จีนคงดอกเบี้ยเงินกู้เดือนที่ 17 เศรษฐกิจโต 4.5% สะท้อนอะไร? เจาะสัญญาณเศรษฐกิจโลกปี2569
เศรษฐกิจจีนกลับมาเป็นที่จับตาของตลาดโลกอีกครั้ง หลังธนาคารกลางจีนคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้อ้างอิง Loan Prime Rate LPR ในเดือนตุลาคม 2569 ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 17 ท่ามกลางตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ GDP ไตรมาส 3 ที่ขยายตัว 4.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ธนาคารกลางจีน หรือ PBOC คงอัตราดอกเบี้ย LPR ระยะ 1 ปีไว้ที่ 3.00% และ LPR ระยะ 5 ปีไว้ที่ 3.50% ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังเศรษฐกิจไตรมาส 3 เติบโตดีขึ้นจาก 4.3% ในไตรมาส 2
การคงดอกเบี้ยไม่ได้หมายความว่าจีนไม่มีปัญหาเศรษฐกิจให้ต้องแก้ไขเพราะเบื้องหลังตัวเลขการเติบโตยังมีความแตกต่างระหว่างภาคการผลิตและการส่งออกที่แข็งแกร่ง กับภาคอสังหาริมทรัพย์และความต้องการบริโภคภายในประเทศที่ยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึง คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงเศรษฐกิจจีนโตเท่าไร แต่คือการเติบโตครั้งนี้แข็งแรงและยั่งยืนเพียงใดและจะส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกกับประเทศไทยอย่างไร
1. เปิดตัวเลขเศรษฐกิจจีน ไตรมาส 3 ปี 2569
ข้อมูลเบื้องต้นจากสำนักงานสถิติแห่งชาติจีนระบุว่า GDP ของจีนในไตรมาส 3 ขยายตัว 4.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่การเติบโตสะสมในช่วง 9 เดือนแรกของปีอยู่ที่ 4.6% ตัวเลขสำคัญที่ช่วยให้เห็นภาพเศรษฐกิจจีนมีดังนี้
| ตัวชี้วัด | ผลล่าสุด |
|---|---|
| GDP ไตรมาส 3 ปี 2569 | เติบโต 4.5% |
| GDP สะสม 9 เดือนแรก | เติบโต 4.6% |
| LPR ระยะ 1 ปี | 3.00% |
| LPR ระยะ 5 ปี | 3.50% |
| การเติบโตภาคการผลิต | 5.9% |
| การเติบโตภาคอสังหาริมทรัพย์ | -0.4% |
หมายเหตุ อัตราการเติบโตของ GDP และภาคเศรษฐกิจเป็นการเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนอัตรา LPR เป็นระดับอัตราดอกเบี้ยที่ประกาศในเดือนตุลาคม 2569 ตัวเลขภาคอสังหาริมทรัพย์หมายถึงมูลค่าเพิ่มของภาคธุรกิจตามข้อมูล GDP ไม่ใช่ดัชนีราคาบ้าน ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าจีนยังรักษาการเติบโตทางเศรษฐกิจได้ แม้ต้องเผชิญความท้าทายจากภาคอสังหาริมทรัพยและกำลังซื้อภายในประเทศ แต่การเติบโตของแต่ละภาคส่วนไม่ได้เป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด
2. ทำไมจีนจึงคงดอกเบี้ย แม้เศรษฐกิจยังมีแรงกดดัน
การคงอัตราดอกเบี้ย LPR ต่อเนื่อง 17 เดือนสะท้อนแนวทางดำเนินนโยบายการเงินที่ระมัดระวังของจีน โดยเฉพาะเมื่อข้อมูลเศรษฐกิจไตรมาสล่าสุดออกมาดีกว่าช่วงก่อนหน้า
LPR คืออะไร
