หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

อาการ..เซ็ง...เบื่อชิป-หาย

คำว่า “เซ็ง” นั้น พจนานุกรมให้คำจำกัดความว่า หมายถึง ลักษณะ จืด ชืด (ใช้กับอาหารประเภทยำ) หรืออีกนัยหนึ่ง เป็นภาษาพูดที่หมายถึง เบื่อ
คนเราสมัยนี้เอะอะอะไรก็บ่นเซ็งกันอยู่เรื่อยๆ (เรียกว่าเป็นโรคเซ็งซํ้าซาก หรือเซ็งพร่ำเพรื่อ) อาการอย่างนี้ท่าน (ใครก็ได้) ว่าเป็นอาการที่แสดงถึงทัศนะที่มีต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ไม่น่าพึงพอใจ ไม่สนุก ไม่มี รสชาด หรือจืดชืด เข้าทำนองว่าชีวิตช่วงนั้นเปรียบเหมือนนํ้าแกงที่ไม่มีเครื่องปรุงรส ยังไงยังงั้นแหละ

วิธีแก้เซ็ง

อาการเซ็งเกิดได้จากสาเหตุหลายอย่าง
เซ็ง เพราะไม่มีอะไรจำทำ อยู่ว่างๆ (ไม่รู้จะทำอะไรดีหรือมิฉะนั้นก็ไม่มีปัญญาจะทำอะไร)
อาการเช่นนี้น่าจะใช้ได้เหมาะสำหรับคนที่ติดอยู่กับที่ ไปไหนไม่ได้ หรือไม่รู้จะไปไหน เช่น นักโทษ หรือผู้ต้องขัง คนที่ติดเกาะ คนที่ถูกจับตัวเป็นประกัน (โธ่ชะตาชีวิตหนอ อะไรจะเกิดขึ้นกับเราบ้างละเนี่ย) คนที่ตกงาน และคนที่ถูกใช้หรือสั่งให้อยู่ประจำที่ (เฝ้าบ้าน เข้าเวร ถูกครูสั่งให้อยู่ในเขตวงกลม) คนเหล่านี้ อยู่ในสถานการณ์ที่มีแนวโน้มว่าต้องเซ็งเพราะไม่มีอะไรจะทำ

เซ็ง เพราะทำอะไรไม่ได้ดังใจ
นี่ก็ต้องรวมไปถึงอาการข้างเคียง ได้แก่ ต้องทำเรื่องที่ไม่อยากจะทำ ต้องเป็นในลักษณะที่ไม่ต้องการเป็น (เช่น ถูกภริยาสุดที่รักเลี้ยงดูเหมือนลูกหมาที่น่าเอ็นดู) หรือไม่ได้เป็นไอ้ที่อยากจะเป็น (เช่น อยากจะเป็น ซี 8 โธ่ถัง วาสนาเป็นได้แค่ซี 5 มาสิบสองปีเแล้วเจ้าค่ะ)
เซ็งประเภทนี้มีมากมายก่ายกอง พบเห็นได้เป็นประจำในชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีนิสัยหงุดหงิด ฉุนเฉียว มีความต้องการโน่นนี่หรือไม่ต้องการโน่นไม่ต้องการนี่ ไม่มีที่สิ้นสุด
อาการเซ็งแบบนี้เกิดจากความไม่พึงพอในสภาพที่กำลังประสบ เช่น กำลังจับสาวรุ่นจวนจะได้ผล ลูกชายวิ่งมาตะโกนว่าแม่ให้มาตามไปทำกับข้าว ไม่อยากจะไปเรียนภาษาอังกฤษแม่ก็บังคับให้เรียนกับครู พิเศษที่บ้านอยากจะเล่นละครบทแม่เรไร ผู้กำกับต้นแจกบทให้เล่นเป็นนางทาสรับใช้เสียนี่ หรืออยากจะมีเวลาอยู่กับสามี พ่อเจ้าประคุณก็ไม่มีเวลาให้เสียอีก สภาพเหล่านี้จึงทำให้ต้องเซ็ง

