พบฟอสซิลยุงตัวแรก ที่มีเลือดอยู่ในท้อง อายุกว่า 40 ล้านปี
ไอเดียในภาพยนตร์เรื่อง จูราสสิค ปาร์ค เกี่ยวกับการใช้ฟอสซิลยุงที่มีเลือดไดโนเสาร์อยู่ในท้องเพื่อโคลนนิ่งไดโนเสาร์ที่สูญพันธุ์ไปเมื่อหลายล้านปีก่อนอาจเป็นเพียงนิยายวิทยาศาสตร์ที่น่าตื่นเต้น จนกระทั่งเมื่อเร็วๆ นี้นักวิทยาศาสตร์ค้นพบฟอสซิลของยุงที่มีเลือดอยู่ในท้องจริงๆ เป็นครั้งแรก แม้จะไม่ถึงขนาดที่เอามาโคลนนิ่งสร้างสัตว์ที่สูญพันธุ์ไปแล้วได้แบบในภาพยนตร์ แต่การค้นพบนี้ก็ให้ข้อมูลมากมายแก่นักวิทยาศาสตร์
ในโลกนี้มีแมลงที่กินเลือดอยู่ราว 14,000 สปีชีส์ แต่นักวิทยาศาสตร์กลับพบฟอสซิลของแมลงกลุ่มนี้ไม่มากนัก และส่วนใหญ่การตรวจสอบเพื่อระบุว่าเป็นฟอสซิลแมลงที่กินเลือดเป็นอาหารก็ไม่สามารถทำได้ตรงๆ ต้องอาศัยการอนุมานจากหลักฐานข้างเคียงเช่น รูปร่างลักษณะปากของแมลง จุลินทรีย์ที่พบในระบบทางเดินอาหารอย่างพวกเชื้อมาลาเรีย ไข้เหลือง และไข้เลือดออก นักวิทยาศาสตร์ไม่เคยพบฟอสซิลที่มีเลือดอยู่ในท้องเลย จนกระทั่งทีมวิจัยของ Dale Greenwalt จาก US National Museum of Natural History ตรวจสอบและรายงานว่าพบเลือดในฟอสซิลหมายเลข USNM 559050 ซึ่งเป็นฟอสซิลยุงที่ค้นพบตั้งแต่ช่วงปี 1980 และเก็บรักษาอยู่ทีพิพิธภัณฑ์
ฟอสซิลยุงที่นำมาศึกษานั้น ไม่ได้ฝังอยู่ในแท่งอำพันแบบในเรื่องจูราสสิค พาร์ค แต่ฝังอยู่ในหินดินดานที่เกิดจากตะกอนทับถมกันในน้ำ Greenwalt ใช้วิธีการหลากหลายเพื่อตรวจสอบองค์ประกอบของธาตุ และสารชีวโมเลกุลที่อยู่ในฟอสซิล ซึ่งพบธาตุเหล็กปริมาณสูงเมื่อเปรียบเทียบกับยุงตัวผู้ซึ่งไม่กินเลือด เป็นสิ่งบ่งชี้ว่าในท้องยุงตัวเมียน่าจะมีเลือดมาก่อน
นอกจากนี้หลักฐานที่ชัดเจนที่สุดคือ การพบโมเลกุลของ Porphyrin ซึ่งเป็นสารที่เกิดจากการสลายตัวของฮีโมโกลบินที่พบได้ในเลือดของสัตว์มีกระดูกสันหลังเท่านั้น
แต่สำหรับคนที่หวังว่านักวิทยาศาสตร์จะโคลนนิ่งได้โนเสาร์ได้แบบในเรื่องจูราสสิค ปาร์ค คงต้องผิดหวังหน่อย เพราะ DNAในเลือดถูกทำลายไปเกือบหมดแล้ว นอกจากนี้เลือดที่อยู่ในท้องยุงยังไม่ใช่เลือดไดโนเสาร์อีกด้วย เพราะอายุของฟอสซิลดังกล่าวมีอายุ 43 ล้านปี ซึ่งเป็นยุคที่ไดโนเสาร์สูญพันธุ์ไปหมดแล้ว ดังนั้นเลือดในท้องจึงไม่ใช่ของไดโนเสาร์แน่นอน