LPR เป็นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงที่ใช้ในการกำหนดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารพาณิชย์ในจีน โดยทั่วไป LPR ระยะ 1 ปีมีความเกี่ยวข้องกับเงินกู้หลายประเภทของภาคธุรกิจและครัวเรือน ส่วน LPR ระยะ 5 ปีเป็นหนึ่งในอัตราอ้างอิงสำคัญสำหรับสินเชื่อระยะยาวและสินเชื่อที่อยู่อาศัย เมื่อจีนคง LPR ไว้ที่ระดับเดิม จึงหมายความว่าไม่มีการปรับลดอัตราอ้างอิงดังกล่าวในเดือนนี้แต่ไม่ได้หมายความว่าลูกหนี้ทุกคนจะจ่ายดอกเบี้ยในอัตราเดียวกันเพราะอัตราที่แท้จริงขึ้นอยู่กับเงื่อนไขสัญญา ประเภทสินเชื่อและนโยบายของธนาคารด้วย
เศรษฐกิจโตดีขึ้น จึงยังไม่เร่งลดดอกเบี้ย
การเติบโตของ GDP ไตรมาส 3 ที่เพิ่มขึ้นจาก 4.3% เป็น 4.5% ช่วยลดแรงกดดันบางส่วนให้จีนต้องออกมาตรการผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติมในทันที ขณะที่ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้เช่นเดิม จีนยังต้องประเมินความเสี่ยงด้านอื่น ทั้งกำลังซื้อที่อ่อนแอ ภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่และความสามารถในการส่งผ่านนโยบายการเงินไปยังภาคธุรกิจ
อีกประเด็นหนึ่งคือ PBOC กำลังพิจารณาปรับกรอบการกำหนดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย โดยให้อัตราดอกเบี้ยธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรแบบย้อนกลับข้ามคืนมีบทบาทมากขึ้นในการส่งสัญญาณนโยบาย ซึ่งอาจช่วยปรับปรุงกลไกการส่งผ่านนโยบายการเงินในระยะต่อไป ดังนั้นการคงดอกเบี้ยจึงควรถูกมองว่าเป็นการรักษาสมดุลระหว่างการสนับสนุนเศรษฐกิจ การดูแลระบบการเงินและการรอประเมินข้อมูลใหม่ มากกว่าจะตีความว่าจีนหมดความจำเป็นในการกระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว
3. เศรษฐกิจจีนโต 4.5%
หนึ่งในประเด็นสำคัญคือเศรษฐกิจจีนมีแรงขับเคลื่อนจากภาคการผลิตและการส่งออก ขณะที่การใช้จ่ายภายในประเทศยังไม่แข็งแกร่งเท่าที่จำเป็นต่อการฟื้นตัวอย่างทั่วถึง ข้อมูลทางการของจีนระบุว่าในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 ภาคอุตสาหกรรมสารสนเทศ ซอฟต์แวร์และบริการเทคโนโลยีสารสนเทศเติบโต 10.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนภาคการผลิตเติบโต 5.6% ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าภาคเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและการผลิตยังเป็นส่วนสำคัญของการขยายตัว แต่ไม่สามารถใช้ยืนยันได้โดยลำพังว่ารายได้และกำลังซื้อของประชาชนจีนฟื้นตัวอย่างทั่วถึงแล้ว
การส่งออกแข็งแกร่งช่วยพยุงเศรษฐกิจ
รายงานข่าวเศรษฐกิจระหว่างประเทศระบุว่า การส่งออกเป็นแรงสนับสนุนสำคัญของเศรษฐกิจจีนในไตรมาส 3 โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมขั้นสูง เมื่อผู้ซื้อจากต่างประเทศยังต้องการสินค้าจีน โรงงานจึงมีโอกาสรักษาการผลิตแลรายได้จากการส่งออกไว้ได้ การพึ่งพาความต้องการจากต่างประเทศมากเกินไปก็ทำให้จีนมีความเสี่ยง หากเศรษฐกิจคู่ค้าชะลอตัวหรือมีมาตรการกีดกันทางการค้าเพิ่มขึ้น
การบริโภคภายในประเทศยังเป็นโจทย์สำคัญ
