หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ คำนวณค่างวดผ่อนรถ
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่

น้ำมันปาล์ม: ใครคือผู้ทำลายป่า

เขียน โดย Annisa Rahmawati

น้ำมันปาล์มที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของแบรนด์ดังทั่วโลกนั้น “สะอาด” แค่ไหน? ขณะนี้กรีนพีซกำลังเผยผลจากการสำรวจว่าบริษัทต่างๆ กำลังทำตามสัญญาที่จะหยุดยั้งการทำลายป่าไม้ในประเทศอินโดนีเซียเพื่อปาล์มน้ำมัน ลองมาดูกันสิว่าแต่ละบริษัททำได้ดีแค่ไหน และใครยังคงล้าหลัง

ไฟป่าที่กาลิมันตันตะวันตก เมื่อเดือนกันยายน 2558

ไฟป่าครั้งใหญ่ที่สุดของศตวรรษได้เกิดขึ้นที่ประเทศอินโดนีเซียเมื่อ 6 เดือนที่ผ่านมา โดยได้เผาผลาญผืนป่าฝนเขตร้อนและป่าพรุที่อุดมสมบูรณ์บนพื้นที่หลายล้านเฮคตาร์จนเหลือเพียงเถ้าถ่าน และในผืนป่าแห่งนี้เองเป็นบ้านหลังสุดท้ายของอุรังอุตังซึ่งพบในประเทศอินโดนีเซียเท่านั้น

ปัญหาไฟป่าในประเทศอินโดนีเซียอาจฟังดูเป็นประเด็นที่ไกลตัว แต่ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ผลการสำรวจของกรีนพีซได้เผยว่าผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนและห้องน้ำที่เราใช้ในชีวิตประจำวันนั้นมีส่วนโดยตรงกับการทำลายป่าฝนเขตร้อนของประเทศอินโดนีเซีย

นอกจากควันมลพิษแล้ว เด็กๆ ในกาลิมันตันก็ยังคงเล่นกันโดยไม่มีการป้องกันมลพิษ ปัญหาไฟป่าอินโดนีเซียนั้นส่งผลกระทบต่อสุขภาพของชาวอินโดนีเซียหลายล้านคน ทำให้เกิดโรคทางปอดและหัวใจ และทำให้เด็กทารกแรกเกิดมีสุขภาพอ่อนแอ

สำหรับคนทั่วไปแล้ว การเป็นส่วนหนึ่งของทางออกนั้นไม่ง่ายดายเหมือนกับการเปลี่ยนแปลงนิสัยการช้อปปิ้ง น้ำมันปาล์มนั้นอยู่ในส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในขนม Doritos ยาสีฟัน Colgate หรือสบู่เด็ก Johnson & Johnson น้ำมันปาล์มนั้นแทรกอยู่ในผลิตภัณฑ์จำนวนมากจนยากที่จะเลี่ยงได้ และถึงแม้จะเลี่ยงได้น้ำมันปาล์มก็ยังไม่ใช่ปัญหา แต่ปัญหาคือการทำลายป่า แต่สิ่งเดียวที่จะหยุดยั้งปัญหานี้ก็ต่อเมื่อบริษัทต่างๆ รับผิดชอบต่อน้ำมันปาล์มที่ตนเลือกซื้อ

เศษซากที่หลงเหลือของป่าพรุที่ถูกเผาเพื่อเคลียร์พื้นที่เตรียมปลูกปาล์มน้ำมัน (ปี 2549)

ต้นอ่อนปาล์มน้ำมันบนพื้นที่ป่าพรุ (2553)

ที่ผ่านมาหลายแสนคนจากทั่วโลกได้ออกมารณรงค์ร่วมกับกรีนพีซ ส่งเสียงไปยังบริษัทผู้ที่รับผิดชอบโดยตรง และด้วยพลังมวลชนที่ร่วมกันผลักดัน หลายบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ใช้น้ำมันปาล์มจากอินโดนีเซียได้ออกมาแสดงเจตนารมณ์ปกป้องป่าฝนเขตร้อนของอินโดนีเซียแล้ว

