หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เรื่องเหลือเชื่อ

โพสท์โดย ßαßỹ'ωαіі×★ยูสอง×

เป็นวันที่ผมจะต้องไปสอนหนังสือแก่นักศึกษาภาค กศ.บป.ที่สถาบันราชภัฎ บ้านสมเด็จเจ้าพระยา วิชาจริยธรรมทางธุรกิจ (Business Ethics) ซึ่งเป็นวิชาใหม่ที่จะสอนให้นักศึกษาภาควิชา บริหารธุรกิจ คณะวิทยาการจัดการ ได้เรียนรู้ถึงหลักการประกอบธุรกิจอย่างมีคุณธรรม เพื่อความสุขของสังคมที่อยู่ร่วมกัน

นักศึกษาเหล่านี้เป็นผู้อยู่ในวัยที่ทำงานหาเลี้ยงชีพด้วยตนเอง และมาเรียนภาคค่ำเพื่อปรับวุฒิของตนให้สูงขึ้น จะได้รับความรู้ใหม่ๆ เพื่อใช้ในการประกอบอาชีพของตนอย่างมีหลักเกณฑ์ต่อไป

และในวันนี้ ผมก็มีความจำเป็นที่จะต้องไปงานฌาปนกิจศพของ....คุณเสียง โหสกุล บิดาของไลออนเสรี โหสกุล อดีตผู้ว่าการไลออนส์สากล ภาค 310 E

ซึ่งในระยะนั้น ผมดำรงตำแหน่ง นายกสโมสรไลออนส์อิสรภาพ กรุงเพทฯ ซึ่งผมและไลออนเสรี โหสกุส จำเป็นที่จะต้องติดต่อกันเป็นประจำ ทั้งนี้เพราะสโมสรไลออนส์ เป็นสโมสรของผู้บำเพ็ญประโยชน์ มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกา ดำเนินงานเพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ที่ด้อยโอกาส และไม่สามารถที่จะช่วยเหลือตัวเองได้ เนื่องจากขาด แคลนทุนทรัพย์

สมาชิกของสโมสรไลออนส์จะช่วยสโมสรฯ ในการแข่งขันกันทำความดี ตามนโยบายของสโมสรไลออนส์สากล เช่น ช่วยกันจัดกิจกรรมหาทุน นำเงินที่ได้มาเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหาร และบำเพ็ญประโยชน์ ไม่มีการแสวงหากำไร ช่วยผู้ยากไร้ด้วยความสมัครใจ นายกสโมสร และคณะกรรมการบริหารตำแหน่งต่างๆ ดำรงตำแหน่งอยู่ได้เพียง 1 ปี ก็จะต้องครบวาระ ผลัดให้สมาชิกคนอื่น ที่มีความรู้ความสามารถ ขึ้นมา บริหารงานแทน

ทุกสโมสรฯ จะเริ่มดำเนินงานจากเงินทุนบริจาคของสมาชิกเพียงเล็กน้อย แต่ด้วยความรู้ความสามารถของนายกสโมสร และเพื่อนสมาชิก ที่ได้ช่วยกันจัดกิจกรรมหาทุนเพียงปีละ 2 ครั้ง ก็มีเงินทุนเพียงพอที่จะใช้บริหารงาน และดำเนินกิจกรรมช่วยเหลือผู้อื่นที่ยากไร้ และด้อยโอกาสกว่าตน

ผลจากการแข่งขันกันกระทำความดี จะต้องทำเป็นรายงานกิจกรรม เสนอไปยังผู้ว่าการภาค และสโมสรไลออนส์สากล ที่เมืองโอ๊คปรู๊ค สหรัฐอเมริกา เป็นประจำทุกเดือน และผลของการกระทำความดีหากเข้าตากรรมการ ก็จะได้รับรางวัลเกียรติยศ และจัดพิธีมอบให้อย่างเป็นทางการ

ซึ่งผู้ได้รับโล่รางวัลเหล่านี้ ถือเป็นความภาคภูมิในใจผลสำเร็จของงาน ภายใต้การบริหารของตนตลอดระยะเวลา 1 ปี

a8a8a8a8a8a8a8a8a8a

พลับพลาพิมพวดี

งานฌาปนกิจศพคุณพ่อของไลออนเสรี โหสกุล ครั้งนี้ ได้สร้างความแปลกใจให้แก่ผมเป็นอย่างมาก เพราะเป็นการฌาปนกิจศพ พร้อมกัน 2 ศพ

