หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post แชร์ลิ้ง
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

กินเกาลัดอร่อยได้ประโยชน์

โพสท์โดย นุ่นเน่

chestnut is wonderful

แต่ครั้งโบราณ เกาลัด ได้ชื่อว่าเป็น "ราชาแห่งผลไม้" สาเหตุที่ได้รับขนานนามดังกล่าว คือ

1. ทางด้านการแพทย์ ได้รับการยอมรับจากแพทย์จีนมาแต่ครั้งโบราณกาลว่า เกาลัดสามารถใช้ ในการรักษาโรคไต ได้อย่างมีประสิทธิผล โดยมีคุณสมบัติ ช่วยบำรุงไต ทำให้ไตแข็งแรง โดยแนะนำให้กินวันละ 10 ผล จะช่วยให้สุขภาพแข็งแรง

2. ทางด้านคุณค่าทางอาหารตามแนวทางวิทยาศาสตร์แผนปัจจุบัน ก็พบว่า เกาลัดอุดมไปด้วยสารอาหารต่างๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายดังนี้

 

สารอาหารที่เป็นองค์ประกอบในเกาลัด(%)

ผลไม้

แป้ง

น้ำตาล

โปรตีน

ไขมัน

เส้นใย

น้ำและอื่นๆ

เกาลัด

32.3

11.9

4.719

2.3

2.1

46.3

 

แสดงปริมาณกรดอะมิโนที่พบในเกาลัด (หมายถึง กรดอะมิโนจำเป็นที่ร่างกายต้องการ)

กรดอะมิโน

Mg/100g

Asparagine

85.9

Threonine

47.9

Serine

34.1

Glutamate

304.6

Glycine

659.9

Alanine

183.6

กรดอะมิโน

Mg/100g

Cystine

66.4

Valine

237.6

Methionine

258.3

Isolucine

260.0

Leucine

457.6

Tyrosine

352.8

กรดอะมิโน

Mg/100g

Phenylalanine

185.0

Lysine

360.7

Ammonia

521.8

Histidine

175.3

Arginine

455.9

 

 

 

ยอดรวมทั้งหมดของกรดอะมิโน 4719.3 mg/100g

 

รายงานผลตรวจสอบโดย ศูนย์ควบคุมคุณภาพและการตรวจสอบอาหารของประเทศจีน 
โดยวิธี Automatic analysis amino acid method 2001.4.25

 

แร่ธาตุที่เป็นองค์ประกอบในเกาลัด (mg/kg)

ผลไม้

เหล็ก(Fe)

แคลเซี่ยม(Ca)

แมกนีเซียม(Mg)

สังกะสี(Zn)

โปแตสเซียม(K)

ฟอสฟอรัส(P)

เซเลเนียม(Se)

เกาลัด

8.1

179

546

6.3

3314

256

0.0151

 

 

 

รายงานผลตรวจสอบโดย

 

1. ศูนย์ควบคุมคุณภาพและการตรวจสอบอาหารของประเทศจีน(GB/TT5006-1996) 2001.1.25
2. ศูนย์การควบคุมคุณภาพและการตรวจสอบผลิตภัณฑ์นมของกระทรวงเกษตร(QIZLYS002-2001.AAS.GC2001.6.19)

 

 

 

วิตามินที่พบในเกาลัด (mg/kg)

ผลไม้

วิตามิน C

วิตามิน E

วิตามิน A(Beta-Carotene)

วิตามิน B1

วิตามินB2

วิตามินB12

เกาลัด

139.4

109.89

0.28

0.96

2.38

1.05

 

รายงานผลตรวจสอบโดยศูนย์ควบคุมคุณภาพและการตรวจสอบอาหารของประเทศจีน(GB/T5009-1996) 2001.4.25

 

จากตารางแสดงคุณค่าทางอาหารทั้ง 4 ตารางดังกล่าวข้างต้นเป็นการยืนยันถึงการได้รับสมยานามว่า"ราชาผลไม้" ซึ่งไม่เป็นเพียงแค่ผลไม้ที่มีรสชาติดีเท่านั้น ยังเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีคุณค่าทางอาหารจากธรรมชาติ

โดยปกติแล้ว ร่างกานต้องการกรดอะมิโนจำเป็น 8 ชนิด จากตารางที่ 2 แสดงให้เห็นว่าในเกาลัดมีกรดอะมิโนจำเป็นถึง 7 ชนิด จากตารางที่ 4 แสดงให้เห็นถึงการอุดมไปด้วยวิตามิน B นานาชนิด ซึ่งวิตามินดังกล่าว เป็นองค์ประกอบสำคัญของเอนไซม์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญ ในการทำให้การทำงาน ต่างๆในร่างกาย ดำเนินด้วยความปกติ ซึ่งในรางกายมีเอนไซม์ 80 ชนิด ดังนั้น การทำให้ร่างกายทำงานให้เป็นปกติ จึงต้องรักษาระดับวิตามินดังกล่าวให้เพียงพอ

