รู้หรือไม่ ? นำเหรียญบาทไปชำระหนี้ได้ไม่เกิน 500 บาท
ใคร ที่ชอบ "ทุบกระปุก" ไปซื้อโน่นซื้อนี่ โดยเฉพาะสินค้าชิ้นใหญ่ ๆ ราคาหลักร้อย หลักพัน แล้วหอบเงินเหรียญ ไม่ว่าจะเป็นเหรียญสตางค์เหรียญบาท เหรียญห้าบาท เหรียญสิบบาท กะว่าจะจ่ายง่าย ๆ โดยที่คิดว่าร้านค้านั้น "จำเป็นต้องรับ" เงินของเราตามที่หลาย ๆ คนเข้าใจ จำเป็นต้องเข้าใจเสียใหม่แล้วนะครับ
เพราะเงินเหรียญต่าง ๆ นั้นแม้จะ "สามารถใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย" แต่ก็มีระเบียบบังคับให้เรานำมาปฎิบัติอยู่ด้วยว่าจะนำเหรียญแต่ละชนิดไป ชำระหนี้ได้ไม่เกินจำนวนเท่าไหร่ ลองติดตามบทความของคุณศรัณย์ภัทร เตจ๊ะ นิติกร สำนักกฎหมาย สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เขียนเอาไว้กันดูครับ...
"เหรียญกษาปณ์" เป็นเงิน หน่วยย่อยที่สามารถใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย ถึงแม้เหรียญกษาปณ์จะมีมูลค่า ไม่มากเท่ากับธนบัตรอีกทั้งมีขนาดเล็กและพกพายากกว่าธนบัตรแต่เหรียญกลับมี น้ำหนักมากกว่าธนบัตรเสียอีก เวลาเราชำระหนี้ ค่าสินค้าหรือบริการที่มีราคาค่อนข้างสูงเราก็มักนิยมใช้ธนบัตรมากกว่า เพราะถ้าหากเราชำระด้วยเหรียญสงสัยต้องพกเหรียญกันเป็นถุงเป็นถังกันเลยที เดียว แต่ในความเป็นจริงแล้ว เงิน ก็คือ เงิน ยิ่งถ้าในสมัยนี้แล้วไม่ว่าจะชำระด้วยเหรียญกษาปณ์หรือธนบัตรก็คงไม่มีใคร ปฏิเสธเงินอย่างแน่นอน
ทราบหรือ ไม่ว่าเงินเหรียญที่เราใช้อยู่ในปัจจุบันนั้น เรียกว่า "เหรียญกษาปณ์หมุนเวียน (Circulated coins)" ซึ่งมีอยู่ 9 ชนิด ดังนี้ เหรียญราคา 10 บาท, 5 บาท, 2 บาท, 1 บาท, 50 สตางค์, 25 สตางค์, 10 สตางค์, 5 สตางค์และ 1 สตางค์ อีกทั้งยังมีเหรียญกษาปณ์ที่ออกใช้ในวโรกาสต่างๆอีกด้วย แต่ไม่เป็นที่นิยมนำมาใช้ชำระหนี้ เรียกว่า "เหรียญกษาปณ์ที่ระลึก (Commemorative coins)" แต่ในชีวิตประจำวันของเรานั้นจะเห็นเหรียญกษาปณ์ที่ใช้ชำระหนี้กันอย่างแพร่ หลายเพียง 6 ชนิด ซึ่งเป็นเหรียญที่ใช้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ มีดังนี้ 10 บาท, 5 บาท, 2 บาท, 1 บาท, 50 สตางค์ และ 25 สตางค์ ส่วนเหรียญ 10 สตางค์, 5 สตางค์ และ 1 สตางค์ มีใช้ในทางบัญชีเท่านั้น