การเติบโตของเศรษฐกิจที่พึ่งพาการส่งออกมากกว่าการบริโภคภายในประเทศอาจทำให้การฟื้นตัวกระจุกตัวอยู่ในบางอุตสาหกรรม ขณะที่ธุรกิจที่พึ่งพาการใช้จ่ายของครัวเรือนอาจยังเผชิญแรงกดดัน กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เตือนว่าความต้องการภายในประเทศที่อ่อนแอและแรงกดดันด้านราคายังคงเป็นความท้าทายของจีน พร้อมเรียกร้องให้ใช้มาตรการทางการคลังที่มีขนาดและขอบเขตเพียงพอเพื่อสนับสนุนอุปสงค์และลดความเสี่ยงจากภาวะเงินฝืด กล่าวได้ว่า GDP ที่โต 4.5% เป็นสัญญาณเชิงบวกแต่การประเมินว่าเศรษฐกิจจีนแข็งแรงขึ้นจริงหรือไม่ จำเป็นต้องพิจารณาควบคู่กับรายได้ครัวเรือน ยอดค้าปลีก การลงทุนภาคเอกชนและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคด้วย
4.วิกฤตอสังหาริมทรัพย์ยังเป็นจุดอ่อนของเศรษฐกิจจีน
แม้ภาคการผลิตและบริการบางประเภทเติบโตได้ดี แต่ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังคงเป็นหนึ่งในปัญหาที่ต้องติดตาม ข้อมูล GDP ของจีนระบุว่าภาคอสังหาริมทรัพย์หดตัว 0.4% ในไตรมาส 3 ปี 2569 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายงานข่าวระบุว่าราคาบ้านใหม่ในเดือนกันยายนยังปรับลดลง สะท้อนว่าความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยยังไม่กลับมาแข็งแกร่งอย่างชัดเจน ปัญหาอสังหาริมทรัพย์ส่งผลได้หลายทาง ได้แก่
-
ครัวเรือนระมัดระวังการใช้จ่าย หากประชาชนกังวลเกี่ยวกับมูลค่าบ้านและฐานะทางการเงิน ก็อาจชะลอการซื้อสินค้าหรือบริการที่ไม่จำเป็น
-
ธุรกิจที่เกี่ยวข้องได้รับผลกระทบ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ วัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์และธุรกิจบริการที่เชื่อมโยงกับที่อยู่อาศัยอาจเผชิญความต้องการลดลง
-
การส่งผ่านนโยบายการเงินอาจไม่เต็มที่ แม้ต้นทุนเงินกู้ไม่เพิ่มขึ้น แต่ครัวเรือนและบริษัทที่ไม่มั่นใจในอนาคตอาจยังไม่ต้องการกู้เพิ่ม
เป็นเหตุผลที่การลดดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ทั้งหมด หากประชาชนยังไม่มั่นใจในรายได้และอนาคตหรือหากธุรกิจมองไม่เห็นโอกาสสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน
5. จีนกำลังเผชิญความท้าทายอะไรในปี 2569
การเติบโต 4.5% ในไตรมาส 3 ช่วยให้จีนเดินหน้าเข้าใกล้เป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจทั้งปีที่ประมาณ 4.5–5.0% แต่ความท้าทายไม่ได้จบลงเพียงการรักษาตัวเลข GDP ให้ถึงเป้าหมาย
- ความเสี่ยงที่หนึ่ง พึ่งพาการส่งออกมากเกินไป
การส่งออกช่วยพยุงเศรษฐกิจจีนในช่วงที่ความต้องการภายในประเทศยังอ่อนแอ แต่หากประเทศคู่ค้าเผชิญเศรษฐกิจชะลอตัวหรือเพิ่มมาตรการจำกัดสินค้านำเข้า การเติบโตของจีนก็อาจได้รับผลกระทบตามไปด้วย นอกจากนี้ความขัดแย้งทางการค้าและการแข่งขันด้านอุตสาหกรรมเทคโนโลยีอาจเพิ่มความไม่แน่นอนต่อผู้ผลิตและนักลงทุน
- ความเสี่ยงที่สอง กำลังซื้อในประเทศฟื้นไม่ทั่วถึง
การผลิตสินค้าได้มากขึ้นไม่ได้หมายความว่าสินค้าทั้งหมดจะขายได้ในประเทศ หากครัวเรือนยังระมัดระวังการใช้จ่าย ผู้ประกอบการก็อาจต้องพึ่งพาตลาดต่างประเทศมากขึ้นและอาจเผชิญการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง
- ความเสี่ยงที่สาม มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต้องได้ผลจริง