นักวิทยาศาสตร์วิเคราะห์ว่า เลือดในท้องยุงน่าจะเป็นเลือดของนกหรือสัตว์ปีก เนื่องจากลักษณะร่างกายของยุงในฟอสซิลใกล้เคียงกับยุง Culiseta ในปัจจุบันซึ่งดูดเลือดจากนกเป็นหลัก และได้สันนิษฐานสภาพการตายไว้ว่า ยุงตัวนี้หลังจากดูดเลือดแล้วน่าจะบินไปบริเวณผิดน้ำแล้วเกิดเหตุบางอย่างทำให้ตกลงในน้ำจนเสียชีวิต จึงจมลงสู่ก้นแม่น้ำและถูกตะกอนทับถมกลายเป็นฟอสซิล
แม้ว่าเลือดจากฟอสซิลยุงจะยังไม่สามารถใช้ศึกษาข้อมูลของสัตว์โบราณที่สูญพันธุ์ไปแล้วแบบในภาพยนตร์ แต่การค้นพบนี้ก็แสดงให้นักวิทยาศาสตร์ทราบว่าเลือดที่ยุงดูดมาจากเหยื่อสามารถถูกเก็บรักษาไว้ในฟอสซิลได้จริง ขยับเข้าใกล้จินตนาการในภาพยนตร์ไปอีกก้าวหนึ่ง
นอกจากนี้ฟอสซิลยังให้ข้อมูลที่ทำให้ทราบถึงสภาวะที่เหมาะแก่การเกิดฟอสซิลที่รักษาเลือดในท้องไว้ได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์และเป็นแนวทางในการมองหาชั้นหินที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน เพื่อศึกษาหาฟอสซิลที่สมบูรณ์กว่านี้
วันหนึ่งเราอาจจะได้พบฟอสซิลยุงที่มีเลือดซึ่งพันธุกรรมของสัตว์โบราณถูกเก็บรักษาไว้อย่างสมบูรณ์กว่านี้
อ้างอิง
http://www.pnas.org/content/early/2013/10/08/1310885110
5 โรงเรียนหญิงล้วนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในไทย สถาบันสร้างกุลสตรีและผู้นำระดับประเทศ
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 มิถุนายน 2569
จังหวัดนี้มีรถไฟผ่าน แต่กลับไม่ค่อยมีคนรู้จัก
รู้จัก 3 ชื่อนี้ให้ชัด‘ลูกไหน ลูกพลัม ลูกพรุน’ ที่แท้เกี่ยวข้องกันแบบนี้
“จังหวัดที่มีชื่อยาวและอ่านยากที่สุดในไทย”
เจาะเงินเดือน "พนักงานต้อนรับเรือสำราญต่างชาติ" ปี 2569
อาชีพไหนในไทยที่ผ่อนบ้านและรถมากที่สุด
คอนโดหมูหรือฟาร์มเลี้ยงหมูที่สูงที่สุดในโลก
รายได้ข้าราชการทหารของไทย
4 วิธีจัดการลูกน้องมักง่าย-ทำงานพลาด แก้อาการ "คิดไปเอง" ก่อนทีมพัง
“มัลดีฟส์” ประเทศแบนราบที่สุดในโลก กับความงามที่มาพร้อมความเปราะบาง
ทำไมหนังสยองขวัญถึงน่าติดตาม?
ตู้เสบียงรถไฟไทยที่หรูที่สุด อยู่บนขบวนไหน
เลิกเป็นทาสงาน! ส่องเทรนด์ 'ทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์' ความจริงที่บริษัทไทยไม่ค่อยบอก (แต่โลกเปลี่ยนไปไกลแล้ว!)
ความดันโลหิต "บน" กับ "ล่าง" ต่างกันอย่างไร?
ฝันสลาย! นึกว่าได้ “รวยทางลัด” จากมรดกตึกเช่า ลาออกหวังเก็บค่าเช่าสบาย ๆ สุดท้ายเจอค่าใช้จ่ายแฝง
4 วิธีจัดการลูกน้องมักง่าย-ทำงานพลาด แก้อาการ "คิดไปเอง" ก่อนทีมพัง




