| 10 |
10.) Kung Fu Panda (2008) |
|
|
|
|
| ปฐมบทการ์ตูนหมีแพนด้าน่ารัก น่ากอด ที่ชื่อว่า โป แห่งค่ายดรีมเวิร์ค เปิดตัวได้สวยงามทั้งในอเมริกาและทั่วโลก ด้วยการนำเสนอรูปแบบแอนนิเมชั่นแอ๊คชั่นกำลังภายในกลิ่นอายแบบจีน จึงสร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่ผู้ชมอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน จึงกวาดรายได้รวมทั่วโลก 633,395,021 ล้านเหรียญฯ |
| |
| |
|
|
| |
|
| |
| 9 |
9.) Kung Fu Panda 2 (2011) |
|
|
|
|
| ภาพยนตร์การ์ตูนแอ๊คชั่นของเจ้าแพนด้าตัวอ้วน ภาคที่ 2 แม้จะเปิดตัวไม่สวยงามมากนักในอเมริกาแผ่นดินเกิด แต่หนังกลับสร้างรายได้อย่างงามจากตลาดต่างประเทศเหมือนเดิม ทำให้ผู้สร้างไม่ต้องปวดหัวมากนักในการเอาทุนสร้างคืน โดยทำรายได้รวมทั่วโลก 663,005,740 ล้านเหรียญฯ |
| |
| |
|
|
| |
|
| |
|
|
|
|
| ก่อนจะฉายภาพยนตร์เรื่องนี้ออกมาสู่คนดู ทางดิสนีย์ได้ลองเปิดรอบปฐมทัศน์ให้เหล่านักวิจารณ์ลองชมก่อน และถือเป็นแผนการตลาดที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก เมื่อได้รับคำเชียร์จากนักวิจารณ์ทีดีเช่นนี้แล้ว มิเหรอที่เหล่าสาวกดิสนีย์และคนดูหนังดีๆสักเรื่องจะพลาดชม จึงทำให้หนังการ์ตูนปนซึ้งของปู่จอมซ่าที่เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดีจากค่ายดิสนีย์ ทำรายได้รวมทั่วโลก 727,079,556 ล้านเหรียญฯ |
| |
| |
|
|
| |
|
| |
| 7 |
7.) Shrek Forever After (2010) |
|
|
|
|
| หนังการ์ตูนยักษ์สีเขียวตอนที่ 4 แห่งค่ายดรีมเวิร์ค แม้กระแสวิจารณ์และรายได้จากคนดูจะเยอะไม่เท่าภาคที่ผ่านมา แต่ก็ทำรายได้พอตัวเองรอดมาได้ โดยไม่ต้องทำให้นายทุนต้องเจ็บซ้ำมากไปกว่านี้ เนื่องจากทีมผู้สร้างเองคงหามุขๆใหม่มาเสนอไม่ได้แล้ว จึงไม่แปลกที่คนดูจะอิ่มตัว รายได้เก็บมาอยู่ที่ 750,271,987 ล้านเหรียญฯ นี่อาจจะเป็นจุดอวสานของแฟรนไซน์เรื่องนี้ก็เป็นได้ ทางดรีมเวิร์คเองจึงต้องมองหาจุดขายต่อไปในอนาคตด้วยการเอาหนึ่งในตัวละครในหนังชุดนี้ เอาออกมาสร้างเป็นเรื่องใหม่ซะเลย ความคิดดูง่ายจัง! |
| |
| |
|
|
| |
|
| |
| 6 |
6.) The Lion King (1994) |
|
|
|
|
| น่าจะเป็นภาพยนตร์การ์ตูนที่ไม่ใช่คอมพิวเตอร์สร้างและประสบความสำเร็จในเรื่องรางวัลมากที่สุดของดิสนีย์ก็ว่าได้ สามารถคว้ารางวัลเวทีออสการ์ไปได้ถึงสองตัวคือ สาขาเพลงประกอบภาพยนตร์ และเสียงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม เพราะตอนนั้นในปี 1994 ยังไม่มีการประกาศมอบรางวัลภาพยนตร์แอนนิเมชั่นยอดเยี่ยม ไม่นั้นภาพยนตร์เรื่องนี้อาจจะคว้าตุ๊กตาทองคำไปนอนกอดที่บ้านถึง 3 ตัว!!! นอกจากนี้กระแสตอบรับดีจากการจำหน่ายแผ่นดีวีดีและบลูเรย์ จนทำให้ทางดิสนีย์ตัดสินใจกลับมาฉายใหม่ในโรงภาพยนตร์อีกครั้งในรูปแบบสามมิติ จนทำรายได้รวมสุทธิทั่วโลก 783,400,000 ล้านเหรียญฯ |