จากนั้นได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อสองปีที่ผ่านมา บริษัทแบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง Mars, Mondelez และ Procter & Gamble ได้เข้าร่วมกับงานรณรงค์ของเรา ซึ่งแบรนด์ดังต่างๆ ก็เห็นด้วยและพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า การทำลายป่าอันอุดมสมบูรณ์ของเรานั้นจะต้องหยุดเสียที

ข่าวดียังไม่หมดเพียงเท่านี้ การที่บริษัทต่างๆ ที่มีอำนาจในการซื้อสูงได้ออกมาแสดงจุดยืนร่วมกันได้สร้างแรงกดดันกับบริษัทผู้ผลิต ซึ่งบริษัทอย่าง Wilmar International และ Golden Agri Resources ที่ชื่ออาจไม่ได้คุ้นหูนัก แต่เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ของอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม และด้วยเหตุนี้การที่บริษัทเหล่านี้ออกมาร่วมมุ่งมั่นหยุดการทำลายป่านั้นคือข่าวที่น่ายินดีมาก

นักกิจกรรมกางป้ายผ้าบนพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากไฟป่าในกาลิมันตันกลาง

อย่างไรก็ตาม การรณรงค์ที่ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง คือการได้เห็นผลลัพธ์จริง คือ การปกป้องป่าไม้ อุรังอุตังมีความเป็นอยู่ที่อุดมสมบูรณ์ รวมถึงหยุดยั้งการทำลายป่าและไฟป่าได้ และนั่นคือเหตุผลที่เราอยากแน่ใจว่าบริษัทเหล่านี้รักษาคำมั่นอย่างจริงจัง

ดังนั้นเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว กรีนพีซได้ติดต่อบริษัทยักษ์ใหญ่ 14 แห่ง เพื่อติดตามว่าได้ดำเนินการอย่างไรบ้าง และสิ่งที่เราได้คำตอบมานั้นค่อนข้างน่าตกใจ มีเพียงไม่กี่บริษัทเท่านั้นที่มีความก้าวหน้าที่สามารถยืนยันได้ว่าน้ำมันปาล์มในห่วงโซ่อุปทานของตนไม่เชื่อมโยงกับการทำลายป่า แต่ส่วนใหญ่นั้นยังลงมือช้าเกินไป ดูเหมือนว่าบางบริษัทอาจคิดว่าการแสดงเจตนารมณ์นั้นง่าย แต่การรักษาคำมั่นนั่นไม่ง่ายนัก อ่านข้อมูลในรายงานเพิ่มเติมที่นี่

สถานที่เกิดเหตุอาชญากรรมทางสิ่งแวดล้อม:  เศษซากที่หลงเหลือของพื้นที่ป่าไม้และป่าพรุที่ถูกเผา และได้ลงเมล็ดปาล์มน้ำมันไว้แล้ว

ในบรรดาบริษัทที่เราสอบถามข้อมูล มี Colgate-Palmolive, Johnson & Johnson และ PepsiCo ที่มีการปฏิบัติด้อยที่สุด และยังล้มเหลวในการรักษาคำมั่น “ไม่ทำลายป่า” ที่ให้ไว้กับผู้บริโภคและลูกค้าของตน 

เรารออีกไม่ได้แล้ว ไม่น่าเชื่อว่าอัตราการทำลายป่าในประเทศอินโดนีเซียนั้นกำลังสูงขึ้น แทนที่จะลดลง แล้วเหตุการณ์ไฟป่าที่เกิดขึ้นเมื่อ 6 เดือนที่แล้วล่ะ? นั่นอาจจะเกิดขึ้นอีกภายในไม่กี่เดือนที่จะถึงนี้