นอกจากนี้ยังมีวิตามิน C และวิตามิน E ซึ่งช่วยให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกัน โดยมีสารแอนติออกซิแดนซ์ รวมไปถึงวิตามิน A (Beta- Carotene)

จากหนังสืออาหารและสุขภาพ ได้ระบุว่าเภสัชกรชาวญี่ปุ่นได้ ระบุเกาลัดทำให้ร่างกายแข็งแรงอายุยืน เสริมกำลังให้กับเอวและขา ในขณะเดียวกัน ช่วยรักษาระดับอุณหภูมิ ในร่างกาย อีกทียังทำให้ระบบอวัยวะภายในเป็นปกติ เกาลัดยังเป็นอาหารบำรุงสมองและบำรุงร่างกายที่คนเราต้องการ

สรรพคุณ

• เกาลัดมีฤทธิ์อุ่น  รสหวาน  มีสรรพคุณบำรุงร่างกาย  บำรุงไต  กล้ามเนื้อ  ม้าม  และกระเพาะอาหาร  บำรุงลม  แก้ร่างกายอ่อนแอ
• แก้ไอ  ละลายเสมหะ  แก้อาเจียน  คลื่นไส้  ท้องเดิน
• ห้ามเลือด ช่วยการไหล  เวียนเลือด
• แก้อาการถ่ายเป็นเลือด  เลือดกำเดาไหล
• แก้วัณโรคที่ต่อมน้ำเหลืองที่คอโต  และอาเจียนเป็นเลือด

วิธีใช้
• ต้มเกาลัด  500 กรัมกับน้ำตาลทราย  180  กรัม  จนเปื่อยนิ่ม แล้วนำมายีและกดด้วยแม่พิมพ์  กินเป็นขนมหรือของว่างสำหรับเด็กที่มีกระดูกและกล้ามเนื้ออ่อนแอ  และยังเหมาะกับผู้ป่วยหรือผู้ที่ร่างกายไม่แข็งแรงอีกด้วย 
• กินเกาลัดแห้ง  7 เมล็ดต่อวัน  กับโจ๊กไตหมู  ช่วยบรรเทาอาการปวดหลังและปวดเท้าได้  หรือกินเกาลัดดิบ  แก้คออักเสบ
• เผาเปลือกเกาลัดแล้วนำมาบดเป็นผงให้ได้  6  กรัม  ผสมกับน้ำผึ้ง  30 กรัม  กินรักษาริดสีดวงทวาร
• ต้มเกาลัด  60  กรัมกับพุทราจีนแห้ง  4 ผล  และหมูเนื้อแดง  กินบำบัดอาการหอบหืดหรือไอ

ข้อควรระวัง
 
• ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร  เช่น ท้องอืดบ่อย ๆ  อาหารไม่ย่อย  ไม่ควรกิน
• ผู้ที่เป็นโรคไขข้ออักเสบ  ร้อนใน  ตาบวม  ห้ามกิน

ที่มา: http://www.gldccl.com/
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: นุ่นเน่
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
36 VOTES (4/5 จาก 9 คน)
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
อื้อหือ...จะเก็บอะไรได้เยอะขนาดนี้ น้อนนกหัวขวานมาเก็บลูกโอ็คเอาไว้ในบ้านหลายสิบกิโลฯเลยพร้อมแต่ง!! ไอดอลสาวกัมพูชา เข้าร้านดูชุด เตรียมแต่งผัวที่ชนะบัวขาวประเทศที่มีรางรถไฟสั้นที่สุดในโลก และมีสถานีรถไฟเพียงสถานีเดียวประเทศที่ประชากรเยอะที่สุดในโลกเปิดเผยความลึกลับของงูจงอางเมื่อชุดประจำชาติเขมร ไม่ได้ก็อปปี้ไทย สภาพเลยเป็นงี้กีฬาซีเกมส์ครั้งแรกและครั้งเดียวที่ถูกยกเลิกการแข่งขัน"มันสำปะหลัง"แพงสุดในประวัติศาสตร์ประเทศที่ชนะเหรียญรางวัลการแข่งซีเกมส์มากที่สุดตลอดกาล
ตั้งกระทู้ใหม่