หน้าแรก เว็บบอร์ด หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype โปรโมชั่น Pic Post ตรวจหวย ควิซ Page คำนวณ คำคม วิดีโอ สเปซ เกม Play ไดอารี่ อัลบั้ม แต่งรูป Glitter ดาวน์โหลดรูปจาก IG
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาแจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่

The World of Ice and Fire : ราตรีอันยาวนาน

บอร์ด บันเทิง ดารา โพสท์โดย The Flash

ประวัติศาสตร์จาก The World of Ice and Fire – ราตรีอันยาวนาน (EP.4)

The Long Night

ขณะชาว First Men ก่อร่างสร้างอาณาจักรขึ้นมาหลังจากได้ทำสนธิสัญญายุติสงครามกับเด็กแห่งพงไพร เรื่องของที่ดินและสงครามก็แทบจะไม่เป็นปัญหากับพวกเขาเลย จากประวัติศาสตร์เหล่านี้เรายังได้เรียนรู้ถึงช่วงเหตุการณ์ “ราตรีอันยาวนาน” เมื่อหน้าหนาวได้มาเยือนพวกเขา พวกเขาในรุ่นนั้นมีทั้งเด็กที่เพิ่งเกิด คนที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่ และอีกหลายคนก็เสียชีวิตลงโดยที่ไม่มีวันได้เห็นฤดูใบไม้ผลิ แน่นอน มีเรื่องเล่าของเหล่าภรรยาผู้อาวุโสบางคนได้กล่าวเอาไว้ว่าพวกเขาไม่เคยได้แม้แต่เห็นแสงตะวันเลย ดังนั้นโลกใบนี้จึงตกเป็นของหน้าหนาวโดยสิ้นเชิง ขณะที่เรื่องนี้อาจจะดูไม่เกินไปกว่าเป็นเรื่องเพ้อฝัน แต่ข้อเท็จจริงที่มีวินาศภัยเกิดขึ้นเมื่อหลายพันปีมาก่อนนั้นเป็นเรื่องจริง Lomas Longstrider ผู้เขียนหนังสือ “สิ่งมหัศจรรย์ที่มนุษย์เป็นผู้สร้าง (Wonders Made By Man)” เขาได้เล่าถึงเรื่องที่เขาได้พบเจอกับลูกหลานที่มีเชื้อสายของชาว Rhoynar ในซากปรักหักพัง ณ เมืองแห่งเทศกาล Chroyane หรือเมืองของชาว Rhoynar ในอดีตกาล ซึ่งพวกเขาได้เล่าถึงตำนานแห่งความมืดมิดที่ทำให้แม่น้ำ Rhoyne ค่อยๆลดลงจนหายไปในที่สุด น้ำของแม่น้ำแข็งตัวยาวไปจนถึงทางแยกของแม่น้ำ Rhoyne กับแม่น้ำ Selhoru ตามเรื่องเล่าเหล่านี้ การกลับมาของดวงอาทิตย์จะมาได้เฉพาะตอนที่วีรบุรุษสามารถหว่านล้อมให้เหล่าเด็กๆของเทพธิดา Mother Rhoyne ซึ่งเด็กๆเหล่านั้นก็คือเหล่าทวยเทพองค์เล็กองค์น้อยทั้ง กษัตริย์ปูและชายแก่แห่งคงคา โดยทำให้พวกเขาหันมาเลิกทะเลาะกันเสียก่อนและก็มาร่วมกันขับร้องบทเพลงแห่งความลับเพื่อนำวันแห่งแสงอาทิตย์กลับมาอีกครั้ง

