หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

สายสัมพันธืล้านนาล้านช้าง


โพสท์โดย

สายสัมพันธ์ล้านนาล้านช้าง

ความสัมพันธ์ของอาณาล้านนากับล้านช้าง

ความสัมพันธ์ของทั้งสองอาณาจักรนั้นมีความใกล้ชิดกันมากในรัชสมัยของพระเจ้าโพธิสารแห่งล้านช้าง (พ.ศ. 2063 - พ.ศ. 2090) นับได้ว่าเป็นรัชสมัยแห่งความรุ่งเรืองในด้านศิลปะและวรรณกรรมต่างๆ ในด้านพระพุทธศาสนา พระองค์ก็ได้ทรงประกาศห้ามให้มีการบูชาผีต่างๆ และทรงทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาด้วยความเลื่อมใสอย่างยิ่ง โดยมีการรับอิทธิพลด้านพุทธศาสนามาจากอาณาจักรล้านนา ซึ่งมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับล้านช้างในเวลานั้นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการใช้อักษรธรรมล้านนาเป็นเครื่องมือศึกษาพระพุทธศาสนา (อักษรดังกล่าวนี้ได้พัฒนาเป็นอักษรธรรมลาวในเวลาต่อมา) 

อาณาจักรล้านช้างได้เข้าเกี่ยวดองกับอาณาจักรล้านนาผ่านการเสกสมรสของเจ้านายในเครือญาติของทั้งสองฝ่าย ซึ่งก็คือ พระเจ้าโพธิสารแห่งอาณาจักรล้านช้างกับพระนางยอดคำทิพย์ (พระราชธิดาในมหาเทวีจิรประภา) แห่งอาณาจักรล้านนา โดยพระองค์ทรงให้ประสูติกาลพระโอรสผู้เป็นดั่งโซ่ทองคล้องสองอาณาจักรไว้คือ พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช หรือพระอุปโย  

การที่ล้านช้างมีความสัมพันธ์กับล้านนาอย่างใกล้ชิดก็ด้วยเหตุผลด้านการเมืองเป็นหลัก กล่าวคือ ในขณะนั้นอาณาจักรล้านนาได้อ่อนแอลง จากการที่เหล่าขุนนางได้แก่งแย่งแบ่งฝักฝ่ายกัน โดยมีการแบ่งกลุ่มอำนาจเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

 

สงครามล้านนากับกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ ๑

 

ขณะที่มหาเทวีจิรประภาทรงครองราชย์นั้น ได้มีทัพจากอยุธยานำโดยสมเด็จพระไชยราชาธิราชแห่งกรุงศรีอยุธยาซึ่งรู้ข่าวจากกลุ่มหมื่นหัวเคียนแสนหวีว่าล้านนากำลัีงอ่อนแอแตกแยกกัน เดินทัพขึ้นมายังเชียงใหม่ แต่ด้วยพระปณิธานของมหาเทวีจิรประภาซึ่งรู้ว่าบ้านเมืองอยู่ในภาวะไม่พร้อมกับการสงคราม เพื่อไม่ให้บ้านเมืองบอบช้ำหนัก จึงได้ส่งเสนาอำมาตย์ไปถวายสมเด็จพระไชยราชาธิราชเพื่อให้บ้านเมืองพ้นภัยด้วยการเป็นไมตรีกัน พระนางทรงใช้วิธีการกราบบังคมทูลเชิญให้สมเด็จพระไชยราชาธิราชไปประทับที่เวียงเจ็ดลิน พระราชวังฤดูร้อนของกษัตริย์เชียงใหม่ที่เชิงดอยสุเทพแทนการเข้าเวียงโดยผ่านประตูช้างเผือกตามฮีตล้านนา และทูลเชิญสมเด็จพระไชยราชาธิราชร่วมทำบุญสร้างกู่ถวายพระเมืองเกษเกล้าที่วัดโลกโมฬีที่เปรียบเสมือนวัดประจำรัชกาลพระเมืองเกษเกล้า แต่ตั้งอยู่นอกกำแพงเมือง โดยสมเด็จพระไชยราชาธิราชได้ประทับสำราญพระอิริยาบถที่เวียงเจ็ดลิน พักพลที่สบกวงใต้เมืองลำพูน แล้วเสด็จกลับ 

