หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post แชร์ลิ้ง
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

สุริยุปราคาบางส่วน 15 มกราคม 2553

โพสท์โดย พู่กันสีหมอก ●•๋●๑๑•۩۞۩

สุริยุปราคา 15 มกราคม 2553

รูปที่ 1 : ภาพสุริยุปราคาวงแหวน (ภาพซ้าย) ภาพสุริยุปราคาบางส่วน (ภาพขวา)   

        

          สุริยุปราคาวงแหวนครั้งนี้ มีเส้นทางของแนวคราสวงแหวนกว้างกว่า 300 กิโลเมตร และเป็นระยะทางยาวกว่า 12,900 กิโลเมตร  ตลอดเส้นทางของแนวคราสใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง 45 นาที  โดยแนวคราสดังกล่าวพาดผ่านผิวโลกคิดเป็นพื้นที่ประมาณร้อยละ 0.87 ของพื้นผิวโลกทั้งหมด  บางส่วนของแนวคราสวงแหวนได้เริ่มต้นที่ทวีปแอฟริกา  ผ่านประเทศชาด  ประเทศสาธารณรัฐแอฟริกากลาง ประเทศสาธรณรัฐประชาธิปไตยคองโก  ยูกันดา เคนยาและโซมาเลีย  แล้วออกจากทวีปแอฟริกาเข้าสู่มหาสมุทรอินเดีย และที่ตำแหน่งละติจูด 1 องศา 37 ลิปดาเหนือ  ลองจิจูด 69 องศา 17 ลิปดาตะวันออก ในมหาสมุทรอินเดียจะเป็นตำแหน่งที่เกิดสุริยุปราคานานที่สุด คือ 11 นาที 8 วินาที  หลังจากนั้นจะผ่านเข้าสู่ทวีปเอเชีย  ผ่านบังกลาเทศ  อินเดีย พม่าและเข้าสู่ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน  สำหรับปรากฏการณ์สุริยุปราคาบางส่วนสามารถมองเห็นได้เป็นบริเวณกว้างตามบริเวณที่เงามัวของดวงจันทร์พาดผ่าน  เช่น ยุโรปตะวันออก  ทวีปแอฟริกา  เอเชียและประเทศอินโดนิเซีย
 

รูปที่ 2 แสดงแนวคราสวงแหวนพาดผ่านทวีปเอเชีย 15 มกราคม 2553
(ที่มา : http://sunearth.gsfc.nasa.gov/eclipse.html)

            การเกิดสุริยุปราคาครั้งนี้  เป็นผลมาจากที่โลกเข้ามาอยู่ในตำแหน่งใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุด (perihelion) ในวันที่ 3 มกราคม  ทำให้มองเห็นขนาดปรากฏของดวงอาทิตย์ใหญ่มากกว่าปกติ  ในขณะเดียวกันดวงจันทร์ก็เคลื่อนไปอยู่ที่ตำแหน่งห่างจากโลกมากที่สุด (apogee) ในวันที่ 17 มกราคม  ทำให้มองเห็นขนาดปรากฏของดวงจันทร์เล็กกว่าปกติ  แล้วเมื่อดวงอาทิตย์  ดวงจันทร์และโลกมาอยู่แนวเดียวกันในวันที่ 15 มกราคม 2553  ดวงจันทร์จึงมีขนาดปรากฏเล็กกว่าดวงอาทิตย์และบังดวงอาทิตย์ไม่มิดทั้งดวง  แต่จะมองเห็นดวงอาทิตย์สว่างเป็นวงแหวนโดยมีดวงจันทร์มืดอยู่ตรงกลาง  จากปัจจัยหลายอย่างที่กล่าวมามีผลต่อลักษณะและความยาวนานของคราสที่พาดผ่านผิวโลกทั้งสิ้น

 

 

รูปที่ 3 แผนภาพแสดงการเกิดสุริยุปราคาแบบต่างๆ
(ที่มา : http://en.wikipedia.org)

 

 


รูปที่ 4 แผนที่แสดงปริมาณเมฆเฉลี่ย (คิดเป็น %) ในวันที่ 15 มกราคม 2553
(ที่มา : http://xjubier.free.fr/en/site_pages/solar_eclipses)

            สำหรับประเทศไทยจะเห็นเป็นสุริยุปราคาบางส่วน  และสามารถเห็นได้ทุกภูมิภาค  โดยแต่ละภูมิภาคจะเห็นปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นในเวลาที่แตกต่างกัน  ที่กรุงเทพฯ นั้นดวงจันทร์จะเริ่มเคลื่อนเข้าสู่สัมผัสที่ 1 ในเวลาประมาณ 14.00 น.  และสิ้นสุดเหตุการณ์ในเวลา 16.58 น. ปรากฏการณ์สุริยุปราคาบางส่วนในครั้งนี้จะเกิดนานที่สุดในภาคเหนือ  คือ  ประมาณ 3 ชั่วโมง 6 นาทีที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน  โดยดวงอาทิตย์จะถูกดวงจันทร์บดบังมากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 77 ของพื้นที่ดวงอาทิตย์

