พรานบุญ ผู้ค้นพบรอยพระพุทธบาท

เมื่อเล่าถึงเรื่อง "พระพุทธบาท" แล้ว คงพลาดไม่ได้ที่จะเล่าถึง "พรานบุญ" ผู้ค้นพบรอยพระพุทธบาท ดังพระราชพงศาวดารกรุงสยาม ฉบับบริติชมิวเซียม บันทึกไว้ว่า
.
ศักราช ๙๖๘ ... เมืองสระบุรีบอกมาว่า พรานบุญพบรอยเท้าอันใหญ่บนเขา เห็นประหลาด สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวดีพระทัย เสด็จด้วยพระที่นั่งเรือชัยพยุหบาตร พร้อมด้วยท้าวพระยาสามนตราชดาษดาโดยชลมารคนทีธาร ประทับท่าเรือ รุ่งขึ้นเสด็จทรงพระที่นั่งสุวรรณปฤษฎางค์ พร้อมด้วยคเชนทรเสนางคนิกรเป็นอันมาก ครั้งนั้นยังมิได้มีทางสถลมารค พรานบุญเป็นมัคคุเทศก์นำลัดตัดดงไปถึงเชิงเขา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทอดพระเนตรเห็นแท้ว่าเป็นรอยพระบรมพุทธบาท..."
.
โดยตามตำนานยังกล่าวต่อไปอีกว่า เมื่อคณะภิกษุที่เดินทางกลับจากลังกาได้นำความขึ้นกราบบังคมทูลสมเด็จพระเจ้าทรงธรรมว่า ทางลังกาได้ตรวจสอบที่ตั้งของรอยพระพุทธบาททั้ง 5 แห่งที่พระพุทธเจ้าเสด็จไปประทับรอยไว้ด้วยพระองค์เองแล้วพบว่า มีรอยหนึ่งอยู่เหนือยอดเขาสุวรรณบรรพตในขอบขัณฑสีมากรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระเจ้าทรงธรรมจึงโปรดเกล้าฯ ให้มีท้องตราสั่งบรรดาหัวเมืองทั้งปวง ให้เที่ยวตรวจตราค้นดูตามภูเขาต่างๆ ว่าจะมีรอยพระพุทธบาทอยู่ ณ ที่แห่งใด ครั้งนั้น เจ้าเมืองสระบุรี ได้ทราบจากนายพรานบุญว่า ครั้งหนึ่งออกไปล่าเนื้อในป่าใกล้เชิงเขา ยิงถูกเนื้อตัวหนึ่งเจ็บลำบากหนีขึ้นไปบนไหล่เขา ซุกเข้าเชิงไม้หายไป พอครู่หนึ่งก็เห็นเนื้อตัวนั้น วิ่งออกจากเชิงไม้เป็นปกติอย่างเก่า นายพรานบุญนึกประหลาดใจ จึงตามขึ้นไปดูสถานที่บนไหล่เขาที่เนื้อหนีขึ้นไป ก็พบรอยปรากฏอยู่ในศิลา มีลักษณะเหมือนรูรอยเท้าคน ขนาดยาวประมาณสักศอกเศษ และในรอยนั้นมีน้ำขังอยู่ด้วย นายพรานบุญเข้าใจ ว่าบาดแผลของเนื้อตัวที่ถูกตนยิง คงหายเพราะดื่มน้ำในรอยนั้น จึงวักน้ำลองเอามาทาตัวดู บรรดาโรคผิวหนังคือ กลากเกลื้อน ซึ่งเป็นเรื้อรังมาช้านานแล้ว ก็หายหมดสิ้นไป เจ้าเมืองสระบุรีได้สอบสวนความจริงและออกไปตรวจรอยนั้น จึงพบว่าเป็นไปตามคำบอกเล่าของนายพรานบุญ จึงมีใบบอกแจ้งเข้ามายังกรุงศรีอยุธยา
.
ดังนั้น เพื่อเป็นการรำลึกถึงผู้ค้นพบรอยพระพุทธบาทคนแรก จึงได้มีการสร้างศาลสักการะ "พรานบุญ" ขึ้นบริเวณกุศลสถานบ่อพรานล้างเนื้อ ซึ่งเชื่อกันว่า เคยเป็นสถานที่ที่พรานบุญล้างเนื้อสัตว์ที่หามาได้ โดยบ่อน้ำแห่งนี้จะมีน้ำเต็มอยู่ตลอดเวลาผู้คนจึงนับถือว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ กล่าวกันว่าในสมัยโบราณน้ำในบ่อมีสีแดงคล้ายเลือดและมีกลิ่นเหม็นคาวคละคลุ้ง
.
"...พี่กลัวตายชายชวนไปชมอื่น
ร่มระรื่นรุกขาขึ้นขนาน
ถึงบ่อหนึ่งมีน้ำคำบุราณ.
ว่าบ่อพรานล้างเนื้อที่ในไพร
พิเคราะห์น้ำสมคำบุราณกล่าว
ยังมีคาวเหม็นหืนจนคลื่นไส้
ถนอมหอมกลิ่นนุชเป็นสุดใจ.
โอ้เป็นไรจึงไม่ติดอุรามา
น่าฉงนจนใจสงสัยจ้าน
ด้วยรอยพรานจารึกอยู่กับผา
แต่กล่าวไว้ว่าพรานไล่มฤคา.
รอยตีนหมาก็ยังมีสำคัญครันฯ..."
ที่มาจาก :: เรื่องเล่าของรอยใบลาน
https://www.facebook.com/roybilan
จังหวัดไหน ครองแชมป์มีพื้นที่ ปลูกข้าวมากที่สุดในประเทศไทย
จังหวัดของประเทศไทย ที่มีคนกัมพูชาทำงานอยู่จำนวนมากที่สุด
เปิด 9 ธุรกิจสินค้าสัญชาติ "ญี่ปุ่น" ที่ปัจจุบันมี "ทุนจีน" เป็นเจ้าของ
เครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ไทย ที่หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นสินค้าของญี่ปุ่น
10 อันดับประเทศที่มีอิทธิพลมากที่สุดในเอเชีย
เส้นทางรถไฟที่ยาวที่สุดในประเทศไทย
ความแตกต่างที่น่าทึ่งระหว่าง "งูจงอาง" (King Cobra) ในช่วงอายุที่แตกต่างกันระหว่างลูกงู และงูที่โตเต็มวัยแล้ว
5 จังหวัดที่มีป่าไม้มากที่สุดในไทย
3 อันดับ “หอคอย” ที่โดดเด่นที่สุดในภาคอีสาน
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 16/2/69
ร้านกาแฟที่มีสาขามากที่สุดในประเทศไทย
ระบบนิเวศวิทยาของนกกาเหว่า: ผู้ไม่เคยสร้างรัง แต่ไม่เคยสูญพันธุ์
เมื่อ "พี่หนุ่ม กะลา" สัมผัสถึงความหนาวในตลาดทอง
เขมรคุยโว! มีคนแห่เที่ยว "ถนนคนเดิน" ใน "พนมเปญ" วันละแสน..รั้งอันดับ 2 ของโลกเมืองที่น่าเที่ยวยามค่ำคืน
อินฟลูณเขมร โป๊ะแตะ!
"บุ๋ม ปนัดดา" ถูกอายัดบัญชี 4 บัญชี พร้อมยืนยันว่าไม่ใช่โจร
สว่างวาบท้าตรุษจีน: เมื่อเจ้าตูบมือไวสั่งโคมไฟนับร้อย