ศพหนึ่งคือ คุณเสียง โหสกุล ผู้เป็นบิดาของไลออนเสรีฯ

ส่วนอีกศพหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ใกล้ชิดกันเป็นศพเด็กผู้หญิง อายุประมาณ 9 ปี ซึ่งเป็นบุตรสาวของคุณเสียงฯ และเป็นน้องสาวของไลออนเสรี โหสกุล

เธอชื่อ....พิมพวดี

เมื่อเวลาประมาณ 5-6 ปีที่ผ่านมา ผมได้เคยไปร่วมงานฌาปนกิจศพที่วัดมกุฎกษัตริยาราม หลายครั้ง และเมื่อเดินผ่านประตูทางเข้าวัดไปสู่เมรุ ศาลาตั้งศพศาลาแรกด้านขวามือ

รูปด.ญ.พิมพวดี โหสกุล ภายในศาลา

จะเห็นเป็นศาลาที่ค่อนข้างแปลกเพราะภายในที่บรรจุรูปของผู้บริจาคสร้างศาลา ได้ทำเป็นเสมือนวิมานบนสรวงสวรรค์ มีรูปของเด็กหญิงหน้าตาหน้ารักประดิษฐานอยู่ในวิมานนั้นศาลานี้ชื่อว่า พลับพลาพิมพวดี

ศาลาตั้งศพนี้ สร้างความแปลกในให้แก่ผมก็คือ รูปผู้สร้างศาลาแทนที่จะเป็นผู้สูงอายุ ซึ่งบรรดาลูกหลานได้สร้างให้แก่บรรพบุรุษที่ได้ล่วงลับไปแล้วเพื่อเป็นอนุสรณ์

กลับกลายเป็นรูปของเด็กหญิงที่หน้าตาน่ารักสถิตอยู่ในวิมาน.... แสดงว่าเธอเป็นที่รักของครอบครัว และผู้สร้างศาลาแห่งนี้จะต้องเป็นผู้มีฐานะดี.... มีความรู้ความเข้าในในศิลปวัฒนธรรมไทยเป็นอย่างดีเยี่ยม....

จึงสร้างศาลาได้อย่างสวยงามมีคุณค่ามาก พลับพลาพิมพวดีแห่งนี้ ....ได้อยู่ในความทรงจำของผมตลอดมา ....

จนกระทั่งอยู่มาวันหนึ่ง ผมได้มีโอกาสอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง ซึ่งเป็นหนังสือที่ได้รวบรวมเหตุการณ์เกี่ยวกับจิตวิญญาณ สิ่งลี้ลับ กฎแห่งกรรม....ตายแล้วมาเกิดใหม่

และมีอยู่เรื่องหนึ่ง คือ พิมพวดี สื่อวิญญาณ โดยมีสาระสำคัญว่า วิญญาณของเด็กหญิงพิมพวดีที่ล่วงลับไปแล้วในชาตินี้ ไม่ไปเกิดใหม่ แต่ยังคงวนเวียนอยู่ในโลกทิพย์

และได้มาช่วยรักษาอาการเจ็บป่วยทางสมองของนายแพทย์ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระ จังหวัดภูเก็ต ซึ่งในชาติก่อนนั้นเป็นบิดาของเธอเคยรับราชการในรัชกาลที่ 3 ทำหน้าที่เป็นผู้คุมนักโทษ ที่เรียกว่า ราชมัล” เป็นคนลงโทษนักโทษ ทรมานนักโทษ และประหารชีวิตนักโทษ

แม้จะอ้างว่าเป็นการกระทำตามหน้าที่ หาได้รับการยกเว้นจากกฎแห่งกรรม.... และแรงอาฆาตจองเวรจากผู้ที่ต้องเสียชีวิตจากการกระทำนั้นไม่....