เซ็ง เพราะเห็นคนอื่นทำอะไรไม่เข้าท่าเข้าทาง (ตามทัศนะของเรา)
เซ็งประเภทที่กล่าวก่อนหน้านี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับตัวเองโดยตรง หรือกระทบตัวเองโดยตรง แต่อาการเซ็งที่กำลังพูดอยู่ขณะนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับคนอื่นเสียมากกว่า และที่เราเซ็งเพราะเกิดความอิดหนาระอาใจ ไม่รู้จะทำอย่างไรดี เกินความสามารถที่จะไปเปลี่ยนแปลงเขาได้ทั้งๆ ที่บางโอกาสเราก็ได้บอกแล้ว เตือนแล้ว เป็นต้นว่า เซ็งรัฐบาลที่ไม่ได้ช่วยคลี่คลายเรื่องรถติด เซ็งพวกผู้แทนราษฎรที่ดีแต่เล่นวาทะ แต่ไม่ค่อยทำประโยชน์อะไรให้เห็นจริงจัง เซ็งคนใกล้ตัวที่ขี้บ่น เซ็งนายที่ลุแก่อำนาจ (แถมงกอีกต่างหาก) เซ็งเพื่อนร่วมงานที่เอาแต่ประโยชน์ส่วนตัว เซ็งคนตัวเหม็น เซ็งคนสูบบุหรี่ ฯลฯ
คนที่มีอาการเซ็งแบบนี้มักเป็นคนที่ขี้หมั่นไส้ ขี้รำคาญ เห็นอะไรก็ขวางหูขวางตาชอบยุ่งกับคนอื่นชอบสนใจเรื่องคนอื่น (ที่เขาว่าชอบจุ้นละกระมัง) ซึ่งบางกรณีก็น่าเห็นใจแฮะ เพราะ (ไอ้) คนที่ทำให้เราเซ็งนั้น เป็นคนใกล้ตัว ยังไงก็ต้องเห็น ต้องกังวล ต้องห่วงใย (และเพราะฉะนั้นจึงต้องเซ็ง)

เซ็ง เพราะต้องทำหรือต้องอยู่ ต้องเป็นอะไรที่ซํ้าซาก จำเจ
เรื่องทำนองนี้เกิดขึ้นบ่อยมาก เพราะชีวิตมนุษย์จริงๆ แล้วก็ออกจะจำเจ ใครที่ทำใจไม่ได้ก็ย่อมเซ็งเป็นธรรมดา
ดูอย่างชีวิตคนหลายคนในเมืองใหญ่ซี ต้องรีบตื่นแต่เช้า เร่งทำภารกิจจำเป็น แย่งกันเข้าห้องนํ้า รีบออกไปแย่งกันขึ้นรถเมล์ ยืนเบียดเสียดกันไปในรถที่แน่นเป็นกระป๋องอัดปลา ถึงที่ทำงานก็ต้องรีบกินข้าว ทำงานซํ้าๆ เจอคนหน้าเดิม มีพฤติกรรมเดิมๆ เย็นเลิกงานก็ต้องรีบแย่งกันขึ้นรถเมล์ ถึงบ้านทำโน่นทำนี่ รีบนอน จะได้รีบตื่นแต่เช้าอีกในวันรุ่งขึ้น วันหยุดก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าการซักผ้ารีดผ้าทำความสะอาดบ้าน ดูแล้วก็ไม่เห็นมีอะไรแปลกไม่มีอะไรใหม่ กลายเป็นชีวิตดักดาน ยังงี้มันก็ต้องเซ็งกันหน่อย ไม่เป็นโรคเครียด โรคประสาทก็ดีเท่าไหร่แล้ว

เซ็ง เพราะไม่รู้ว่าทำไมจึงเซ็ง
เออ อาการแบบนี้ก็เป็นอีกประเภทหนึ่งของความเซ็งคือรู้สึกเบื่อๆ เหนื่อยหน่าย ท้อแท้ หงุดหงิด ใจนิดๆ ไม่อยากทำโน่นไม่อยากทำนี่ ไม่สนุก ชีวิตไร้รสชาด ไม่มีสีสัน มันมีอาการหัวใจหนืดๆ ชืดๆ ยังไงก็ไม่รู้ ที่ซ้ำร้ายก็คือ ไม่รู้ว่าทำไมจึงเป็นอย่างนั้น บางคนพลอยทึกทักไปว่าคงเป็นอาการสังหรณ์คล้ายๆ กำลังจะมีภัยใกล้กราย หรือจะมีข่าวร้ายตามมา ว่าเข้านั้น คนที่เคยเป็นก็คงจะเข้าใจดี
คิดว่าคนเราทุกคนเคยผ่านประสบการณ์การเซ็งมาบ้างไม่มากก็น้อย
อันที่จริงความเซ็งนั้นยังไม่ใช้สภาพปัญหารุนแรง ก็บอกแล้วไงว่ามันเป็นอาการของคนที่รู้สึกว่าสภาพชีวิตในช่วงนั้น ออกจะจืด ชืด น่าเบื่อ หัวใจจึงค่อนข้างจะเหี่ยวๆ ไม่ค่อยชุ่มฉ่ำ