 

สงครามล้านนากับกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ ๒

เนื่องจากในปีนั้นมีข้าศึกมาติดพันอยู่ตลอดมหาเทวีจิรประภาจึงได้ขอกำลังจากล้านช้างซึ่งเป็นอาณาจักรของพระเจ้าโพธิสารธิราช พระชามาดา (ลูกเขย) ของพระนางเอง ซึ่งอาณาจักรล้านช้างกำลังเจริญรุ่งเรือง ซึ่งการรวมกันของล้านช้างและล้านนา ได้สร้างความหวั่นวิตกต่อสมเด็จพระไชยราชาธิราช โดยเฉพาะการแทรกแซงล้านนา กองทัพกรุงศรีอยุธยาจึงได้ขึ้นมาปราบเชียงใหม่เป็นครั้งที่สองในปี พ.ศ.2089 โดยเฟอร์ดินานด์ เมนเดส ปินโต นักเดินทางชาวโปรตุเกสได้บันทึกไว้ว่า มีกำลังพล 400,000 คน เรือ 300 ลำ ช้าง 4,000 เชือก เกวียนสำหรับบรรทุกปืนใหญ่ 200 เล่ม และมีทหารรับจ้างโปรตุเกสไปร่วมรบด้วย 120 คน ในครั้งนี้กรุงศรีอยุธยาสามารถตีเมืองลำพูนแตก แต่เชียงใหม่ก็ป้องกันตัวเองสำเร็จผลของสงครามคือกรุงศรีอยุธยาเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ สมเด็จพระไชยราชาธิราชทรงต้องกระสุนปืนได้รับบาดเจ็บสาหัส ทหารฝ่ายล้านนาและล้านช้างได้อาวุธยุทโธปกรณ์ ช้าง ม้า และเชลยศึกจำนวนมาก

หลังจากสิ้นสงครามแล้ว พระเจ้าโพธิสารราชได้รับความดีความชอบสูง และได้นำพระราชโอรส คือ พระไชยเชษฐาธิราชขึ้นมาครองอาณาจักรล้านนา มหาเทวีจิรประภาจึงทรงสละราชบัลลังก์ให้แก่พระราชนัดดา ในช่วงที่สมเด็จพระไชยเชษฐาธิราชทรงครองอาณาจักรล้านนา ในช่วงปี พ.ศ. 2089-2090 แต่พระโพธิสารราชเสด็จสวรรคตอย่างกะทันหัน พระไชยเชษฐาจึงเสด็จกลับล้านช้างในปี พ.ศ. 2090 โดยเสด็จไปพร้อมกับ พระแก้วมรกต (พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร) ซึ่งประดิษฐาน ณ วัด บุปผาราม เชียงใหม่ พระพุทธสิหิงค์ (พระสิงห์) และพระแก้วขาว พร้อมกับมหาเทวีจิรประภา พระราชอัยยิกา แผ่นดินล้านนาจึงว่างกษัตริย์ เกิดสงครามกลางเมืองเชียงใหม่ด้วยขุนนางต่างสู้รบกัน ดังนั้นระหว่างปี พ.ศ. 2091 - 2094 จึงถือเป็นกลียุคของล้านนา ในที่สุดขุนนางเมืองเชียงใหม่เห็นว่าสมเด็จพระไชยเชษฐาธิราชทรงไม่เสด็จกลับมาแล้ว จึงได้อัญเชิญท้าวเมกุเสวยราชย์ต่อไป ด้วยเหตุนี้พระไชยเชษฐาทรงเห็นว่าท้าวแม่กุครองราชย์โดยพระองค์มิชอบ จึงนำไปสู่การยกทัพไปตีเมืองเชียงแสนในปี พ.ศ.2098