ในชาตินี้ คุณหนูพิมพวดี ได้มาเกิดในครอบครัวของตระกูลโหสกุลบิดา คือ....นายเสียง โหสกุล และมารดา คือ นางสมพร พัฒนวิบูลย์ โดยมีพี่น้องรวมกัน 5 คน คือ

1. นายเสรี โหสกุล สมรสกับ นางสาวธนิดา โกมลารชุน มีบุตร 2 คน คือ นายพีระศักดิ์ โหสกุล และนายสุทธิศักดิ์ โหสกุล

2. นายวัฒนา โหสกุล สมรสกับ นางสาวลินดา สเวนเช่น มีบุตร และบุตรตรี 2 คน คือ นายแอนดรู โหสกุล และนางสาวเจสสิก้า โหสกุล

3. นายถาวร โหสกุล สมรสกับ นางสาวคัทลียา ขันธทัต มีบุตร 3 คน คือ นายคธาวุฒิ โหสกุล นายโอฬาริก โหสกุล และนายปองพล โหสกุล

4. นายวันชัย โหสกุล สมรสกับ นางสาวประวิสสร บัวจรูญ มีบุตรีและบุตร 3 คน คือ นางสาวปริญดา โหสกุล นางสาวรสวรรณ โหสกุล และนายศิขัณฑ์ โหสกุล

5. เด็กหญิงพิมพวดี โหสกุล (ถึงแก่กรรมตั้งแต่เยาว์วัย อายุได้ 9 ปี 9 เดือน)

คุณเสียง โหสกุล

คุณเสียง โหสกุล บิดาในชาตินี้ของ เด็กหญิงพิมพวดีฯ ได้เริ่มต้นชีวิตโดยเป็นครูสอนภาษาจีนที่โรงเรียน มีนประสาท มีนบุรี และได้รู้จักกับคุณครูสมพร พัฒนวิบูลย์ ซึ่งเป็นครูสอนภาษาไทย หลังจากที่ได้รู้จักชอบพอกันระยะหนึ่ง จึงได้ประกอบพิธีมงคลสมรสกันในปี พ.ศ. 2482

ทั้งสองจึงได้ลาออกจากเป็นครูเพื่อไปช่วยงานที่บ้านคุณปู่ ซึ่งประกอบกิจการค้าเป็นครอบครัวใหญ่ที่คุณเสียงและภรรยาต้องทำงานหนัก เนื่องจากมีญาติพี่น้องและคนงานที่จะต้องดูแลไม่น้อยกว่า 30 คน ทั้งสองนึกถึงอนาคตที่จะต้องเลี้ยงดูลูกๆ จึงขอแยกครอบครัวออกมาจากบ้านคุณปู่เพื่อทำการค้าขายตามลำพัง เพื่อสร้างฐานะให้มั่นคง โดยมีเงินสดติดตัวมาเพียง 500 บาท ไปอาศัยอยู่กับน้าชายประกอบกิจการขายน้ำมันหล่อลื่น บริเวณตึกแถวข้างวัดสระเกศ ถนนบำรุงเมือง โดยนำเครื่องทองของหมั้นของภรรยาออกขายเป็นทุน

กิจการเริ่มดีขึ้น จึงได้ย้ายกิจการมาอยู่ที่ตึกแถว 2 ชั้นแห่งใหม่ บริเวณรมคลองโอ่งอ่าง หลังภูเขาทอง วัดสระเกศ ในช่วงที่ย้ายไปใหม่ๆ ร้านของคุณเสียงฯ ยังไม่มีชื่อ

แต่เนื่องจากที่ตั้งของร้านอยู่ตรงข้ามกับทางเข้ากุฎีของท่านเจ้าคุณ เจ้าอาวาสวัดสระเกศ (ภายหลังได้รับโปรดเกล้าฯ สถาปนาสมณศักดิ์ที่ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (อยู่ ญาโณทัย) และเป็นสมเด็จ พระอริยวงศาคตญาณฯ สมเด็จพระสังฆราชญาโณทัยมหาเถระในที่สุด)

คุณเสียง และภรรยา จึงได้มีโอกาสเข้าไปกราบนมัสการท่านอยู่บ่อยๆ และท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ ก็ได้ให้ความเอ็นดูแก่ครอบครัวโหสกุลเป็นอย่างมาก ทั้งยังกรุณาตั้งชื่อร้านให้ว่า เสรีวัฒนา” ซึ่งเป็นการนำชื่อของบุตรชายสองคนแรก มาตั้งเป็นนามมงคล แก่กิจการของครอบครัวตลอดมา