คนที่กำลังออกอาการเซ็งนั้น เราอาจสังเกตได้ว่ามีลักษณะพฤติกรรมผิดไปจากที่เคยเป็น เช่น คนเคยกระฉับกระเฉงด่าพ่อล่อแม่คนนั้นคนนี้ ประจ๋อประแจ๋ ช่างพูดช่างคุย หรือทำงานกุลีกุจอ ยิ้มแย้มแจ่มใส วันนี้ดูเฉยๆ ซึ่ง เชื่องช้าลง ทำอะไรก็เนือยๆ ไม่ค่อยพูดค่อยจา ถามคำตอบคำ นั่งเหม่อ ประกายตาแตกซ่าน ไม่มีพลังเหมือนอย่างที่เคย ท่าทางเหนื่อย ทั้งๆ ที่ไม่เห็นว่าทำอะไรมาที่ต้องใช้แรงกายหนักหนา บางคนก็ออกมาทางก้าวร้าว เช่น หงุดหงิด บ่นเป็นหมีกินผึ้ง แช่งโน่นแช่งนี่ ทำเสียงฮึดฮัด จิ้กจั๊ก เป็นต้น นี่แหละ อาการเซ็งออกมาแล้ว (ข้อสังเกตนี้อาจต้องยกเว้นกับคนที่ออกอาการเซ็งจนเป็นปกติประจำอย่างนี้ก็ดูไม่ออกแฮะ)
เนื่องจากอาการเซ็งเป็นเพียงความผิดปกติขั้นธรรมดา ยังไม่ร้ายแรงถึงอาการเครียด อาการประสาท อาการจิตเภท ที่อาจต้องถึงมือหมอรักษา ดังนั้นผลที่เกิดก็ยังไม่เท่าไหร่
อาการเซ็งมักไม่เกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นระยะเวลายาวนาน เพียงชั่วครู่ชั่วยาม หากมีอะไรมาหันเหความสนใจ เดี๋ยวก็หายเซ็ง หรือตัวต้นเหตุที่ทำให้เกิดความเซ็งหายไป ความเซ็งก็หายตามไปด้วย

โถ ก็มนุษย์เรานั้นช่างลืมง่ายลืมดาย ก็อย่างหนูมาลีศรีสมรยังไงเล่า แกหงุดหงิดง่องแง่งมาทั้งวัน หน้าก็หงิกจนอยู่ไปทั้งแผ่นแล้ว แหม พอได้ยินเสียงพ่อเบิร์ดเจื้อยแจ้วในจอโทรทัศน์เท่านั้น ได้ยินเสียงกรี๊ด พรึ่บ คุณหนูพรวดมาจากไหนไม่รู้ มานั่งยิ้มหวานอยู่หน้าจอแล้ว
ทีนี้เซ็งแล้วจะเป็นยังไงเล่าคะ คุณหมอขา

ผลของความเซ็ง น่ะเหรอ ก็แค่เจ็บๆ คันๆ มีคนข้างเคียงมาช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีให้สักพักก็หาย แต่ก็ต้องระวังนา คนที่มีอาการเซ็งบางคนอาจออกอาการรุนแรงถ้าใครไปทัก ไปวุ่นวาย หรือผ่านเข้าไปให้พี่แกพาโลหาเรื่องเอา (ก็คนเซ็งมักมีอารมณ์หงุดหงิดอยู่แล้ว ใครโผล่เข้าไปสัมผัสก็เลยกลายเป็นเรื่องไปเป็นแค่ลมร้อนอบอ้าว หนอยแนะ พอเข้าไปให้แกเห็นหน้าเลยเป็นพายุสลาตันเสียนี่) เพราะอาการเอาเรื่องเอาราวของคนเซ็งนั้นก็เป็นทางออกได้อย่างหนึ่งของตัวเอง
ก็เขาต้องการความเปลี่ยนแปลงนี่นา ถ้าเป็นอย่างนี้เจ้าตัวอาจหายเซ็ง แต่คนที่โดนจะพลอยเซ็งแทน เรื่องแบบนี้ก็ต้องดูทางหนีทีไล่กันให้ดีนะ พระเดชพระคุณ
เมื่อรู้ว่าอาการเซ็งไปอย่างไรและส่งผลอะไรแล้ว เราก็ต้องค้นหาว่าตัวด้นเหตุที่ทำให้เราเซ็งนั้นคืออะไร เจ้าตัวต้นเหตุของความเซ็งมีมากมายก่ายกอง เพราะเป็นเรื่องเฉพาะตัวของบุคคลที่มีอาการสั่นไหวกับปัจจัยต่างๆ ผิดแผกกันไป คนบางคนเซ็งเพราะจามไม่หยุด บางคนเซ็งเพราะเพื่อนชอบพูดว่าตัวเองสวย