 

จากการที่ทั้งสองอาณาจักรมีความสัมพันธ์กันอย่างแน่นแฟ้น จึงทำให้ทั้งสองอาณาจักรมีศิลปะวัฒนธรรมและประเพณีที่เหมือนกัน ทั้งการพูดที่มีคำว่า "เจ้า" การเขียน (ซึ่งอักษรธรรมลาวได้รับอิทธิพลมาจากอักษรธรรมล้านนา) พิธีบายศรีสู่ชวัญ การฟ้อนรำ การนุ่งซิ่นพาดสไบ การแกะสลักพระพุทธรูป ลักษณะของวัดวาอารามที่ได้รับอิทธิพลมาจากสกุลช่างล้านนา เช่น การเขียนลายคำหรือลงรักปิดทองตรงเสาวิหารและฝาผนัง หลังคาที่ลดหลั่นลงเป็นชั้นซ้อนกันแบบอ่อนช้อย และประดับช่อฟ้าสัตตบริภัณฑ์ตรงกลางของสันหลังคาวิหารที่เปรียบเสมือนเขาพระสุเมรุตามความเชื่อของล้านนา ที่สำคัญคือการยึดมั่นในพระพุทธศาสนาที่เคร่งครัด

 

อักษรธรรมล้านนา (ตั๋วเมือง)

 

 

อักษรธรรมล้านช้าง (อักษรลาว)

 

วัดโลกโมฬี อ.เมือง จ.เชียงใหม่ (สร้างในสมัยมหาเทวีจิรประภา ศิลปะสกุลช่างเชียงใหม่)

 

วัดเชียงทอง หลวงพระบาง (สร้างในสมัยพระไชยเชษฐาธิราช พระนัดดาในมหาเทวีจิรประภา ศิลปะสกุลช่างเชียงใหม่)

 

พิธีฮ้องขวัญหรือสู่ขวัญแบบล้านนา

 

พิธีสู่ขวัญแบบล้านช้าง

 

ตุงล้านนา

 

ธุงล้านช้าง

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Wiang Kaew's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 4,409 ครั้ง
โพสท์โดย Wiang Kaew
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
3 นายก ที่มีอิทธิพลที่สุดในไทยจังหวัดที่ “ร้อนที่สุดในไทย” อุณหภูมิพุ่งจนคนอยู่ไม่ไหว5 อาชีพในไทย ที่ เงินเดือนเริ่มต้นสูง แบบงง ๆ บางงานเด็กจบใหม่ก็แตะ 30K+ความแตกต่างระหว่าง เบียร์ช้าง กับ เบียร์ลีโอแบรนด์ไทย กลายเป็นสัญลักษณ์ความหรูหรา ในลาวหนังเพียงเรื่องเดียวในไทย ที่ทำรายได้สูงกว่า 600 ล้านบาทต้นไม้ที่ให้ร่มเงามากที่สุด 5 อันดับจังหวัดที่ “คนรวยเยอะที่สุดในไทย” ไม่ใช่ที่คุณคิดอันดับแรกเลขเด็ดม้าสีหมอก งวด 16 เม.ย. 69 มาแล้วคณะหมอลำที่โด่งดังที่สุด ประสบความสำเร็จมากที่สุดในไทยทายนิสัยจาก "ท่าเดิน" ล้วงลึกตัวตนผู้ชายผ่านความเร็วในการก้าวเดินนกหายากที่พบได้ที่เดียวบนโลก ในพื้นที่จังหวัดสระบุรีของไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
แนะนำ! เว็บไซต์ ai สามารถวาดรูป [l8+](สร้างฟรี) ผู้ใหญ่เท่านั้นนกหายากที่พบได้ที่เดียวบนโลก ในพื้นที่จังหวัดสระบุรีของไทย
ตั้งกระทู้ใหม่