ตารางแสดงเวลาที่เกิดสุริยุปราคาบางส่วนในประเทศไทย
 15 มกราคม 2553
 

รูปที่ 5 แผนที่แสดงการเกิดสุริยุปราคาในแต่ละพื้นที่ของประเทศไทย  วันที่ 15 มกราคม 2553

 

การชมปรากฏการณ์สุริยุปราคาอย่างปลอดภัย

            การมองดูดวงอาทิตย์โดยตรงด้วยตาเปล่าหรือมองผ่าน viewfinder ของกล้องถ่ายรูป  กล้องส่องทางไกล  หรือกล้องดูดาว  ต่างทำให้ตาบอดได้ทั้งสิ้น  แม้จะเป็นเพียงเสี้ยวบางๆของดวงอาทิตย์หรือปรากฏการณ์ลูกปัดของเบลีย์ (Baily’s beads) ในช่วงที่เกิดสุริยุปราคาเต็มดวงก็ตาม  โดยร้อยละ 1 ของผิวดวงอาทิตย์ก็ยังมีความสว่างถึง 1 หมื่นท่าของความสว่างของดวงจันทร์วันเพ็ญ  ดังนั้น การสังเกตการณ์สุริยุปราคาเป็นสิ่งที่ต้องกระทำด้วยความระมัดระวังเป็นอย่างมาก  ทั้งนี้เพราะแสงจากดวงอาทิตย์ที่จ้าเกินไป อาจทำลายระบบการมองเห็นของเราจนกระทั่งตาบอดได้ เราจะสามารถมองดวงอาทิตย์ด้วยตาเปล่าได้เฉพาะขณะที่เกิดสุริยุปราคาเต็มดวงแล้วเท่านั้น ส่วนในช่วงระหว่างที่กำลังจะเกิดสุริยุปราคาเต็มดวง  หรือสุริยุปราคาแบบวงแหวน  หรือสุริยุปราคาบางส่วน  เราจะต้องอาศัยอุปกรณ์ช่วยในการสังเกตดวงอาทิตย์ อุปกรณ์เหล่านี้อาจเป็นอุปกรณ์ที่เราทำได้เองอย่างง่ายๆ ทั้งอุปกรณ์ที่ใช้สังเกตโดยอ้อมและโดยตรง  อุปกรณ์ที่ใช้สังเกตโดยอ้อม เช่น การสังเกตสุริยุปราคาผ่านกล้องรูเข็มหรือการฉายภาพดวงอาทิตย์จากกล้องสองตาหรือกล้องโทรทรรศน์ลงบนฉากรับภาพ
 

รูปที่ 6 แสดงการฉายภาพดวงอาทิตย์ผ่านกล้องโทรทรรศน์
(ที่มา : http://sunstopper.wordpress.com)

            การใช้กล้องรูเข็ม (pinhole projection method)  เมื่อแสงจากดวงอาทิตย์ผ่านกล้องรูเข็ม  จะเกิดภาพของดวงอาทิตย์ลักษณะหัวกลับอยู่ข้างหลังกล้องรูเข็ม  ถ้านำกระดาษแข็งสีขาวมาเป็นฉากรับภาพ  เราจะมองเห็นภาพของดวงอาทิตย์ไปปรากฏบนฉาก  ถ้าฉากรับภาพอยู่ใกล้รูเข็ม  จะได้ภาพขนาดเล็กสว่างมากและมีขอบภาพคมชัด  แต่ถ้าฉากรับภาพอยู่ไกลออกไปจากรูเข็ม  จะเห็นภาพดวงอาทิตย์ขนาดใหญ่ขึ้น  แต่ขอบภาพจะมัวและภาพสว่างน้อยลง  ข้อควรระวัง  คือ   ห้ามมองดูดวงอาทิตย์ผ่านรูเข็มโดยตรง  แต่ให้มองภาพของดวงอาทิตย์จากฉากรับภาพเท่านั้น  นอกจากนี้ หากมีต้นไม้อยู่ใกล้ๆและมีใบ  ช่องว่างระหว่างใบไม้จะทำหน้าที่เหมือนรูเข็ม  เมื่อแสงดวงอาทิตย์ส่องผ่านช่องระหว่างใบไม้แล้วไปตกบนพื้นหรือผนัง  ก็จะปรากฏภาพดวงอาทิตย์เว้าแหว่งบนพื้นหรือผนังด้วย

