ฤกษ์ที่เหมาะกับการปลูกบ้านตามความเชื่อของชาวไทยโบราณ
วันนี้เราจะพาเพื่อน ๆไปรู้จักกับฤกษ์มงคลต่อการปลูกบ้านอย่างคร่าว ๆ กันค่ะ ใครที่กำลังคิดปลูกบ้านใหม่ไม่ควรพลาด !!!
วันที่เหมาะสมในการปลูกบ้าน
วันอาทิตย์ >> ห้ามปลูกบ้าน เนื่องจากมีความเชื่อว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นในบ้าน
วันจันทร์ >> เป็นวันที่เหมาะกับการปลูกบ้าน เชื่อกันว่าจะทำให้โชคดี มีกินมีใช้ตลอดไป
วันอังคาร >> ห้ามปลูกบ้าน เนื่องจากมีความเชื่อว่าจะเกิดไฟไหม้
วันพุธ >> เป็นวันที่เหมาะกับการปลูกบ้าน เชื่อกันว่าบ้านจะมั่งมีศรีสุข เงินทองไหลมาเทมา
วันพฤหัสบดี >> เป็นวันที่เหมาะกับการปลูกบ้าน เชื่อกันว่าทำให้บ้านเป็นมงคล อยู่แล้วมีความสุข
วันศุกร์ >> ไม่ได้ห้ามปลูกบ้านแต่ไม่ควรปลูกบ้านในวันนี้ เนื่องจากมีความเชื่อจะนำพาทั้งโชคดีและโชคร้ายเข้าสู่บ้านพร้อม ๆ กัน
วันเสาร์ >> ห้ามปลูกบ้าน เนื่องจากมีความเชื่อว่าจะเกิดเรื่องที่ทำให้เดือดเนื้อร้อนใจบ่อย ๆ
เดือนที่เหมาะสมในการปลูกบ้าน
เดือนอ้าย >> เป็นเดือนที่เหมาะสมกับการปลูกบ้าน เนื่องจากเชื่อกันว่าจะทำให้การค้าขายดี เหมาะกับครอบครัวที่ทำอาชีพค้าขาย
เดือนยี่ >> เป็นเดือนที่เหมาะสมกับการปลูกบ้าน เนื่องจากเชื่อกันว่าจะช่วยป้องกันบ้านจากโจร ผู้ร้ายได้
เดือนสาม >> ห้ามปลูกบ้าน เนื่องจากเชื่อกันว่าจะมีคนคอยกลั่นแกล้ง เบียดเบียนอยู่เสมอ
เดือนสี่ >> เป็นเดือนที่เหมาะสมกับการปลูกบ้าน เนื่องจากเชื่อกันว่าจะนำโชคดีมาสู่ครอบครัว และจะทำให้ครอบครัวมีความสุข
เดือนห้า >> ห้ามปลูกบ้าน เนื่องจากเชื่อกันว่าจะทำให้ครอบครัวเป็นทุกข์
เดือนหก >> เป็นเดือนที่เหมาะสมกับการปลูกบ้าน เนื่องจากเชื่อกันว่าจะส่งผลให้เงินทองไหลมาเทมา
เดือนเจ็ด >> ห้ามปลูกบ้าน เนื่องจากเชื่อกันว่าจะรักษาสมบัติไว้ไม่อยู่ มักถูกลักขโมย หรือไฟไหม้อยู่บ่อย ๆ
เดือนแปด >> ห้ามปลูกบ้าน เนื่องจากเชื่อกันว่าเงินทองจะร่อยหรอ อยู่แล้วจนลงเรื่อย ๆ
เดือนเก้า >> เป็นเดือนที่เหมาะสมกับการปลูกบ้าน เนื่องจากเชื่อกันว่าจะได้เลื่อนตำแหน่งเร็ว เหมาะกับครอบครัวที่รับราชการ
เดือนสิบ >> ห้ามปลูกบ้าน เนื่องจากเชื่อกันว่าจะมีเรื่องขึ้นโรง ขึ้นศาลบ่อย หรือต้องเกี่ยวข้องกับอาชญากรรม นักโทษ ทำให้ครอบครัวเสื่อมเสียชื่อเสียง
เดือนสิบเอ็ด >> ห้ามปลูกบ้าน เนื่องจากเชื่อกันว่าจะถูกหลอกลวง หรือ คดโกงได้ง่าย
เดือนสิบสอง >> เป็นเดือนที่เหมาะสมกับการปลูกบ้าน เนื่องจากเชื่อกันว่าจะทำให้ครอบครัวสุขสบาย มีกิน มีใช้ตลอดไป
การปลูกเรือนตามปี
ปีชวด >> ควรขึ้นเสาเอกด้วยกิ่งไม้คูน หรือไม้ราชพฤกษ์
ปีฉลู >> ควรขึ้นเสาเอกด้วยกล้วยห่อผ้าขาวม้า
ปีขาล >> ควรขึ้นเสาเอกด้วยข้าว 3 กระทง และราดด้วยน้ำ 3 ขัน
ปีเถาะ >> ควรขึ้นเสาเอกด้วยใบตะเคียน ใบหูดหอม และต้นกล้วย
ปีมะโรง >> ควรขึ้นเสาเอกด้วยผ้าห่อใบหูดหอม และกำยาน
ปีมะเส็ง >> ควรขึ้นเสาเอกด้วยใบทอง 2 กิ่ง ข้าวสุก 3 กระทง ธูป 3 คู่ เทียน 3 คู่
ปีมะเมีย >> ควรขึ้นเสาเอกด้วยใบขี้เหล็ก 3 กิ่ง และราดด้วยน้ำ 3 ขัน จากนั้นรอจนไก่ขัน
ปีมะแม >> ควรขึ้นเสาเอกด้วยใบเงิน 3 ใบ หมากตัวผู้และหมากตัวเมียอย่างละ 3 ใบ กล้วยสุก 3 หวี และอ้อย 3 ข้อ
ปีวอกและปีระกา >> ควรขึ้นเสาเอกด้วยเทียน 3 เล่ม
ปีจอและปีกุน >> ควรขึ้นเสาเอกด้วยข้าวตอกแตก 5 ดอก ใบบัวบก 5 ใบ
ยุ่งยากใช่ไหมล่ะคะ เรื่องแบบนี้เขาถึงจำกันไม่ค่อยได้อย่างไรล่ะคะ
เครดิต : THAIHOMEONLINE
5ประเทศที่นำอาวุธเข้ามาในประเทศมากที่สุดในเอเชีย
จังหวัดไหน ครองแชมป์มีพื้นที่ ปลูกข้าวมากที่สุดในประเทศไทย
10 อันดับประเทศที่มีอิทธิพลมากที่สุดในเอเชีย
ความแตกต่างที่น่าทึ่งระหว่าง "งูจงอาง" (King Cobra) ในช่วงอายุที่แตกต่างกันระหว่างลูกงู และงูที่โตเต็มวัยแล้ว
เขมรคุยโว! มีคนแห่เที่ยว "ถนนคนเดิน" ใน "พนมเปญ" วันละแสน..รั้งอันดับ 2 ของโลกเมืองที่น่าเที่ยวยามค่ำคืน
5 จังหวัดที่มีป่าไม้มากที่สุดในไทย
"ลิซ่า" อีกแล้ว! ชุดเดียวเที่ยวทั่วไทย ไปน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น..ชาวเน็ตแห่เมนต์กันเพียบ!!
ธนาคารไหนมีสาขามากที่สุดในประเทศไทย
เจาะรหัสเลขหน้าปกสลาก: สัญจรสุราษฎร์ธานี และสลากการกุศล งวด 1/3/69
ร้านกาแฟที่มีสาขามากที่สุดในประเทศไทย
แอร์ฯ เตือนชัด! อย่ามองข้าม “เสื้อยืด” บนเครื่องบิน — เหตุผลด้านความปลอดภัยที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยคิดถึง
"กัมพูชา" ไม่ง้อ "ไทย"! ได้พี่ใหญ่อย่าง "มาเลเซีย" เป็นที่พึ่งใหม่ด้านการค้า
เขมรคุยโว! มีคนแห่เที่ยว "ถนนคนเดิน" ใน "พนมเปญ" วันละแสน..รั้งอันดับ 2 ของโลกเมืองที่น่าเที่ยวยามค่ำคืน
สัตว์ที่ส่งเสียงได้ดังมากที่สุด ที่สามารถพบได้ในธรรมชาติ
ปมเรือประมงไทยถูกจับกลางทะเลเกาะกง กองทัพเรือเร่งสอบเข้ม หากผิดจริงฟันไม่เลี้ยงถึงที่สุด
😃 ชวนมาดูเหล่าผู้คนที่ชีวิตเหมือนอยู่ในเมืองมหัศจรรย์ตลอดเวลา เพราะพวกเขามักพบเจอแต่เรื่องราวแปลก ๆ อยู่เสมอ 😆
แปลกดีเหมือนกันนะเนี่ย...Kummakivi หินหนัก 5,000 กิโลกรัม ที่ทรงตัวบนหินอีกก้อนมาเป็นเวลา 11,000 ปี โดยไม่หล่นลงมาเสียที
โหนกอูฐมีไว้ทำไม ?


