หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ความจริงอันโหดร้ายของ “ความเหงา”

โพสท์โดย

พวกเราเกือบทุกคนต้องเคยผ่านความเหงามาในจุดใดจุดหนึ่งของชีวิตแน่นอน มันคือความเจ็บปวดที่พวกเราได้รับหลังจากการเลิกรา การจากไปของคนที่เรารัก หรืออาจจะเป็นการที่ต้องย้ายไปอยู่ที่ไกลบ้าน พวกเราเปราะบางต่อความรู้สึกเหงาหรือความโดดเดี่ยว

ความเหงามักจะถูกใช้สำหรับอธิบายอารมณ์ในทางลบซึ่งเกิดขึ้นเมื่อมีความแตกต่างระหว่างความสัมพันธ์ที่เราหวังให้เป็นและความสัมพันธ์ที่เราเห็นอยู่ตอนนี้

ความรู้สึกที่ไม่เป็นที่น่าพอใจของความเหงานั้นขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล นักวิจัยพบว่าความเหงาไม่ได้ขึ้นอยู่กับเวลาที่เราใช้อยู่กับคนอื่นหรืออยู่คนเดียว แต่มันเชื่อมโยงกับคุณภาพของความสัมพันธ์มากกว่าที่จะเป็นปริมาณ คนที่เจอกับความเหงามักจะรู้สึกว่าไม่มีใครเข้าใจเขาเลย และอาจจะไม่เห็นถึงความสำคัญของความสัมพันธ์ที่มีอยู่

สำหรับบางคน ความเหงาอาจจะอยู่เพียงชั่วครู่และมักจะหายไปได้อย่างง่ายดาย เช่น เมื่อเพื่อนสนิทย้ายไปที่อื่น หรือคู่สมรสเพิ่งกลับมาบ้านหลังจากไปต่างประเทศ แต่สำหรับบางคน มันไม่ง่ายเลยที่ความเหงานั้นจะหายไป เช่น เมื่อคนรักของเราเสียชีวิตหรือการเลิกราหลังจากแต่งงานกัน ความเหงานี้จะยังอยู่กับคนเหล่านี้เมื่อพวกเขาไม่สามารถหาทางพบปะกับผู้คนได้

ในมุมมองเชิงวิวัฒนาการ การที่เราให้ความไว้วางใจกับกลุ่มทางสังคมนั้นทำให้เราแน่ใจว่าเราจะอยู่รอดมากขึ้น ดังนั้นความเหงาจึงถูกมองว่าเป็นสัญญาณบอกให้เราเข้าหาคนอื่น สิ่งนี้เองทำให้มันแตกต่างเล็กน้อยกับความหิว ความกระหาย หรือความเจ็บปวดทางกายภาพ ซึ่งส่งสัญญาณให้เรากิน ดื่ม หรือหาการรักษาทางการแพทย์

อย่างไรก็ตามในสังคมยุคใหม่นี้ การปิดสัญญาณเตือนของความเหงากลายเป็นเรื่องยากมากกว่าการแก้หิว หรือกระหายเสียแล้ว ความเหงาจะยังคงอยู่หากเขาเหล่านั้นไม่ได้แวดล้อมไปด้วยผู้คนที่เป็นห่วงเขา

นักวิจัยได้พบว่าการแปลกแยกทางสังคมเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคและอาจส่งผลให้เสียชีวิตได้ การค้นพบจากการศึกษาในงานวิจัยหลากหลายงานระบุว่าการขาดการติดต่อกับสังคมมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตก่อนวัยคล้ายกับการเป็นโรคอ้วนเลยทีเดียว

ความเหงาเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพมากมายไม่ว่าจะเป็น ปัญหาเรื่องการนอนหลับ โรคจิตเสื่อม หรือแม้กระทั่งโรคหัวใจ 

บางคนอาจจะมีแนวโน้มที่จะรู้สึกเหงามากกว่าคนปกติได้เนื่องจากผลทางพันธุกรรม มีหลักฐานจากการศึกษาในฝาแฝดว่า ความเหงาอาจจะถูกถ่ายทอดทางพันธุกรรมบางส่วน

ความเหงาถูกเพิกเฉยว่าเป็นปัญหาทางสุขภาพจิต นักวิจัยยังไม่มีความเข้าใจอย่างทั่วถึงถึงความสัมพันธ์ระหว่างความเหงากับสุขภาพจิตมากนักเนื่องจากงานวิจัยส่วนใหญ่เน้นศึกษาความสัมพันธ์ของความเหงากับการซึมเศร้า

ถึงแม้ว่าความเหงากับการซึมเศร้าจะเกี่ยวข้องกันบางส่วน แต่จริงๆ แล้วมันแตกต่างกัน ความเหงาจะหมายถึงอารมณ์ความรู้สึกในเชิงลบเกี่ยวกับสังคม ในขณะที่การซึมเศร้าจะหมายรวมถึงกลุ่มความรู้สึกเชิงลบทั่วไป

 

แก้ไขได้อย่างไร

โดยทั่วไปแล้ว คนที่ประสบกับความเหงามักจะถูกกระตุ้นให้ไปเข้ากลุ่มสังคมหรือสร้างเพื่อนใหม่ ซึ่งตามการสันนิษฐานแล้วความเหงาจะหายไปได้ไม่นาน