การลดดอกเบี้ยอาจช่วยลดต้นทุนการกู้ยืม แต่ผลต่อเศรษฐกิจขึ้นอยู่กับว่าธนาคารปล่อยสินเชื่อเพิ่มหรือไม่และภาคธุรกิจรวมถึงประชาชนต้องการกู้เงินเพื่อนำไปลงทุนหรือใช้จ่ายมากเพียงใด ด้วยเหตุนี้ จีนจึงต้องพิจารณาทั้งนโยบายการเงินและมาตรการทางการคลัง ควบคู่กับการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและตลาดอสังหาริมทรัพย์
6. จีนคงดอกเบี้ย กระทบเศรษฐกิจโลกอย่างไร
จีนเป็นหนึ่งในศูนย์กลางสำคัญของการผลิต การค้าและห่วงโซ่อุปทานโลก การเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจจีนจึงส่งผลต่อประเทศคู่ค้าผ่านหลายช่องทาง
| ประเด็น | ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น |
|---|---|
| การส่งออกของจีน | หากยังแข็งแกร่ง อาจช่วยพยุงการค้าโลก แต่เพิ่มการแข่งขันให้ผู้ผลิตในประเทศอื่น |
| ราคาสินค้าอุตสาหกรรม | กำลังการผลิตและการแข่งขันด้านราคาอาจกดดันราคาสินค้าบางประเภท |
| ความต้องการวัตถุดิบ | การผลิตและการลงทุนในจีนมีผลต่อความต้องการโลหะ พลังงานและวัตถุดิบ |
| ตลาดการเงิน | แนวทางดอกเบี้ยของจีนมีผลต่อความคาดหวังของนักลงทุนและทิศทางเงินทุน |
| นโยบายการค้าระหว่างประเทศ | การพึ่งพาการส่งออกอาจเพิ่มแรงกดดันให้คู่ค้าพิจารณามาตรการทางการค้า |
ผลกระทบเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติทั้งหมด แต่ขึ้นอยู่กับความต้องการสินค้าในตลาดโลก อัตราแลกเปลี่ยน นโยบายการค้าของประเทศต่างๆ และทิศทางเศรษฐกิจของคู่ค้ารายสำคัญด้วย
สิ่งที่ต้องจับตาคือจีนจะสามารถขยายการเติบโตจากภาคการผลิตและการส่งออกไปสู่การบริโภคภายในประเทศได้มากเพียงใด เพราะการฟื้นตัวที่สมดุลยิ่งขึ้นจะช่วยลดความเปราะบางต่อแรงกระแทกจากเศรษฐกิจโลก
7. เศรษฐกิจไทยจะได้รับผลกระทบอย่างไร?
สำหรับประเทศไทย จีนเป็นตลาดส่งออกสำคัญ แหล่งนำเข้าสินค้าและวัตถุดิบ ตลอดจนคู่แข่งในอุตสาหกรรมหลายประเภท ดังนั้น การเติบโตของเศรษฐกิจจีนจึงมีทั้งโอกาสและความเสี่ยงต่อไทย
- โอกาสสำหรับผู้ส่งออกไทย
หากเศรษฐกิจจีนขยายตัวและความต้องการสินค้าจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น ผู้ส่งออกไทยบางกลุ่มอาจมีโอกาสขยายตลาด โดยเฉพาะสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคและภาคธุรกิจจีน อย่างไรก็ตามต้องแยกให้ชัดระหว่าง GDP ที่เพิ่มขึ้นกับกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นจริงเพราะหากการเติบโตมาจากการส่งออกและอุตสาหกรรมเป็นหลัก ผลประโยชน์ต่อสินค้านำเข้าจากไทยอาจไม่กระจายเท่ากันทุกกลุ่ม
- การแข่งขันจากสินค้าจีน
หากผู้ผลิตจีนยังมีกำลังการผลิตสูงและต้องการขยายตลาดต่างประเทศ สินค้าจีนอาจแข่งขันด้านราคาในตลาดไทยมากขึ้น ผู้ประกอบการไทยจึงควรติดตามทั้งต้นทุน คุณภาพสินค้า ความแตกต่างของผลิตภัณฑ์และความสามารถในการสร้างแบรนด์ การแข่งขันดังกล่าวอาจเป็นแรงกดดันต่อธุรกิจบางประเภท แต่ก็อาจเปิดโอกาสให้ธุรกิจไทยที่มีจุดแข็งเฉพาะตัวปรับกลยุทธ์เพื่อเข้าถึงตลาดกลุ่มใหม่ได้เช่นกัน
- ต้นทุนวัตถุดิบและห่วงโซ่อุปทาน
