เรื่องราวของชนเผ่ายิปซี
ยิปซีชนเผ่าที่โดนล่า
เมื่อเราพูดถึงยิปซีก็จะทำให้หลายท่านนึกถึง แฟชั่น เพลง ไพ่ยิปซี หรือนางเอกหนังที่น่ารักนามยิปซี แต่ก็เคยคุยกับลูกค้าหลายๆคนที่เคยไปเที่ยวยุโรป ก็จะมองว่าพวกยิปซีนี่ไม่ค่อยดีเท่าไร เพราะมือไวมากในด้านการล้วงกระเป๋า แต่ที่จะมาเล่าให้ฟัง(อ่าน) นี่คือประวัติของชนเผ่ายิปซีซึ่งเป็นชนชาติที่น่าสงสาร และอาภัพมากค่ะ ถูกกดขี่ ถูกตามล้างตามล่า ถูกฆ่าล้างเผ่าพันธ์เหมือนกับชาวยิวเลยค่ะ เพียงแต่ว่าอาจจะไม่ดังเท่ากับชาวยิวที่โดนกระทำโดยฮิตเลอร์ มาเข้าเรื่องกันดีกว่าค่ะ
แต่เดิมเลยนั้นเข้าใจกันว่า ชาวยิปซีน่าจะเป็นคนที่ถูกเนรเทศมาจากอียิปต์
แต่จากการศึกษารากของภาษาที่คนยิปซีใช้ รวมทั้งลักษณะทางพันธุกรรมแล้ว
พบว่าชาวยิปซีมีถิ่นฐานเดิมอยู่บริเวณทางเหนือ
ของแคว้นปัญจาบทางภาคเหนือของอินเดีย พวกเขาเรียกตัวเองว่าโรม่า (Roma) ฟังดูอาจจะว่าคล้ายRome
หรือ Roman แต่จริงๆแล้วไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกันเลยค่ะ
คำว่า Roma มาจากคำว่า Rom
แปลว่าคน ที่มีรากฐานมาจากภาษาสันสกฤต สาเหตุที่ทำให้อพยพจากแคว้นปัญจาบจนไปอยู่ยุโรปนั้น
มีข้อสันนิฐานหลายข้อ
แต่จากแหล่งที่เชื่อถือได้ให้ข้อมูลไว้ว่า ราวศตวรรษ๑๑-๑๒
นั้นพื้นที่แถบแคว้นปัญจาบถูกชาวอัฟกานิสถานรุกรานจนทำให้ผู้คนแถบั้นต้องอพยพและแตกออกเป็น๓กลุ่ม
โดยสองกลุ่มแรกอพยพไปพื้นที่ใกล้เคียงแต่กลุ่มที่สาม ที่เรียกตัวเองว่าโรม่า นั้นอพยพเข้าสู่อัฟกานิสถาน
แต่แต่ความขัดแย้งระหว่างสองนิกายของศาสนาอิสลามทำให้โรม่าต้องใช้ความหลักแหลมเอาตัวรอดจนผ่านออกไปยังตุรกีเข้าสู่กรีกอันเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้กระจายตัวไปเข้าสู่ยุโรปและถูกกดขี่
กีกกัน
ทุกรูปแบบจากชนชาติต่างๆในยุโรปจนกระทั่งนำไปสู่การเข่นฆ่าชาวยิปซีในที่สุด
การเข้าสู่ยุโรปตะวันตกของโรม่านั้นเป็นช่วงเวลาที่ถูกรังเกียจได้ง่ายเนืองจากเวลานั้นคริสต์จักรมีการแบ่งแยกกันกันระหว่างความสว่างและความมืดอย่างรุนแรง สีขาวเป็นตัวแทนแห่งฑูตสวรรค์ส่วนสีดำเป็นตัวแทนของซาตาน
และชาวโรม่านั้นก็มีผิวสีดำจึงตกเป็นเหยื่อการแบ่งแยกนี้
ประกอบภาษาที่คนยุโรปไม่สามารถเข้าใจได้จึงยิ่งทำให้ระแวงและรังเกียจแม้จะถูกรังเกียจว่าเป็นพวกไม่มีศาสนา
แต่หากคนยิปซีต้องการรับศีลในโบสถ์ศริสต์ ก็ไม่มีข้ออนุญาติให้เข้าเป็นคริสเตียนเช่นกัน (เวรกรรม)
ข้อมูลบางแหล่งบอกว่าชาวโรม่านี้ปกป้องตัวเองโดยสร้างเรื่องว่าตนเองนั้นสืบเชื้อสายมาจากชาวอียิปต์
แต่พระจ้าสาปให้เร่ร่อนเพราะไปกดขี่ชาวยิว
ที่ทำเช่นนี้เพื่อลดแรงกดดันจากชาวยุโรปที่มีต่อพวกเค้า
เรื่องที่สร้างขึ้นนี้จึงเป็นที่มาของ คำว่ายิปซี ซึ่งได้มาจากคำว่า อียิปต์
ซึ่งการสร้างเรื่องนี้ก็ดีในระยะแรกๆแตในที่สุดด้วยวิถีชีวิตที่แตกต่างทั้งไม่เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาทั้งคริสต์และอิสลาม
จึงทำให้ถูกรังเกียจว่าเป็นคนไม่มีศาสนา
