หน้าแรก เว็บบอร์ด หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype โปรโมชั่น Pic Post ตรวจหวย ควิซ Page คำนวณ คำคม วิดีโอ สเปซ เกม Play ไดอารี่ อัลบั้ม แต่งรูป Glitter
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาแจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่

ประวัติของกริชปัตตานี และกริชเมืองรามันห์

บอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้ โพสท์โดย มารคัส

เมื่อประมาณ 300 ปีเศษในเกาะชวา อินโดนีเซีย มีเจ้าเมืองเมืองหนึ่งได้จัดทำกริชขึ้นเจ้าเมืองบังคับให้ช่างกริชทุกคน

ส่ง กริชเข้าประกวดเมื่อถึงกำหนดวันแข็งขันกรรมการผู้ตัดสินกริชสำรวจรายชื่อ ช่างตีกริชทั้งหมดปรากฏว่ามีช่างผู้หนึ่งไม่ได้ส่งกริชประกวดเจ้าเมืองจึง ให้ทหารไปเอาช่างผู้นี้มาเมื่อช่างผู้นี้มาถึงวังก็มอบกริชของตนให้กรรมการ พิจารณา ลักษณะด้ามทำด้วยเหง้าไม้ไผ่ฝักทำด้วยกากหมาก ทำให้เจ้าเมืองโกรธเพราะกริชไม่สวยเหมือนช่างกริชคนอื่นๆ ที่ประดับกริชค้วยทองคำเพรชพลอยอย่างสวยงามเจ้าเมืองก็เอากริชที่ไม่สวยนี้ โยนทิ้งในสระน้ำและเนรเทศช่างผู้ทำออกจากเมือง

ก่อน ออกจากเมืองนั้นช่างผู้นี้ได้กล่าวกับเจ้าเมืองว่ากริชที่ดีนั้นไม่ได้อยู่ ที่เครื่องประดับตกแต่งแต่อยู่ที่ความขลังหรือความศักดิ์สิทธิ์

วัน รุ่งขึ้นเจ้าเมืองได้พบปลาขนาดใหญ่ในสระลอยพร้อมมีดกริชปักอยู่เมื่อนำปลา ขึ้นมาดูปรากฏว่าเป็นกริชที่เจ้าเมืองขว้างทิ้งเมื่อวานเมื่อเจ้าเมืองนึกคำ พูดของช่างกริชรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากที่ได้เนรเทศช่างคนสำคัญ

เมื่อ ช่างตีกริชได้มาถึงปัตตานีก็เดินทางมาถึงเมืองรามันและพักอยู่ที่นั้นจนเจ้า เมืองรามันทราบเรื่องราวจึงให้ช่างผู้นี้ตีกริชให้ดูสักเล่มเมื่อทำเสร็จ เจ้าเมืองได้ดูมีความประทับใจเป็นอย่างยิ่งจึงยกย่องช่างผู้นี้ปาแนซาเฆาะ หรือนายช่างผู้ยิ่งใหญ่ปาแนซาเฆาะได้ถ่ายทอดรูปแบบและเทคนิคในการตีกริชแก่ ลูกศิษย์จนได้รับความนิยมเป็นอย่างมากนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และได้เสื่อมความนิยมการใช้กริชเมื่อมีการออกกฎหมายห้ามพกพาอาวุธในที่ สาธารณะ

จนกระทั่งในปัจจุบันมีช่างกริชกลุ่มหนึ่งได้รื้อฟื้นศิลปะการทำกริชโบราณให้ได้รับความนิยม จนกระทั่งกริชเป็นสินค้า otop ประเภทหนึ่งของประเทศไทยในปัจจุบัน

ประวัติกริช และการก่อเกิดกลุ่มทำกริชรามันห์..

กริช เป็นศาสตราวุธชนิดหนึ่ง มีลักษณะปลายแหลมมีขนาดสั้นบ้าง ยาวบ้าง ความยาวเฉลี่ยประมาณ 12-16 นิ้ว รูปตรงแต่ปลายเรียวแหลมเล็กก็มี ตรงกลางป่องก็มี เป็นรูปคดไปคดมาอย่างที่เรียกว่าคดกริชก็มี คดแต่ตอนปลายเพียงคดเดียวก็มี ชาวมลายูถือว่านักรบผู้ใดถือกริชหลายคด ผู้นั้นนับเป็นเป็นนักรบผู้ยิ่งยง และมีอำนาจเหนือกองทัพ มีคมสองคมใช้สำหรับฟันด้ายก็มี มีด้ามขนาดสั้นพอเหมาะ แต่การจะกำไว้ในมือได้สะดวก ด้ามและฟักมักแกะสลักเป็นรูปและลวดลายต่างๆ อย่างสวยงาม บางด้ามประดับด้วยเงิน ทองหรือทองแดง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับฐานะผู้เป็นเจ้าของเป็นประการสำคัญ

กริชเป็นอาวุธประจำตัว ที่เคยนิยมใช้กันในภาคใต้ตลอดไปจนถึงชวา มาเลเซีย และประเทศใกล้เคียง เคยเป็นอาวุธประจำชาติของชวา และมาเลเซีย รวมทั้งถูกจัดอยู่ในเครื่องราชกกุธภัณฑ์อย่างหนึ่ง ของพระมหากษัตริย์ ของทั้งสองประเทศมาก่อน กริช นอกจากจะเป็นอาวุธสำคัญแล้ว ยังเป็นเครื่องบ่งถึงความเป็นชายชาตรี บ่งถึงฐานะทางสังคม เศรษฐกิจ และยศฐาบรรดาศักดิ์ ผู้เป็นเจ้าของหรือวงตระกูลด้วย กริชถือเป็นของสำคัญ สามารถใช้แทนตัวเจ้าบ่าว ที่ติดภารกิจอื่นได้และจะได้รับการพกพาติดตัวตลอด แม้แต่เวลาอาบน้ำหรือเข้านอน

ประวัติความเป็นของกริช ว่าเกิดขึ้นเมื่อใดนั้น ยังไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด บ้างก็ว่ากริชเกิดขึ้น ในประเทศอินเดียก่อน เดิมมีลักษณะไม่ได้คดทำจากเขาเลียงผาชนิดหนึ่ง บ้างก็ว่าชาวมลายูจำลองรูปกริชจากเขี้ยวเสือ บ้างก็ว่ากริชเริ่มปรากฏมีในประเทศอินโดนีเซียหรือชวาสมัยอิเหนา หรือ ปันหยี เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2460 แต่หลักฐานเก่าแก่ที่พบ ณ เทวสถานแห่งหนึ่ง มีอายุเก่าแก่ราว 600 ปี เท่านั้น สำหรับในประเทศไทยนั้น มีปรากฏในจดหมายเหตุ ของลาลูแบร์ ชาวฝรั่งเศส ที่เดินทางเข้ามาในเมืองไทย ในสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ประมาณ พ.ศ. 2236 กล่าวถึงอาวุธของไทยว่า มีกริชรวมอยู่ด้วย และพระเจ้าแผ่นดิน เคยพระราชทานกริช แก่ข้าราชบริพารใช้เหน็บเอวทางด้านซ้ายก็มี