อาคารเสรีวัฒนา เดิม

ในปี พ.ศ. 2489 ภายหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้สงบลงแล้ว ประมาณ 1 ปี

ครอบครัวโหสกุล ได้ย้ายมาเซ้งตึกแถวสี่ชั้น ที่หัวมุมถนนหลวงกับถนนมิตรพันธ์ ฝั่งตรงข้ามกับโรงเรียนวัดเทพศิรินทร์ ซึ่งแต่เดิมเป็นที่ตั้งของห้างฝรั่งชาติเยอรมัน

โดยยังคงนำชื่อ เสรีวัฒนา” มาเป็นชื่อร้านใหม่นี้ด้วย

ในปี พ.ศ. 2493 จึงได้กำเนิดบุตรสาวคนสุดท้อง โดยตั้งชื่อให้เธอว่า พิมพวดี

ในปี พ.ศ. 2503 ความเศร้าโศกครั้งยิ่งใหญ่ได้มาเยี่ยมเยียนตระกูลโหสกุล

โดยบุตรสาวคนเล็กที่ชื่อ พิมพวดี ซึ่งเป็นที่รักของทุกคนในครอบครัวได้เสียชีวิตเพราะเป็นไข้เลือดออก ที่โรงพยาบาลศิริราช ด้วยวัยเพียง 9 ปี 9 เดือน

ซึ่งก่อให้เกิดความโศกเศร้าเสียใจให้แก่คุณเสียง และคุณสมพร โหสกุล เป็นอย่างมาก เพราะเป็นบุตรีคนเดียวและจากไปตั้งแต่อายุยังน้อย คุณเสียงฯมีความเสียใจมากถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับ เห็นรูปของลูกสาวสุดที่รักคราวใดเป็นต้องร้องไห้โฮ

หรือถ้าหากใครเผลอเอ่ยถึงบุตรสาวคนนี้ทีไร คุณเสียงฯ เป็นต้องปล่อยโฮทุกครั้งไป

เพื่อลดความอาลัยอาวรณ์ คุณเสียงฯถึงกับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้เวลาว่าง จากที่เคยออกไปฟังเพลง เต้นรำ หรือดูโทรทัศน์ที่บ้าน กลับไปเรียนภาษาอังกฤษแทน นับตั้งแต่การเรียนขั้นพื้นฐานด้วยตนเอง

ต่อมาจึงไปเรียนกับอาจารย์เสนาะ ตันบุญยืน และภรรยา คือแหม่มไอรีน และเรียนการอ่าน – เขียน ภาษาอังกฤษกับครูชาวอเมริกัน (MrVance MBuamgartner) ที่ได้มอบหมายงานการบ้านให้คุณเสียงทำครั้งละมาก ๆ เพื่อให้ลืมความโศกเศร้า

จนกระทั่งสามารถสนทนากับชาวต่างประเทศได้ และเขียนจดหมายภาษาอังกฤษ โต้ตอบกับบรรดาตัวแทนในต่างประเทศได้เป็นอย่างดี

ในช่วงแห่งความเศร้าโศกเสียใจ ด้วยการจากไปอย่างไม่มีวันกลับขอบบุตรีเพียงคนเดียว ทำให้คุณเสียงฯ เกิดความคิดที่จะต้องสร้างถาวรวัตถุขึ้นเป็นอนุสรณ์

จึงได้ไปเข้าเฝ้าเจ้าประคุณสมเด็จพระสังฆราช (จวน อุฏฐายี) เจ้าอาวาสวัดมกุฎกษัตริยาราม (ในขณะนั้น) กราบทูลว่า มีความประสงค์จะหาที่ในบริเวณวัดที่เหมาะๆ สร้างศาลาสักหลักหนึ่ง เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้ลูกสาว และถวายวัด ไว้สำหรับตั้งศพของบรรดาญาติโยมทั่วไป

ซึ่งท่านได้ให้การสนับสนุน โดยทรงอนุญาตให้รื้อกุฎีหลังหนึ่ง ที่ตั้งอยู่ข้างอาคารสำนักงานผลประโยชน์ของวัดเป็นสถานที่ก่อสร้างศาลา