ถ้าจะลองแจกแจงประเภทของสาเหตุ ก็อาจแยกได้ดังนี้
1. ตกอยู่ในฐานะที่ทำอะไรไม่ได้อย่างที่อยากทำ หรืออย่างที่อยากเป็น เช่น คุณเมธาวีต้องทนคุยกับ ดร.วรงค์เพราะแม่บังคับให้ทำ หรือน้องกงจักรถูกครูห้ามไปคุยกับน้องเบญจา อดีตเพื่อนสนิท เพราะผู้ ปกครองฟ้องว่าน้องกงจักรชอบรังแกเบญจา เป็นต้น
2. ได้เห็นหรือรับรู้รับฟังสิ่งที่ขัดกับความรู้สึก ค่านิยม หรือทัศนคติของตน เช่น ได้รับทราบว่า นายประจบได้รับแต่งตั้งให้มีตำแหน่งใหญ่โต เป็นถึงอธิบดี ทั้งๆ ที่ใครๆ ก็ทราบว่าอีตาคนนี้แกได้ดีเพราะชอบเข้าเจ้าเข้านาย เป็นคนไม่จริงใจ แถมร้อยเล่ห์ทะเลวน หรือเห็นคนข้างบ้านด่าทอขับไล่แม่ตัวเอง เป็นต้น
3. ต้องทำอะไรซํ้าซากจำเจ ไม่มีโอกาสเปิดหูเปิดตา เบื่อสิ่งแวดล้อมที่เป็นอยู่ เบื่อคน เบื่องาน ก็แบบว่าเป็นนางซินเดอเรลลาตอนอยู่กับแม่เลี้ยง ถูกกดขี่ ถูกใช้งาน ถูกโขกสับเป็นประจำ
ผู้เขียนเองเคยถูกส่งไปเข้าหลักสูตรฝึกอบรมหลักสูตรหนึ่งที่ประเทศยุโรปเป็นเวลาหนึ่งเดือนนอนในห้องแคบๆ ขนาดไม่เกิน 6 ตารางเมตร กินอาหารเข้าสูตรเดียวกันไม่มีเปลี่ยน เจอครูสอนที่ไม่ค่อยได้เรื่อง มันก็เซ็งน่ะซีจ๊ะ

4. เกิดความผิดหวัง ไม่ได้ตามที่คาดหวังหรือไม่ได้ดังใจ เช่น หวังว่านางงามในสังกัดจะได้รับตำแหน่ง สักคนสองคน ดันพลาดหมด อุตส่าห์ปรนเปรอเลี้ยงดูจนอวบอ้วนนวลขาว (ไม่น่าปล่อยให้มันสวาปามกันจนเป่งขนาดนี้เลย มิน่าถึงตกรอบ)
หรืออย่างคุณเพ็ญเพริศเฉิดเฉลา อุตส่าห์ใช้ความพยายามสุดชีวิตกว่าจะได้คุณเลิศลํ้าลาวัลย์ หนุ่มสังคมดังระเบิดเถิดเทิง มายอมจดทะเบียนเป็นสามี คืนแรกคุณเพ็ญเพริศเฉิดเฉลาเธอก็ชีชํ้า อกอีแป้นแทบแตก เพราะพ่อสามีสารภาพว่าเป็นคนชอบไม้ป่าเดียวกันโธ่ว้อย แล้วนี่ดูจะเก็บอีไว้ทำหน่ออะไรกัน (วะ) โอ๊ย เซ็ง
5. บรรยากาศหรือสภาพแวดล้อมไม่น่าอภิรมย์ เช่น คนในบ้านทะเลาะเบาะแว้งกัน คนข้างบ้านเมา เอะอะโวยวาย เทศบาลกำลังทำถนนหน้าบ้านฝุ่นคลุ้ง กวาดไม่หมดเสียที หรือกำลังกินข้าว เกิดกลิ่นนํ้าเน่า เหม็นโชยเฉื่อยๆ เข้าจมูก เป็นต้น
6. ไม่รู้จริงๆ แฮะว่าอะไรเป็นสาเหตุ อยู่ดีๆ มันก็เกิดอารมณ์เซ็ง (แถมเศร้า) ขึ้นมาเฉย เนี่ย คุณพระจะว่ายังไงเล่าเจ้าคะ อีชั้นก็ไม่รู้ว่าอะไรเป็นสาเหตุ แล้วจะไม่ให้เซ็งได้ยังไง พยายามคิดแล้วคิดอีกว่า อะไรหนอทำให้อีชั้นเซ็ง ก็คิดไม่ออก เลยยิ่งเซ็งหนักยิ่งขึ้นไปอีกซีเจ้าคะ