ลองคิดดูว่าหากวันนึงเราอยากซื้อรองเท้า ราคา 2,000 บาท จะขนเหรียญ 10 บาทที่เราหยอดกระปุกไว้ไปจ่าย 2,000 บาทเลยได้หรือไม่ แล้วถ้าเราขนไปจ่ายจริงๆ คนขายปฏิเสธไม่รับได้หรือไม่ ปัญหาในเรื่องนี้มีกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง คือ พระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ.2501 ได้บัญญัติไว้ในมาตรา 11 "เหรียญกษาปณ์เป็นเงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายไม่เกินจำนวนที่กำหนดโดยกฎ กระทรวง" ดังนั้น หากจะชำระหนี้ด้วยเหรียญจึงต้องรู้ด้วยว่าสามารถชำระหนี้ได้คราวละกี่บาท ตามที่ประกาศในกฎกระทรวง
เมื่อรู้อย่างนี้แล้วเวลาจะขนเหรียญที่ออม ไว้ไปชำระหนี้ค่าสินค้า ก็อย่าขนไปเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดเพราะถ้าผู้ขายปฏิเสธไม่รับชำระหนี้ขึ้นมา เราจะต้องขนเงินนั้นกลับอีก ทั้งหนักทั้งเสียเวลานับเหรียญอีกด้วย
ดังนั้นก่อนการชำระหนี้ไม่ว่าจะเป็นธนบัตรหรือเหรียญกษาปณ์ ควรเลือกประเภทของเงินที่จะใช้ชำระหนี้ให้เหมาะสม เพื่อไม่เป็นการก่อภาระอันเกินสมควรทั้งแก่ผู้ชำระหนี้และผู้รับชำระหนี้ นั่นเอง








แม่น้ำที่ใสสะอาดและมีคุณภาพน้ำดีที่สุด ที่ไหลผ่านเขตแดนของประเทศไทย
รู้จักโซเดียมไนไตรท์ หลังเหตุผงปริศนาในก๋วยเตี๋ยวทำป่วยหลายราย
ทำไมประเทศพิมพ์เงินตามใจไม่ได้ ทั้งที่ออกเงินเอง
5 งานเสริมคนอายุ 50+ เริ่มจากมือถือ พร้อมช่องทางเริ่มและรายได้ที่พอคาดได้
จังหวัดที่มีห้องว่างในโรงแรมมากที่สุด มีจำนวนผู้เข้าพักน้อยที่สุดในไทย
つづく แปลว่าอะไร คำท้ายการ์ตูนญี่ปุ่นที่หลายคนเห็นมาตั้งแต่เด็ก
มอเตอร์ไซค์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากเป็นอันดับหนึ่ง
ประเทศที่ส่งออกทองคำคิดเป็นมูลค่ามากที่สุดในโลก
ทำไม AI วาดมือคนพลาดบ่อย ทั้งที่ภาพอื่นดูสมจริงมาก
ฝูงยุงบุกทะเลสาบรัสเซีย นักท่องเที่ยวต้องหลบในรถ
คณะที่คนสมัครมากสุดใน TCAS69 ไม่ใช่แพทย์ อันดับจริงน่าคิดกว่าที่คาด
ยูทูบเบอร์อินเดียถูกปล้น หลังคลิปโชว์ทอง–บ้านหรูจุดคำถามเรื่องความปลอดภัย
รู้จักโซเดียมไนไตรท์ หลังเหตุผงปริศนาในก๋วยเตี๋ยวทำป่วยหลายราย
ทำไมประเทศพิมพ์เงินตามใจไม่ได้ ทั้งที่ออกเงินเอง
มาวิเคราะห์เจาะลึก ...postjung กันดีกว่า เขียนบทความแบบใหน ให้โดนใจได้ขึ้น Hot Topic
5 งานเสริมคนอายุ 50+ เริ่มจากมือถือ พร้อมช่องทางเริ่มและรายได้ที่พอคาดได้
จังหวัดที่มีประชากรเพศชายมากที่สุด 5 อันดับแรกของประเทศไทย