อุตัง ลิงอุรังอุตังวัย 7 เดือนที่ถูกช่วยเหลือจากไฟป่า

อุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มยังเป็นต้นเหตุหลักของการทำลายป่าที่เกิดขึ้น ทั้งที่ปาล์มน้ำมันนั้นสามารถผลิตขึ้นได้อย่างรับผิดชอบ ขณะนี้กรีนพีซมีโครงการร่วมกับชุมชนที่ Dosan เกาะสุมาตรา ผลิตน้ำมันปาล์มอย่างรับผิดชอบและร่วมกันฟื้นฟูป่าฝนเขตร้อน และยังมีโครงการดีๆ เช่นนี้ในประเทศอินโดนีเซียอีกมากที่ต้องการการสนับสนุน

ดังนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญมากที่บริษัทเหล่านี้จะก้าวออกมาและลงมือเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่เพียงการให้คำมั่นลอยๆ ร่วมกันเรียกร้องให้แบรนด์ดังต่างๆ ลงมือทำอย่างแท้จริง ที่นี่

อ่านรายงานผลการสำรวจการดำเนินการในแต่ละแบรนด์ได้ที่นี่

ที่มา: Greenpeace Thailand (http://grnpc.org/IgNxC)
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: greenpeaceth
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
 
 
ชื่อ
น้ำมันปาล์ม: ใครคือผู้ทำลายป่า
กระทู้ที่มีคอมเม้นต์ล่าสุด
ลูกไฟประหลาด เหนือน่านฟ้าญี่ปุ่น
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
"แทค ภรัณยู" งานเข้า ชาวเน็ตเดือด!! เทียบ "ดาราเป็นโควิด VS คนทั่วไปเป็นโควิด""พระม็อบ 3 นิ้ว" โอดยังจำได้มั้ย? "รุจ" รองหนึ่ง Mister asia 2012ราคาทองวันที่ 21 มกราคม 2564 พุ่งสูงมาก'วาดิม' เปิดตัวแฟนใหม่สวีทกันสุดๆ ชาวเน็ตเป็นงง แล้วซาร่ากับลูกล่ะ?เกิดเหตุระเบิดที่มาดริด เสียชีวิต 3 รายแม่เวียดนาม ร่ำไห้หนัก!! หอบลูกทำงานที่ไทย ไม่นึกว่าจะพามาตๅย ด้วยความประมาทของครู ซ้ำถูกร้อยเวรโกหก เรื่องไม่คืบเอกชัย ปะทะ เอกชัย! อีกฝ่ายยันนี่ก็ตัวจริง "สรุปแล้วฉันเป็นใครเนี่ย" เปิดวิดีโอคอลมีช็อก ด่ากลับอย่างรั่วแฟชั่นล้ำๆยุคนี้ ทำไมหน้าตามันคุ้นๆ แปลกๆลุ้นตัวโก่ง!! "บิ๊กปั๊ด" พูดมีนัย คดีน้องชมพู่ พบอาจมีเงิบกันทั้งประเทศเที่ยงก็พัก ฮากันครับ5 วันเกิด เสือนอนกิน มีเงินกินใช้ตลอดปี(คลิป) รวมรถซิ่ง โอเว่น ชอว์ อดีตทหารสังกัด SAS น้องชาย เดคการ์ด ชอว์ คู่ปรับ "ดอม"จาก Fast & Furious
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
ขอนแก่นเริ่มแล้ว! กล้องCCTV 44 ตัว ตรวจจับไม่สวมหมวกกันน็อคชัดแจ๋ว"เต้ มงคลกิตติ์" วอนรัฐจ่ายเงินสด "เราชนะ" สงสารคน 6 ล้านปชช. ไร้มือถือ-สมาร์ทโฟนซีพีเปิดโรงงานหน้ากากอนามัย รับผู้ตรวจการแผ่นดิน เคลียร์ปัญหาคาใจสังคมผบ.ตร. ฝากถึงคนฆ่าน้องชมพู่ ลั่น! "บาปกรรมมีจริง อย่าหนีให้เหนื่อย"
ตั้งกระทู้ใหม่