ซึ่งยุคนั้นมีการบันทึกถึงความรังเกียจอย่างมากมาย
อีกประการหนึ่งเป็นเพราะว่าการทำนายอนาคต
และการใช้เวทย์มนต์เป็นที่ดึงดูดคนบางกลุ่มในสังคมที่เป็นกลุ่มคนชั้นรากหญ้าของทางตะวันตก
ทางคริสตจักรก็เกรงว่าหากมีอทธิพลมากขึ้นจะอันตรายต่อความเชื่อและศรัทธาในศาสนาคริสต์ต่อไปในอนาคต ก็ได้มีการกีดกันกันมาเรื่อยๆในทุกประเทศในยุโรป
ประมาณศตวรรษที่๑๖ มีการล่ายิปซี ซึ่งไม่ได้แตกต่างอะไรกับกีฬาล่าสุนัขจิ้งจอกและบางครั้งถึงกับมีการให้รางวัลแก่ผู้ที่ล่าหรือจับยิปซีได้ การล่านี้มีมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปลาย ศตวรรษที่๑๙
และในปี๑๙๓๓ นาซีขึ้นครองอำนาจก็เริ่มมีการฆ่าล้างชาวยิว คนผิวดำ พวกรักร่วมเพศ เรียกง่ายๆว่ากลุ่มคนต่างๆที่ฮิตเลอร์ไม่ต้องการก็ฆ่าล้างหมดแหละค่ะซึ่งก็รวมทั้งชาวยิปซีด้วยค่ะ เพียงแต่ว่าการกำจัดยิปซีเป็นนโยบายต่อเนื่องกันมา จริงๆชาวยิปซีก็โดนกีดกันเข่นฆ่ามาก่อนแล้ว.....เพียงแต่ยุคนาซีเรืองอำนาจนี่ยิ่งทำให้ถูกฆ่าล้างอย่างกว้างขวางและจริงจังมากขึ้นกว่าเดิม!
พวกเขาถูกนาซีขนส่งโดยรถไฟไปยังค่ายกักกันเอาชวิทส์อันเลื่องชื่อ ที่ค่ายกักกันนี้พวกเค้าต้องอยู่อย่างอดอยาก
และต้องใส่เสื้อผ้าที่มีรูปเครื่องหมายสามเหลี่ยมดำ ซึ่งหมายถึงผู้ที่เยอรมันไม่สมควรจะสังคมด้วย!
พวกผู้หญิงจะกลายเป็นหนูทดลองยา หลายคนถูกทำหมันโดยคิดว่าพวกเข้าไม่สมควรจะผลิตมนุษย์ออกมา
แต่หากว่าหญิงชาวยิปซีคนไหนแต่งงานกับชาวเยอรมันก็ต้องถูกจับทำหมันในภายหลังค่ะ
ไม่มีสถิติที่แน่นอนว่าจำนวนชาวยิปซีในยุโรปถูกฆ่าตายไปเท่าใดแต่จากที่ประมาณการ
๕๐๐,๐๐๐ ถึง๖๐๐,๐๐๐คน ส่วนใหญ่ตายในค่ายกักกันเอาชวิทส์
ปัจจุบันคาดว่ามีชาวยิปซีอยู่ในประเทศต่างๆประมาณ๑๕ ล้านคน
แต่ตัวเลขอาจจะไม่แน่นอนเพราะว่าชาวยิปซีไม่ยอมมาลงทะเบียนนั่นเอง






ผู้ใช้งานกว่า 90% ไม่ทราบว่าร่องเล็กๆบนเขียงไม้ มีไว้เพื่ออะไร?
4 ส่วนที่สกปรกที่สุดของหมู ที่คุณไม่ควรซื้อและรับประทาน
สนามบินที่มีขนาดเล็กที่สุด ที่ยังคงเปิดให้บริการอยู่จริงบนโลก
โซฟาตัวนี้ สร้างความงุนงงให้กับนักวิทยาศาสตร์ มานานกว่า 60 ปีแล้ว!!
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มีอำเภอเมืองเหมือนจังหวัดอื่น
นกเพียง 4 ชนิด ที่มีชื่อเป็นสัตว์ป่าสงวนของประเทศไทย
"คาร์โบไฮเดรตที่ดีที่สุดในโลก" ไม่ใช่ข้าวกล้อง...
สรรพคุณสุดทึ่ง: เมื่อ "ซอสมะเขือเทศ" เคยถูกวางขายในฐานะยาสารพัดนึก
ทึ่งทั่วโลก : "The Boneyard" หรือสุสานเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก
จาก "ขยะทะเล" สู่ "ราชาบนโต๊ะอาหาร": เมื่อล็อบสเตอร์เคยเป็นบทลงโทษสำหรับนักโทษในคุก
เรื่องจริงที่ชวนสับสน: เมื่อ "ไฟแช็ก" คือพี่ใหญ่ที่เกิดก่อน "ไม้ขีดไฟ" ถึง 3 ปี
รสชาติจากความขัดแย้ง: "แฟนต้า" เครื่องดื่มที่ถือกำเนิดในยุคนาซีเยอรมันเพราะวิกฤตสงคราม
สินค้าของป่านำเข้าของไทย ที่มีมูลค่ามากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง