หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post แชร์ลิ้ง
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
ตรวจหวย - ผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 16 สิงหาคม 2565 รางวัลที่1 331583
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ลดไขมันง่ายๆ ด้วยไลโคปีน!!

โพสท์โดย fahkhow

ไลโคปีน  เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งได้รับการพิสูจน์ทางการแพทย์แล้วว่า ช่วยชะลอความชรา บำรุงผิวพรรณ ต้านความเสื่อมของร่างกาย ช่วยการไหลเวียนของเลือด ลดเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ ช่วยในการมองเห็น และลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งประเภทต่างๆ 

 

   

 

การวิจัยทางการแพทย์ได้พิสูจน์แล้วว่า ไลโคปีน ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจ ที่สำคัญยังช่วยลดคอเลสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์ ได้ดีเมื่อเทียบกับ ยาฟลูวาสแต ติน(Fluvastatin) จากการทดลองในการต่ายที่กินอาหารไขมันสูง พบว่า เมื่อให้ไลโคปีน 4 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม สามารถลดไขมันในเลือดได้  จากสถิติพบว่าผู้ที่รับประทานอาหารที่มีมะเขือเทศเป็นส่วนประกอบ แม้แต่ผู้ที่รับประทานอาหารที่มีไขมันสูง ก็มักมีอัตราเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด ต่ำกว่าผู้ที่ไม่ได้ รับประทานมะเขือเทศ

 

 

ไลโคปีน มีฤทธิ์มากกว่า เบต้า-แคโรทีน ถึง 2 เท่า ในการต้านอนุมูลอิสระ และการยับยั้งการเกิดมะเร็ง คนส่วนใหญ่มักจะรู้กันแต่เพียงว่า ไลโคปีน มีมากในมะเขือเทศ ในงานวิจัยของประเทศแถบยุโรป และอเมริกา มีงานวิจัยไลโคปีน เฉพาะในมะเขือเทศ แต่ งานวิจัยไทยล่าสุดพบว่า ไลโคปีน ในผลไม้ไทยที่มีชื่อว่า ฟักข้าว มีไลโคปีน มากกว่ามะเขือกว่าถึง 20-70 เท่า

ปริมาณ ไลโคปีน ที่ควรได้รับต่อวัน

ปกติแล้วหากในแต่วันเราสามารถรับประทานมะเขือเทศ หรือฟักข้าว ประมาณ 10-15 กรัม ก็จะได้ไลโคปีนเพียงพอ แต่หากไม่ได้รับประทานมะเขือเทศทุกวัน และเป็นผู้ที่เสี่ยงต่อการมีภาวะไขมันสูง ต่อมลูกหมากโต ต้องเผชิญกับมลพิษในสิ่งแวดล้อม หรือต้องการบำรุงร่างกายและผิวพรรณ ก็สามารถรับประทานไลโคปีนเสริมได้ โดยปัจจุบันก็มีตัวช่วยมากมายทั้งน้ำผักผลไม้ หรืออาหารเสริมที่มีส่วนประกอบของไลโคปีน ก็สามารถเลือกทานได้เช่นกัน

ข้อควรระวัง

ไลโคปีนมีความปลอดภัยหากรับประทานไม่เกิน 75 มิลลิกรัมต่อวัน ไลโคปีนเป็นสารที่ละลายในไขมัน จะสะสมไว้ที่ตับ หากสะสมมากเกิน ไปจะทำให้ตัวเหลือง คลื่นไส้ หากรับประทานไลโคปีน ในรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารก็ไม่ควรบริโภคมากกว่าปริมาณที่กำหนดไว้บนฉลากบรรจุภัณฑ์

 

 

Credit ข้อมูล : http://www.greenclinic.in.th/lycopene.html

Credit รูปภาพ : https://www.facebook.com/neyaplus

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: fahkhow
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
17 ปีผ่านไป นักแสดงใน Pirates of the Caribbean เปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง?แห่ติดแฮชแท็ก!! #ล้างหนี้กยศ ครบ 10,000 รายชื่อ ยื่นแก้กฎหมายกองทุนคังจินา..การถนอมอาหาร ผลไม้ ของอัฟกานิสถาน ภูมิปัญญาชาวบ้านที่ชาญฉลาด สามารถใช้ได้จนถึงปัจจุบันรู้แล้วที่มาของ ปัญหาแม่ผัวลูกสะใภ้ ปัธโธ่เอ๊ยเรื่องแค่นี้เองแม่ค้าสู้ชีวิต ไลฟ์ขายเสื้อ ท้าทายลูกค้า สุดท้าย ต้องเต้นรัวๆ ไม่ได้ขายสักตัวสาวเตือน!! เข้าร้านสะดวกซื้อ ต้องดูใบเสร็จทุกครั้ง ลั่น "ปล้นกันซึ่งๆหน้า"เมื่อเดินไปตามถนนในเกาหลีเหนือ คุณจะเห็นโปสเตอร์โฆษณา เจ๋งๆ มากมาย ซึ่งคุ้นเคยกันดีอยู่แล้วหนุ่มปล่อยเช่าคอนโด ผ่านไปครึ่งปี ไม่เคยมาดู พอมาเห็น ถึงกับยืนช็อก!!เมื่อหนุ่มโยชิ ใส่ชุดแบบนี้ ชาวเน็ตฟินหนักมาก งานดีสุดๆวิจารณ์สนั่น!! ลูกค้าบอกว่าสั่งซื้อของจาก พิมรี่พาย ส่งมาถึงเละ ทั้งมีกลิ่นเน่า สยองมากสาวสั่งผัดกะเพรา บอกขอน้ำเยอะๆ แม่ค้าจัดให้ แฉะสมใจเลยหนุ่มงงหนัก!! เพราะประเทศจีนจ่ายด้วยการ สแกนใบหน้า เหตุการณ์นี้จึงเกิดขึ้น
ตั้งกระทู้ใหม่