โดยใช้ขื่อว่า พลับพลาพิมพวดี” ดังที่ปรากฏอยู่จนทุกวันนี้

ด้วยความตั้งใจที่จะสร้างอนุสรณ์สถานของบุตรสาวให้สวยที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้

จึงได้มอบหมายให้ อาจารย์ น.ต. สมภพ ภิรมย์ สถาปนิกชื่อดังในขณะนั้น เป็นผู้ออกแบบศาลาทรงไทยประยุกต์ ซึ่งท่านก็ได้กรุณาออกแบบและควบคุมตรวจงานด้วยตนเองอย่างใกล้ชิด งานก่อสร้างได้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีตามที่คุณเสียงฯ คาดหวังไว้

ในส่วนของการตกแต่งภายในนั้น ด้านผนังทึบกรุด้วยหินอ่อน ตรงกลางผนังประดับด้วยวิมานทรงไทย ทำด้วยไม้สักแกะสลักลงรักปิดทองคำเปลว ตั้งอยู่เหนือแท่นหินอ่อนภายในวิมานได้ตั้งรูปถ่ายของบุตรสาวสุดที่รัก พร้อมพานพุ่ม และเครื่องบูชา

สำหรับงานแกะสลักตัววิมานนั้น ทั้งคุณเสียง และคุณสมพรฯ ได้ใช้ความเพียรพยายามสืบเสาะหาช่างแกะสลักที่มีฝีมือเป็นเลิศมาสร้าง และช่างที่ได้ชื่อว่ามีฝีมือเป็นเลิศที่ได้เลือกสรรมานั้น กว่าจะทำงานได้เสร็จสมบูรณ์เป็นที่ถูกใจ ต้องลงมือทำงานถึง 3 ครั้ง 3 ครา การก่อสร้าง พลับพลาพิมพวดี” จึงได้เสร็จสิ้นลงในราวปลายปี พ.ศ. 2504

นับตั้งแต่นั้นมาบรรดาญาติ ๆ พี่น้องของตระกูล โหสกุล” จะร่วมกันไปทำบุญให้น้องสาวคนสุดท้องเป็นประจำปีละ 2 ครั้ง คือ ทุกวันที่ 25 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิด และทุกวันที่ 2 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันคล้ายวันที่เด็กหญิงพิมพวดีเสียชีวิต และคุณเสียงฯ จะส่งคนไปทำความสะอาดใหญ่ล่วงหน้าหนึ่งวันก่อนวันทำบุญทุกครั้งไม่เคยขาด

กิจการค้าของคุณเสียงฯ เจริญก้าวหน้าขึ้นมาตามลำดับ นับตั้งแต่กิจการค้าน้ำมันเครื่องยนต์ มาเป็นบริษัทตัวแทนจำหน่ายอะไหล่เครื่องยนต์ และร่วมลงทุนกับหุ้นส่วนชาวญี่ปุ่นทำการผลิตชิ้นส่วนเครื่องยนต์ เพื่อป้อนโรงงานประกอบเครื่องยนต์ในประเทศ

เมื่อได้รับการส่งเสริมการลงทุนเรียบร้อยแล้ว กิจการในเครือ เสรีวัฒนา ได้ทยอยเปิดดำเนินกิจการติดต่อกันมา คือ

บริษัท ไดน่าเมททอล จำกัด เปิดดำเนินกิจการเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2517บริษัท อ๊าร์ท – เสรีนา ปิสตันบริษัท เชอร์รี่ เสรีนา จำกัด (เดิมชื่อ ชีน่า แก๊สเก็ต)บริษัท เอ็น ที อาร์ จำกัดบริษัท T.R.W.FUJI CoLtd

โดยมี บริษัท เสรีวัฒนาอุตสาหกรรม จำกัด ซึ่งคุณเสียง โหสกุลเป็นประธาน เป็นบริษัทแม่ฝ่ายไทย และบุตรชายทั้งสี่คน ได้เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงที่สำคัญ ในการบริหารงานร่วมกับหุ้นส่วนจากต่างประเทศ

ด้วยวิสัยทัศน์อันกว้างไกล และด้วยประณิธานอันแรงกล้าที่จะสร้างรากฐานของครอบครัวให้มั่นคงไว้ให้แก่ลูกหลาน ตลอดระยะเวลาอันยาวนาน คุณเสียงไม่เคยหยุดคิด หยุดทำ

จวบจนวาระสุดท้ายของชีวิต คุณเสียงฯ บิดาในชาตินี้ของ ดญ.พิมพวดี โหสกุลก็ได้ถึงแก่กรรมด้วยโรคชรา เมื่อวันจันทร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2544 รวมอายุได้ 84 ปี 11 เดือน 6 วัน

ข้อความต่อจากนี้ เป็นคำบอกเล่าของ....