แต่ในถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ได้ง่ายเสมอไป คนเหงาเหล่านี้อาจจะมีความหวั่นวิตกกับการเข้าสังคมและทำให้พวกเขาปฏิเสธต่อพฤติกรรมเหล่านั้น สิ่งนี้อาจทำให้ผู้คนรอบข้างคนเหล่านี้ตีความผิดว่าพวกเขาไม่เป็นมิตร และทำให้ความเหงายังคงอยู่ต่อไป

 

มีงานวิจัยซึ่งทำการทดสอบประสิทธิภาพของการรักษาแต่ละชนิดที่แตกต่างกันในการกำจัดความเหงา ผลลัพธ์ปรากฎว่า การรักษาที่เน้นให้เปลี่ยนความคิดในเชิงลบเกี่ยวกับคนอื่นนั้นมีประสิทธิภาพมากกว่าวิธีที่ให้ไปเข้าสังคมหรือพบปะผู้คน

อีกหนึ่งวิธีที่มีประสิทธิภาพก็คือการเพิ่มคุณภาพของความสัมพันธ์ที่มีอยู่ โดยเฉพาะการสร้างความใกล้ชิด สนิทสนมกับคนรอบข้างให้มากขึ้น โดยการใช้วิธีทางจิตวิทยาเชิงบวกซึ่งเน้นการเพิ่มอารมณ์ในแง่บวกในความสัมพันธ์หรือเพิ่มพฤติกรรมทางสังคมจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการความสัมพันธ์ที่มีความหมายกับคนอื่นมากขึ้น

ในทางปฏิบัติในกลุ่มคนที่ถูกวินิจฉัยว่าป่วยทางจิตขั้นรุนแรงแสดงให้เห็นถึงการพัฒนาในความเป็นอยู่และความสัมพันธ์หลังจากได้มีการแบ่งปันความรู้สึกเชิงบวกและทำกิจกรรมดีดีร่วมกับผู้อื่น อย่างไรก็ตามงานวิจัยเกี่ยวกับการใช้วิธีการรักษานี้กับความเหงายังอยู่เพียงแค่ระยะเริ่มต้น

ปัจจุบันนี้เรายังคงประเมินค่าต่ำไปถึงความร้ายแรงของความเหงาซึ่งควรจะเป็นปัญหาสุขภาพสาธารณะที่ร้ายแรง ดังนั้นแล้วความท้าทายก็คือการจัดการกับความเหงาและการมุ่งเน้นไปที่การสร้างความสัมพันธ์กับผู้คนรอบข้าง และที่สำคัญงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่กำลังศึกษาอยู่ทุกวันนี้เกี่ยวกับผลลัพธ์ของความเหงาต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตจึงไม่ควรถูกเพิกเฉยอีกต่อไป

 ที่มา: I Fucking Love ScienceThe Conversation, #บทความต้นฉบับ

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
น้ำตาลเผ็ด's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 1,806 ครั้ง
โพสท์โดย น้ำตาลเผ็ด
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
28 VOTES (4/5 จาก 7 คน)
VOTED: นางเบิร์ด, ซาอิ, MuayMuaythai, กุ้งฝอย, ฮั่วชวี่ปิ้ง, น้ำตาลเผ็ด
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
อำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทยมะเขือเทศทำให้หน้าแดงและผิวดีได้จริงแค่ไหนมหาวิทยาลัยไทยที่ติดอันดับโลก อันดับ 1 ของไทยอยู่ที่เท่าไร?โรคไข้หลับลึกยุค 1920s ทิ้งร่องรอยอะไรไว้ในผู้รอดชีวิตเปิด 5 ตำแหน่งสายกฎหมายภาครัฐ เงินเดือนสูงสุดใครแตะ 1.38 แสนบาทต่อเดือน?เด็กเทคนิคเรียนสายไหนมากที่สุด เปิดข้อมูลอาชีวะ สายช่างที่มีผู้เรียนมากอันดับ 1เปิด 5 ห้างที่เงินสะพัดมากที่สุดในไทย อันดับ 1 คนเดินวันละหลักแสน108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียงย่านที่ชาวจีนอาศัยเยอะสุดในไทยอยู่ตรงไหนหมายเลขบนหมวกตำรวจมีไว้ทำไม ตัวเลขที่เห็นทุกวัน แท้จริงใช้ระบุตัวเจ้าหน้าที่รู้หรือไม่? ปลาในประเทศไทยบางชนิดไม่ได้จับหรือซื้อขายกันได้อย่างที่คิด 🐟เปิดตำนาน "ทาร์ทาร์" (Steak Tartare): เนื้อดิบใต้บั้นท้ายอานม้า หรือมหากาพย์ความเข้าใจผิด 700 ปี
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
📷 5 ภาพถ่ายโบราณแบบออริจินัล ที่กลายเป็นของสะสมทรงคุณค่าราคาแพงทำไมเวลาตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆ ในชีวิต สมองถึงชอบพาเราไปเชื่อคำแนะนำของคนแปลกหน้ามากกว่าคนในครอบครัว?6 สเกตบอร์ดแผ่นไม้ลายกราฟิตียุค 90s ที่ผ่านการเล่นมาแล้ว แต่ราคายังพุ่งแรง!ตัดสิ่งไม่จำเป็น แล้วเหลือแต่สิ่งสำคัญ เพราะชีวิตต้องคิดให้ง่าย "ไม่คิดยาก"
ตั้งกระทู้ใหม่