สาเหตุต่างๆ ที่ว่านี่ก่อให้เกิดอาการเซ็งได้ทั้งนั้น เซ็งนิดเซ็งหน่อย ไม่ว่า เดี๋ยวก็หายแต่อย่าให้อาการเซ็งนั้นต่อเนื่องนะนายจำ เพราะเซ็งเล็กจะกลายเป็นเซ็งใหญ่ คือจะลามไปเซ็งเรื่องอื่น เรียกว่ามีอาการเซ็งต่อเนื่องเซ็งเรื้อรังเซ็งซ้ำซาก เซ็งจนเซ็ง ว่าเข้านั้น

ถ้าเซ็งแล้วต้องหาหมอไหม
ก็แล้วแต่อาการ ว่าจะเซ็งมากเซ็งน้อยแค่ไหน
ถ้าเซ็งมากแล้ว ไม่มีปัญญาแก้ไขด้วยตัวเองก็ต้องให้คนอื่นช่วย
แต่ที่จริง อาการเซ็งนั้นแก้ไขได้เอง ก็มีหลากหลายวิธี

วิธีที่ไม่แนะนำเพราะว่าทำไปแล้วตัวเองอาจหายเซ็งแต่ดันไปทำให้คนอื่นเซ็งหนักมากขึ้น อยากรู้ก็จะเล่าให้ฟังพอสังเขปว่าคนบางคนเขามีวิธีแก้เซ็งกันอย่างไร
บางคนพอเซ็งก็ใช้วิธีรังควานคนอื่น แซวเขาบ้าง หาเรื่องเขาบ้าง หรือด่าชาวบ้านลอยตามลม ม่ายก็ ท้าชาวบ้านต่อยตี หรือก่อความวุ่นวาย ทำลายข้าวของ ทำอะไรแผลงๆ ทำผิดกฎหมาย เป็นต้น อีแบบนี้เขาว่าจะไม่ตายดี พอดีพอร้ายอาจต้องไปนอนหยอดน้ำข้าวต้ม หรือไปนอนมุ้งสายบัว

อีกบางพวกเซ็งหนักเข้าก็ทำหงุดหงิดฟุ้งซ่าน เตะโน่นเตะนี่ เอาหัวโขกฝาเล่น หรือออกไปในทางทำร้ายตัวเอง เช่น สูบบุหรี่หนัก (เขาว่าแก้กลุ้มได้ สงสัยจะยิ่งกลุ้มหนักเสียแหละไม่ว่า) ดื่มเหล้า สูบกัญชา สูบฝิ่น ใช้ยาอี มิฉะนั้นก็ไปหายาอันตรายอื่น นัยว่าวิธีเหล่านี้แก้เซ็งได้ แต่หลังจากนั้นก็อาการหนักละครับ พระคุณท่าน จะถอนตัวได้ยากขึ้นไปอีก

เปรียบเหมือนกับว่าร้อนนัก ก็เลยไปนอนชุบโคลน (เห็นควายทำอย่างนี้ ก็ลองมั่งซี ดีเหมือนกัน ดูตัวอย่างคนไม่เอา เล่นดูตัวอย่างจากควายเสียเลย) พอคลายร้อนก็ต้องไปขัดสีฉวีวรรณอีกพักใหญ่แหละ ล้างโคลนน่ะมันง่ายเสียเมื่อไหร่เล่า นี่เล่นชุบทั้งตัว เยี่ยมจริงๆ