ยังมีจุดหมายเหตุที่ถูกเขียนขึ้นในเมือง Asshai ในเรื่องของความมืดมิดและเรื่องของวีรชนที่จะต่อสู้กับความมืดด้วยดาบสีแดง เขาถูกกล่าวว่าเขาได้แสดงคำมั่นสัญญาที่จะขจัดเหล่าร้ายนี้ให้เห็นตอนก่อนที่ดินแดน Valyria จะถูกก่อกำเนิดขึ้นมาซึ่งเกิดในช่วงยุคแรกสุดตอนในช่วงที่ชาว Old Ghis ก่อร่างสร้างจักรวรรดิขึ้นมาเป็นที่แรก ตำนานนี้แพร่สะพัดไปทางตะวันตกจากเมือง Asshai และเหล่าผู้ศรัทธาเทพแห่งแสง R’Hllor ได้อ้างว่าวีรชนคนนี้คือ Azor Ahai และตามคำพยากรณ์เขาก็ได้กลับมาแล้ว ในตำนาน Jade Compendium ที่มี Colloqu Votar เป็นผู้เขียน เขาได้พบกับตำนานที่น่าสนใจมากจากเมือง Yi Ti ซึ่งในตำนานได้กล่าวไว้ว่าดวงอาทิตย์ได้ซ่อนตัวเองจากโลกเป็นเวลาอันยาวนาน เพราะรู้สึกอายอะไรบางอย่างที่ไม่มีใครรู้ได้เลยว่าอายเรื่องอะไร และภัยพิบัติก็จะหายไปก็ต่อเมื่อมีสตรีที่มีหางเป็นลิงปรากฏออกมาตามพันธะสัญญา

อย่างไรก็ตามถ้าฤดูหนาวนี้เกิดขึ้น ตามตำนานได้บอกว่าความขาดแคลนคงจะเป็นเรื่องที่น่ากลัวสุดๆเท่าที่เคยเห็นมา ในช่วงหน้าหนาวที่หฤโหดที่สุด ชาวเหนือมีธรรมเนียมว่าจะต้องให้คนที่แก่ที่สุดและคนที่ทุพพลภาพออกไปล่าสัตว์ ซึ่งก็เป็นที่รู้กันดีว่าพวกเขาจะไม่มีวันกลับมาได้อยู่แล้ว และก็ทำให้มีอาหารเหลืออยู่บ้างสำหรับที่คนน่าจะอยู่รอดได้มากกว่า ไม่ต้องสงสัยเลยว่าธรรมเนียมปฏิบัตินี้จะกลายเป็นเรื่องธรรมดาๆในช่วงราตรีอันยาวนาน

แต่ก็ยังมีเรื่องเล่าอื่นๆซึ่งเชื่อถือได้ยากแต่ยังไงก็ใกล้เคียงกับประวัติศาสตร์ยุคเก่ามากกว่า โดยเป็นเรื่องราวของสิ่งมีชีวิตที่รู้จักกันในนามว่า *Others ตามเรื่องเล่าพวกมันมาจากดินแดนเหมันต์ตลอดกาล โดยพวกมันนำความยะเยือกและความมืดมิดด้วย ซึ่งพวกมันเดินทางมาหาแสงสว่างและความอบอุ่นเพื่อดับมันทิ้งให้หมด เรื่องเล่ายังกล่าวต่อไปว่าพวกมันขี่หลังแมงมุมน้ำแข็งยักษ์และม้าที่ตายแล้ว โดยถูกทำให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาเพื่อคอยรับใช้พวกมัน อย่างที่พวกมันฟื้นคืนชีพพวกคนตายให้มาต่อสู้เพื่อพวกมัน

