช่วงโควิดได้แรงบันดาลใจจากละครบุพเพฯอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต สส.ประชาธิปัตย์เล่านาทีเฉียดตายวันนี้นักบวชอินเดียทำพิธีกรรมกำจัดไวรัสโคโรนา ด้วยการฝังตัวในดินโคลนที่ล้อมรอบด้วยเปลวไฟแผดเผา
ตั้งกระทู้ใหม่