ถ้าไม่ต้องการไปหาหมอโรคจิต (เพื่อไปขอยาแก้เซ็งกันระงับประสาท)
หรือไม่ต้องการไปนอนเล่าอาการให้นักจิตวิทยาหาทางวิเคราะห์แนะนำ (ซึ่งส่วนใหญ่พอเล่าเสร็จก็แทบจะรู้คำตอบเสียแหละมากกว่า) โดยบอกอาการ บอกสภาพปัญหา บอกสาเหตุบอกว่าอาจจะแก้ไขด้วยวิธีอะไร แล้วก็รับคำแนะนำไปปฎิบัติ

มีบางวิธีที่ถือเป็นยาแก้เซ็งได้เหมือนกัน
วิธีแรก ช่างมัน ไม่ต้องทำอะไร ปล่อยมันเซ็งจนหายเซ็งไปเอง ก็เหมือนถูกยุงกัดนั้นแหละ มันจะมีอาการเจ็บๆ คันๆ สักหน่อย ทำเฉยไม่รู้ไม่ชี้ทำหน้าที่อย่างที่เคยทำตามปกติเดี๋ยวมันก็หายไปเอง

วิธีที่สอง ทำอะไรที่ช่วยให้เกิดความผ่อนคลาย เช่น อาบนํ้า ฟังเพลง นอน ร้องเพลงหงิงๆ ทำสวน ตัดแต่งต้นไม้ กวาดบ้าน ออกกำลัง ซักผ้า ยิ้มคนเดียว หรือมิฉะนั้นก็ไปมองหน้าตัวเองที่กระจกแล้วก็ยิ้ม สุดชีวิต (อย่าให้ใครเห็นก็แล้วกัน) ก็จะช่วยบรรเทาไปได้

วิธีที่สาม เปลี่ยนบรรยากาศเสียบ้าง คือไปให้พ้นๆ สภาพที่เจนหูเจนตา อันเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดความเซ็ง เช่น ไปพักผ่อน ตากอากาศ ตากสมอง ไปดูหนัง ไปเต้นรำ ออกไปเดินเล่น ออกไปช้อปปิ้ง (ซึ่งอาจ จะทำให้เสียเงินแก้เซ็ง และอาจมีเรื่องเซ็งอื่นแถมด้วยก็ค่อยว่ากันทีหลัง) หรือใครที่ชอบอ่านหนังสือก็ไปคว้า (ซื้อหรือยืมนะจ๊ะอย่าไปคว้าของร้านเขามาตามคว้าเราไปเสียเล่น) มาอ่าน หามุมสบายๆ แหม เป็นสุขหายเซ็งเชียวแหละ

วิธีที่สี่ ทำอะไรที่แปลกไปจากเดิม เช่น เคยหวีผมด้วยมือขวา ก็เปลี่ยนมาหวีด้วยมือซ้าย ตอนเย็นเคยกินกับข้าวแบบแร้นแค้น (คือกินแล้วแค้นคอ) ก็เปลี่ยนมาทำหรือหาซื้อกับข้าวแปลกๆ บ้างเคยนั่งรถเมล์ ไปทำงานคราวนี้ลองนั่งเรือหรือเดิน หรือเคยทำงานแต่เช้าหัวโด่งก็ลอง (สักวันน่า) มาทำงานสายบ้าง ได้บรรยากาศใหม่ที่เปลี่ยนรสชาดดีนะ

วิธีที่ห้า หาที่ปรึกษาหรือเพื่อนคู่คิด คือเวลาเซ็งนี่อย่างน้อยได้บ่นรำพัน พราพรรณนาสภาพความรู้สึก สภาพปัญหา หรือได้เพื่อนถูกใจคุยเรื่องร้อยแปดพันเก้ามันก็ดีนะ เพราะฉะนั้นถ้าเกิดเซ็งแล้วอยู่คนเดียวไม่หายเซ็งก็ยกหูโทรศัพท์ หรือเดินไปหาคนที่รู้จักมักจี่ ไม่มีใครก็พูดกับพ่อค้าแม่ขายคนละนิดคนละหน่อยก็ย่อมจะพอทุเลาไปหรอก
วิธีที่หก หันมาสนใจสิ่งต่างๆ รอบตัว คือตั้งใจดูและฟังเหตุการณ์หรือเรื่องราวต่างๆ รอบตัววิเคราะห์ว่าคนนั้นกำลังทำอะไร คนนี้กำลังพูดอะไร ทำไมเขาเป็นคนอย่างนั้น โดยอาจแต่งเรื่องบ้าง เดาเรื่องบ้าง ใครมายืนคุยกันข้างๆ ก็เงี่ยหูฟัง (อาจจะเสียมารยาทบ้างก็พออภัยน่ะ เราไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับเขานี่) มีใครทะเลาะกันก็ทำตัวเป็นไทยมุงกับเขาด้วย (ระวังลูกหลงหน่อยนะ)