รูปที่ 7 แสดงการฉายภาพดวงอาทิตย์ผ่านกล้องรูเข็ม
(ที่มา : http://www.flickr.com)
 
 

รูปที่ 8 แสดงการฉายภาพดวงอาทิตย์ผ่านช่องว่างระหว่างใบไม้ ซึ่งทำหน้าที่เป็นกล้องรูเข็มในธรรมชาติ
(ที่มา : สุริยุปราคาบางส่วน 22 กรกฎาคม 2552 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี)

            ส่วนอุปกรณ์ที่ใช้สังเกตการณ์โดยตรงจะต้องสร้างหรือใช้ด้วยความระมัดระวัง เช่น แผ่นซีดี ดีวีดี  กระจกหรือแก้วรมควันสม่ำเสมอจนเป็นสีดำสนิท ฟิล์มกรองแสงรถยนต์ที่ซ้อนกันหลายๆชั้นจนมืดสนิท หรือฟิล์มถ่ายรูปที่เสียแล้วและมืดสนิทนำมาซ้อนกันหลายชั้น  หรืออุปกรณ์มาตรฐานที่มีจำหน่าย  เช่น  แผ่นกรองแสงอาทิตย์แบบต่างๆ  โดยแผ่นกรองแสงแต่ละประเภทจะให้ภาพของดวงอาทิตย์ที่แตกต่างกัน  แต่ไม่ว่าจะใช้อุปกรณ์แบบใด ก็พึงระลึกไว้เสมอว่า  การสังเกตการณ์ดวงอาทิตย์ต้องทำด้วยความระมัดระวัง  และห้ามดูดวงอาทิตย์ด้วยตาเปล่าเป็นอันขาด

                                       

รูปที่ 9 แสดงการใช้อุปกรณ์สังเกตการณ์สุริยุปราคาอย่างปลอดภัย

เรียบเรียงโดย : ทวิจรัส สาโรชสกุลชัย
สำนักบริการวิชาการและสื่อสารทางดาราศาสตร์
สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
1http://eclipse.gsfc.nasa.gov/SEmono/ASE2010/ASE2010.html
2. http://www.mreclipse.com/Totality/TotalityCh11.html
3. 
http://xjubier.free.fr/en/site_pages/eclipses.html
4. 
http://eclipse.gsfc.nasa.gov/eclipse.html
5. http://en.wikipedia.org

 

ที่มาจาก http://www.narit.or.th/index.php?option=com_content&task=view&id=494

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เมืองทองอ่วมหนัก! ระดับน้ำขึ้นสูง จนเกือบจะท่วมรถยนต์ของประชาชนแล้วตะขาบยักษ์ ‘ตะบองพลำ’ลำตัวยาว ขนาด 18 เมตร ที่สูญพันธุ์ไปช่วงราวๆรัชกาลที่ 5 มีอยู่จริงหรือไม่?"จุรินทร์" ประกาศความพร้อม มั่นใจเลือกตั้งเที่ยวหน้า "ประชาธิปัตย์คัมแบคแน่นอน"อุทาหรณ์หมอเตือน ก้างติดคอ ห้ามกลืนข้าวเหนียวหรือกล้วยตามเด็ดขาด ทำให้ก้างยิ่งปักลึก เสี่ยงติดเชื้อ !พี่พลาดแล้ว!สาวงง ธนาคารบุกรื้อบ้านจนเกลี้ยง แล้วติดป้ายขาย สุดท้ายธนาคารหงายเงิบ! เข้ารื้อบ้านผิดหลัง“งูเหลือม" งูร้ายแม้ไร้พิษชาวเน็ตแห่กดไลน์! ดีเจต้นหอม สุดปั่น คัพเวอร์เป็นคุณแม่แตงโม เหมือนเป๊ะจนนึกว่าตัวจริงทัวร์ลงยับ จอดรถคันเดียวควบ2ช่อง จดหมายปริศนา ลั่น จอดรถแบบนี้ซื้อควายขี่เถอะ !!ประยุทธ์ คัมแบ็ก !! แนะถ้าน้ำท่วมทำไฟฟ้า-โทรศัพท์ล่ม ให้ใช้วิทยุทรานซิสเตอร์เหมือนปี 54"เอ๋ เชิญยิ้ม"เดือดจัด หลังลูกสะใภ้และกลุ่มเพื่อนของลูกชาย นำรูปลูกชาย ไปถ่ายล่าท้าผี จนเกิดดราม่าถูกด่าว่าหากินกับลูกชาย
ตั้งกระทู้ใหม่