*Others ตามนิยายหมายถึง White Walkers

ราตรีอันยาวนานจะจบลงอย่างไรก็เป็นเรื่องของตำนาน อย่างที่ตำนานทั้งหมดทั้งมวลในอดีตที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ในแดนเหนือ พวกเขาได้เล่าขานเรื่องของวีรชนคนสุดท้ายที่เดินทางตามหาเด็กแห่งพงไพร รวมถึงเรื่องที่สหายของเขาได้ทิ้งเขาไปขณะที่พวกเขากำลังเผชิญหน้ากับพวกยักษ์ผู้หิวโหย ผู้รับใช้อันยะเยือก และเหล่า Others ในที่สุดเขาก็ได้มาเจอกับพวกเด็กแห่งพงไพรโดยเหลือเพียงตัวคนเดียว แม้จะยังมีเรื่องของ White Walker ที่กำลังอาละวาดอยู่ก็ตาม เนื่องจากที่เขาได้เจอกับเด็กแห่งพงไพร ทำให้พวก First Men แห่งหน่วย Night’s Watch จับมือร่วมกันสู้กับพวกมันและสามารถเอาชนะได้ในที่สุด ซึ่งเรียกเหตุการณ์นั้นว่า “การต่อสู้เพื่อรุ่งอรุณ” เป็นการต่อสู้ครั้งสุดท้ายที่สามารถทำลายหน้าหนาวที่ไร้จุดสิ้นสุดลง และส่งพวก Others กลับบ้านที่อยู่ในแดนน้ำแข็งทางเหนือสุด ตอนนี้ ในเวลาหกพันปีต่อมา (หรือแปดพันปีในขณะที่ประวัติศาสตร์ที่แท้จริงยังคงเดินหน้าต่อไป) กำแพงถูกสร้างขึ้นมาเพื่อคอยปกป้องอาณาจักร โดยมีเหล่าผู้ปกป้อง ณ กำแพง โดยหน่วย Night’s Watch และเหล่า Others กับเด็กแห่งพงไพรก็ไม่มีปรากฏให้เห็นเลยมาตลอดช่วงหลายศตวรรษนี้

TO BE CONTINUED (The Rise of Valyria - EP.5)

ART BY Marc Simonetti

 

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: The Flash
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
 
 
ชื่อ
The World of Ice and Fire : ราตรีอันยาวนาน
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ

หนุ่มขับรถมาจอดขวางตรงกลางช่องทางเดินเข้าห้าง

ธนาคารแจงแล้ว หลังเจอคลิปพนักงานสาวแอบขโมยเงินลูกค้า

นาทีพนักงานธนาคาร แอบขโมยเงินลูกค้าจนสามารถซื้อบ้านซื้อรถ ด้วยเงินสด

ไทด์ เอกพันธ์ ฝ่าน้ำ ถวายของพระ หลังน้ำท่วมอุบลฯ จู่ๆเกิดสิ่งอัศจรรย์

โพสต์ล่าสุด นิโคล หลังแฟนคลับลุ้นคบ แท่ง

แจ๊ค ไรเดอร์ ช็อกเสี่ยงตัดขา แบคทีเรียกินเนื้อคนลามหนัก

บิ๊กตู่ ออกคำสั่งทันที หลังกู้ภัยเสียชีวิต ช่วยน้ำท่วมอุบล

เสือ โพสต์ร่ายยาว จวกคุณ อ วอนปล่อยพ่อ แต่ชาวเน็ตจับโป๊ะ โพสต์ดูแปลกๆ

เปิดคำพูดชิงชิงล่าสุด หลังเวียร์ประกาศลั่นมีเบลล่าแค่คนเดียว น่าสงสารมาก

หนุ่มสงสัย ได้3ตัว น้ำท่วมรูปปั้น พ่อปู่แม่ย่า

น็อต วิศรุต ถอย Lamborghini รุ่นใหม่ คันแรกในไทย

ชาวบ้านเศร้า เสือโคร่งของกลาง วัดป่าหลวงตาบัว ทยอยตาย กว่า 86 ตัว

‘เป๊ก ผลิตโชค’ หอบเงินล้าน บริจาคช่วยเหลือน้ำท่วมอุบลฯ

เมื่อช่างภาพคนหนึ่งเดินทางท่องไปทั่วโลกนี่คือสิ่งที่เขาเห็น
กระทู้อื่นๆในบอร์ด บันเทิง ดารา
ความสนุกอยู่ตรงนี้?‘เป๊ก ผลิตโชค’ หอบเงินล้าน บริจาคช่วยเหลือน้ำท่วมอุบลฯไทด์ เอกพันธ์ ฝ่าน้ำ ถวายของพระ หลังน้ำท่วมอุบลฯ จู่ๆเกิดสิ่งอัศจรรย์น็อต วิศรุต ถอย Lamborghini รุ่นใหม่ คันแรกในไทย
ตั้งกระทู้ใหม่