อันที่จริง สำหรับคนที่มีพื้นฐานทางธรรมะ หรือสนใจด้านวิปัสนาสมาธิเป็นเรื่องเป็นราวไปเลย หรือถ้าเป็นแบบพระธรรมเข้าพระเหงาแทรก อย่างผู้เขียนหนึ่งเดียวคนนี้ละก็ เพียงมองย้อนเข้าไปดูตัวเอง ตั้งคำถามว่าอาการเซ็งเช่นนี้เกิดจากอะไร อะไรคือสาเหตุสำคัญที่สุด สาเหตุนั้นแก้ไขได้ที่ตัวเราเองหรือที่ผู้อื่น จำเป็นต้องแก้ไขสาเหตุนั้นหรือไม่ จะแก้ไขได้อย่างไร ตั้งคำถามเยอะๆ เข้าไว้

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: ลูกสาวอบต
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
20 VOTES (4/5 จาก 5 คน)
VOTED: willbe, แย้มศรี, Bran Stark, ลูกสาวอบตกลับมาแล้ว
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
"เต้ กันตนา" พูดถึง "ขุน ชานนท์" บอก "ให้ไปอยู่ในที่ชอบที่ชอบ"เมืองกรุง 7น้ำตาซึม! คุณลุงกับรักแท้ 24 ปี ร่วมสุขมาด้วยกัน เหลือไว้เพียงความทรงจำหลายคนยังไม่รู้!! สาเหตุที่ "เป๊ก ผลิตโชค" ต้องศัลยกรรมทั้งหน้าเมื่อมีหนุ่มกล้ามแน่น มายืนอยู่ใกล้ๆ ขนาดลิงยังทนไม่ไหวเลยกรี๊ดลั่น!เมื่อตุ๊กแกอยากเข้าลิฟท์ พอลิฟท์เปิดแค่นั้นแหละ..เพจสลิ่ม ซัดแรง "ชัชชาติ" คุณหลอกดาว ไหนบอก 20 บาทตลอดสาย"เรื่องวุ่นๆ ของวัยรุ่นอินเดีย" กระโปรงแดงชอบเสื้อส้ม เสื้อส้มชอบเสื้อขาว เสื้อขาวชอบเสื้อดำผลงาน "ผู้ว่าฯ ชัชชาติ" ชาวบ้านแจ้งฝาท่อแตก ผ่านไปไป 3 ชม. เสร็จทันทีพ่อชาวจีน อดหลับอดนอน ติววิชาคณิตให้ลูก สุดท้ายร้องไห้หนักมากเพิ่งเคยเห็น!! หลังคาพลังงานแสงอาทิตย์ รูปทรงแบบนี้ สวยงามสุดๆช็อก! สหรัฐ พบคนเสียชวิต 46 ราย ซุกท้ายรถบรรพ่วงภาพถ่ายหาดูยาก : ภาพฟ้าผ่า ลงห้องสุขา....ดีนะที่ไม่มีใครอยู่...ไม่อย่างนั้นคงสู่'ขิต แบบหัวเราะกันไม่ออกเลยทีเดียวเพจดังแจง!! หลายคนอาจสงสัยทำไมคนกลุ่มนี้ถึงออกมาช่วยสนับสนุนพื้นที่ประสบภัยของประชาชนทุกครั้ง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ผักบุ้ง มีสรรพคุณเลิศอันดับต้น ๆ มีประโยชน์มากกว่า 40 อย่างFIABCI-THAI PRIX D’EXCELLENCE AWARDS 2022, Please Apply.ขอเชิญสัมมนาทิศทางตลาดที่อยู่อาศัย กลางปี 2565-66ดร.โสภณติดโควิดจากกรุงปารีส
ตั้งกระทู้ใหม่