| |
| |
|
|
| |
|
| |
| 5 |
5.) Shrek the Third (2007) |
|
|
|
|
| หลังจากประสบความสำเร็จจากภาคที่แล้ว เจ้ายักษ์เขียวจึงกลับมาในตอนที่ 3 แม้จะต้องเสียฟอร์มไปบ้าง เนื่องจากคนดูอาจจะเริ่มเบื่อแนวทางของเรื่องแนวนี้ก็เป็นได้ จึงทำให้เก็บรายได้ไม่เปรี้ยงปร้างอย่างที่คิดไว้ แต่ยังเอาตัวรอดมาได้ทำให้ดรีมเวิร์คยังพอได้กำไรมากอยู่ถึง 791,106,665 ล้านเหรียญฯ |
| |
| |
|
|
| |
|
| |
| 4 |
4.) Finding Nemo (2003) |
|
|
|
|
| หนังการ์ตูนเจ้าปลานีโม่จากค่ายดิสนีย์/พิกซ่าร์ นอกจากจะเป็นภาพยนตร์การ์ตูนในดวงใจของใครหลายๆคนแล้ว ยังประสบความสำเร็จในเรื่องรางวัลต่างๆอีกมากมาย โดยคว้ารางวัลสำคัญคือ ออสการ์สาขาแอนนิเมชั่นยอดเยี่ยมประจำปี 2003 ได้กระแสจากผู้ชมและนักวิจารณ์อย่างดีเช่นนี้แล้ว ไม่แปลกรายได้จะตามมาทั้งหมดจากทั่วโลก 865,000,000 ล้านเหรียญฯ |
| |
| |
|
|
| |
|
| |
|
|
|
|
| หนังการ์ตูนแฟรนไซน์เจ้ายักษ์เขียวแห่งค่ายดรีมเวิร์คนามว่า “เชร็ค” และผ่องเพื่อนกลับมาพบกับผู้ชมอีกครั้งในตอนที่ 2 และพวกเขาเหล่านี้ก็ไม่ทำให้คนดูต้องผิดหวัง เมื่อเรียกเสียงฮาจากผู้ชมและคำชมจากนักวิจารณ์ได้อย่างมากมาย จึงทำให้หนังเรื่องนี้ประสบความสำเร็จในเรื่องรายได้มากที่สุดของค่ายดรีมเวิร์ค โดยทำรายได้รวมทั่วโลกถึง 880,871,036 ล้านเหรียญ จึงมีการสร้างภาคต่อมาถึง 4 ภาคแต่ก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จมากมายเท่าภาคนี้ |
| |
| |
|
|
| |
|
| |
| 2 |
2.) Ice Age : Dawn of the Dinosaurs (2009) |
|
|
|
|
| หนังการ์ตูนผจญภัยโลกยุคน้ำแข็งภาคสามจากค่ายทเว็นตี้ เซ็นจูรี่ ฟ็อก นำเสนอในรูปแบบสามมิติเช่นกัน และได้เสียงตอบรับจากคนดูได้ดีอยู่เช่นเคย เพราะการที่ตัวหนังนำเสนอในรูปแบบสามมิติ จึงทำให้ราคาตั๋วสูงขึ้น และโกยรายได้ทั่วโลกมากถึง 887,773,705 ล้านเหรียญฯ จึงไม่แปลกที่ฟ็อกเตรียมคลอดภาคที่สี่ออกมาปีนี้(2012) ในชื่อตอนว่า “Ice Age : Continental Drift” มาดูดตังค์ในกระเป๋าคนดูอีกรอบ |
| |
| |
|
|
| |
|
| |
|
|
|
|
| เป็นตอนที่สามของภาพยนตร์การ์ตูนชุด Toy Story ที่ห่างหายจากภาคที่สองเป็นเวลายาวนานกว่า 10 ปี และการกลับมาครั้งนี้นำเสนอในรูปแบบรีลสามมิติ ให้แฟนการ์ตูนชุดนี้ได้สนุกตื่นตาตื่นใจ มากขึ้นกว่าเดิมและอยากกลับไปในช่วงวัยเด็กอีกครั้ง นอกจากนี้ยังสามารถเรียกผู้ชมรุ่นใหม่ให้รู้จักตัวละครเรื่องนี้ได้อีกด้วย ทำให้สามารถกวาดรายได้ไปทั่วโลกมากมายถึง 1,062,984,497 ล้านเหรียญฯ ขึ้นทำเนียบอันดับหนึ่งหนังการ์ตูนทำเงินทั่วโลก หลังจากประสบความสำเร็จเรื่องรายได้เช่นนี้ มีหรือที่ดิสนีย์จะไม่อยากสร้างภาคต่อไป และให้ดารานำอย่าง ทอม แฮงค์ กลับมาให้เสียง “วู้ดดี้” อีกครั้ง |
| |
| |
|
|
| |
|