นายแพทย์อาจินต์ บุณยเกตุ อดีตแพทย์ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลวชิระ จังหวัดภูเก็ต บิดาของ ด.ญ.พิมพวดี ในอดีตชาติ (สมัยรัชการที่ 3 ) และได้กลับมาเกิดใหม่ในชาตินี้ ทั้งสองคน

แต่ ด.ญ.พิมพวดี ได้กลับมาเกิดใหม่เป็นบุตรสาวของคุณเสียงฯ และได้เสียชีวิตตั้งแต่เยาว์ แต่วิญญาณของเธอยังไม่ได้ไปเกิดในภพใหม่ ยังคงวนเวียนอยู่ในโลกทิพย์

และวิญญาณของเธอได้มาช่วยนายแพทย์อาจินต์ บุณยเกตุ เมื่อครั้งต้องผ่าตัดประสาทสมอง ซึ่งต้องทนทุกข์ทรมานมานานกว่า 10 ปี

เป็นอุทาหรณ์ให้คนสมัยใหม่ ที่ไม่มีความเชื่อในบาป บุญ คุณโทษ กระทำผิดไร้จริยธรรมก็ไม่มีใครเห็น ไม่มีใครลงโทษได้ ตายแล้วสูญ ไม่ต้องชดใช้กรรมที่เกิดขึ้น

สิ่งที่ท่านคิด อาจไม่ถูกต้อง ยากที่จะแก้ไขถ้ายังมีมิจฉาทิฐิ เห็นผิดเป็นชอบ....

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ßαßỹ'ωαіі×★ยูสอง×'s profile


โพสท์โดย: ßαßỹ'ωαіі×★ยูสอง×
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ทุกอำเภออยู่ติดฝั่งทะเลและชายแดนทำไมคุณไม่ควรใส่เกลือ เมื่อเริ่มเคี่ยวกระดูก?ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลกอำเภอที่อยู่ไกลจากตัวจังหวัดที่สุดเมืองโบราณลึกลับในตำนาน ที่อยู่ในเขตพื้นที่ของประเทศกัมพูชาก้าวแรก!ส่งจรวดดาวเทียมฝีมือคนไทยสู่กระสวยอวกาศแต่พลาดยกเลิกข้อความไม่ได้ไม่ใช่เครื่องพัง แต่เพราะ “หมดเวลา” ไขข้อสงสัย LINE ปี 2569 ที่คนใช้ไลน์ทุกคนควรรู้มหากาพย์ "ทวีปมู" อาณาจักรแม่ที่สาบสูญกับความลับใต้ผืนน้ำแปซิฟิกหลังจากใช้ชีวิตอยู่ในถ้ำ นักธรณีวิทยาก็ได้ค้นพบสาขาชีววิทยาใหม่โดยไม่ตั้งใจเหอเจียจิ้ง อดีตซูเปอร์สตาร์วัย 66 ปี ทำแฟนคลับตกใจหลังเผยคลิปเข้ารับการรักษา จนหน้าเปลี่ยนสี ก่อนออกมาไลฟ์ชี้แจง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ทุกอำเภออยู่ติดฝั่งทะเลและชายแดน5 ธุรกิจเสือนอนกิน ที่คุณก็เริ่มได้"ใบเฟิร์น พัสกร" สวยไม่เกรงใจใคร..หลายคนจำแทบไม่ได้ขยี้ตาซ้ำ! เปิดโพย 26 ชื่อ-นามสกุลไทยสุดพีค ไวรัลสะเทือนทะเบียนราษฎร์ที่มีอยู่จริงบทพิสูจน์นักรบแห่งอเมซอน พิธีกรรมมดกระสุน ความเจ็บปวดที่โลกต้องจารึกอำเภอไหนในอีสาน ที่พูดภาษากลางชัดเป๊ะที่สุด?
ตั้งกระทู้ใหม่