เมื่อ ประมาณ 200 – 300 ปีก่อน เจ้าเมืองรามันห์หรืออำเภอรามัน จังหวัดยะลา ปัจจุบัน ประสงค์จะให้มีกริช เป็นอาวุธคู่บ้านคู่เมือง และต้องการมีกริชประจำตัวด้วยถึงกับเชิญช่างผู้ชำนาญการจากประเทศอินโดนีเซีย มีชื่อว่า ช่างบันไดซาระ มาทำกริชที่เมืองรามันห์ในรูปแบบปัตตานีและรูปแบบรามันห์ ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะ จนกริชรูปแบบนี้ถูกเรียกขานในท้องถิ่นว่า กริชรูปแบบบันไดซาระ ตามชื่อของช่างทำกริชชาวชวาผู้นั้น ตั้งแต่นั้นมา จึงมีการสืบทอดการทำกริช ในพื้นที่เมืองรามันห์ โดยเฉพาะที่ตำบลตะโล๊ะหะลอ มาหลายชั่วอายุคนจวบจนปัจจุบัน กริชที่เมืองรามันห์นิยมทำเป็นหัวนกพังกะมากกว่าชนิดอื่น นกพังกะ คือนกที่มีปีกและตัวสีเขียวปากยาวสีแดงอมเหลือง คอขาวบ้างแดงบ้าง นอกจากนี้ยังทำเป็นหัวรูปไก่ หัวงูจงอาง และรูปคน ส่วนใหญ่สลักด้วยไม้หรือกระดูกปลา กริชมีหลายรูปแบบ เช่น กริชแบบกลุ่มบาหลี และมดุรา กริชแบบชวา กริชแบบคาบสมุทรตอนเหนือ กริชแบบบูกิส กริชแบบสุมาตรา กริชแบบปัตตานี กริชแบบซุนดา หรือซุนดัง และกริชแบบสกุลช่างสงขลา

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: มารคัส
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
12 VOTES (4/5 จาก 3 คน)
VOTED: ซุปเปอร์ ใจมด, The Adventures of Ti, ซาอิ
 
ประวัติของกริชปัตตานี และกริชเมืองรามันห์
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ

บริษัทที่เก่าแก่ที่สุดในโลก 1,400 ปี แต่กลับล่มสลายอย่างน่าเศร้า

“ไก่หัวขๅด” ไม่สลบ และไม่ตาย ยังใช้ชีวิตได้ปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

หญิง ธิติกานต์ ประกาศขายรีสอร์ทด่วน พร้อมพาครอบครัวไปอยู่บ้านนอกแล้ว

ชาวเน็ตแห่ชม “น้องเรซซิ่ง” ลูกชายของ “แม่แพท”

“ชาวบ้าน” รับจ้างขุด “มันสำปะหลัง” วันนึงขุดพบกล่องเหล็ก เปิดดูข้างในแทบช็อก

เซลล์สาววัย 36 ปีหายตัวนานถึง 3 ปี พบอีกทีเป็นศwอยู่ในรถเก๋ง

เพจดังเมาส์แหลก พระเอกหนุ่มหน้าเด็กซุ่มคบนักร้อง

หนุ่มหิวจัด!! นั่งโซ้ยมื้อเย็นจนลืมพายุข้างหลัง ต้นไม้ล้มก็ยังไม่ยอมลุก

สไตล์โมเดิร์น สีสันสวยงามลงตัว 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ใช้งบก่อสร้าง 1.1 ลบ

"แบมแบม"GOT7 ขอบคุณอากาเซ่เข้าใจ พลาดบินมาไทยร่วมงาน "CP SAUSAGE FRANKSTER PARTY" ไม่โทษหรือต่อว่าค่าย JYP

เปิดบ้าน “โหน่ง ชะชะช่า” ตลกชื่อดัง โชว์หมดยันห้องนอนลูก

ชาวยะลาออกมาดูแสงไฟเลเซอร์ภาพกราฟฟิคบนพื้นหญ้ารอบวงเวียนหอนาฬิกายามค่ำคืน

Facebook เริ่มทดสอบ Dark mode บนแอพฯ ของตัวเองแล้ว
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
จริยธรรมอิสลาม : เรื่องความสัตย์จริง (Islamic ethics: honesty)7 เมือง ที่กำลังจะหายไปจากโลกใบนี้ในอนาคตอันใกล้ (มีไทยด้วย)10 ปัจจุยที่จะทำให้คุณผู้หญิง เกิดแรงสวาทจนเสร็จสมอารมณ์หมายกับท่านชายการจัดเก็บภาษีอากรในสมัยกรุงศรีอยุธยา (พ.ศ. 1893 - พ.ศ. 2310)
ตั้งกระทู้ใหม่