ทิศทางการผลิตของจีนมีผลต่อความต้องการวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลางในตลาดโลก หากการผลิตขยายตัว ความต้องการวัตถุดิบบางประเภทอาจเพิ่มขึ้น แต่หากจีนมีสินค้าล้นตลาด การแข่งขันด้านราคาก็อาจส่งผลต่อผู้ผลิตในประเทศอื่นได้ ธุรกิจไทย การติดตามข้อมูลเศรษฐกิจจีนจึงควรทำควบคู่กับการตรวจสอบราคาสินค้าโภคภัณฑ์ อัตราแลกเปลี่ยนและคำสั่งซื้อจริงจากลูกค้า ไม่ควรใช้ตัวเลข GDP เพียงตัวเดียวเป็นข้อสรุปทางธุรกิจ
จากนี้ควรจับตาตัวเลขอะไรของจีน
การคงอัตราดอกเบี้ยในเดือนตุลาคมเป็นเพียงหนึ่งในสัญญาณที่ตลาดต้องติดตาม หากต้องการประเมินว่าเศรษฐกิจจีนกำลังฟื้นตัวอย่างยั่งยืนหรือไม่ ควรพิจารณาตัวชี้วัดต่อไปนี้ร่วมกัน
-
ยอดค้าปลีก ช่วยสะท้อนแนวโน้มการใช้จ่ายของผู้บริโภคภายในประเทศ
-
การลงทุนในสินทรัพย์ถาวร ใช้ติดตามการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรม และอสังหาริมทรัพย์
-
ราคาบ้านและยอดขายอสังหาริมทรัพย์ ช่วยประเมินว่าความเชื่อมั่นในตลาดที่อยู่อาศัยกำลังดีขึ้นหรือไม่
-
การส่งออกและนำเข้า ใช้ดูว่าเศรษฐกิจยังพึ่งพาความต้องการจากต่างประเทศมากเพียงใด
-
เงินเฟ้อและราคาผู้ผลิต ช่วยประเมินแรงกดดันด้านราคาและความเสี่ยงจากภาวะเงินฝืด
-
การประกาศนโยบายจาก PBOC ช่วยให้เห็นทิศทางดอกเบี้ยและแนวทางส่งผ่านนโยบายการเงินในระยะถัดไป
หากการบริโภคและการลงทุนภายในประเทศเริ่มฟื้นตัวพร้อมกับการส่งออก เศรษฐกิจจีนก็จะมีแหล่งขับเคลื่อนที่หลากหลายขึ้น แต่หากการเติบโตยังพึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกและความขัดแย้งทางการค้าก็จะยังมีความสำคัญ
สรุป
การที่จีนคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ LPR ระยะ 1 ปีไว้ที่ 3.00% และระยะ 5 ปีที่ 3.50% เป็นเดือนที่ 17 ติดต่อกัน สะท้อนว่าธนาคารกลางจีนยังเลือกดำเนินนโยบายอย่างระมัดระวัง หลัง GDP ไตรมาส 3 ปี 2569 เติบโต 4.5% และเศรษฐกิจช่วง 9 เดือนแรกขยายตัว 4.6%
อย่างไรก็ตาม ภาคการผลิตและบริการเทคโนโลยีที่เติบโตไม่ได้หมายความว่าทุกส่วนของเศรษฐกิจฟื้นตัวพร้อมกันเพราะภาคอสังหาริมทรัพย์ยังหดตัวและความต้องการภายในประเทศยังเป็นโจทย์สำคัญที่ต้องติดตาม สำหรับเศรษฐกิจโลกและไทย สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่แค่การดูว่าจีนเติบโตได้กี่เปอร์เซ็นต์ แต่ต้องพิจารณาด้วยว่าแรงขับเคลื่อนนั้นมาจากไหน การบริโภคในประเทศฟื้นตัวหรือไม่ และนโยบายของจีนจะช่วยสร้างการเติบโตที่สมดุลได้มากเพียงใด
ข้อมูลอ้างอิง
-
สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS): Preliminary Accounting Results of GDP for the Third Quarter of 2026
-
Reuters: China leaves loan rates steady for 17th consecutive month
-
Associated Press: China's economy accelerates in Q3 on robust exports
เลขเด็ดปฏิทินจีน งวด 1 พฤศจิกายน 69
เเนวทางเลขเด่น 4 จตุรเทพ จัดให้ 1 พ.ย. 69 (อ.น๊อตตี้, ดุ่ย ภรัณฯ, อ.ไม้เอก และอ.ต้น)
มีชื่อในทะเบียนบ้าน ไม่ได้แปลว่าเป็นเจ้าของบ้าน เช็กสิทธิ์จากเอกสารไหน
เปิดแนวทางเลขมงคล หมอปลาย พรายกระซิบ ลุ้นโชคงวด 1 พฤศจิกายน 2569
จังหวัดสุดท้ายในประเทศไทย ที่ยังคงมีการทำเหมืองขุดแร่ดีบุก
รีวิวหนังดัง Oz The Great and Powerful ออซ มหัศจรรย์พ่อมดผู้ยิ่งใหญ่
ย้อนรอย 5 ภาพยนตร์ฮอลลีวูดชื่อดัง ที่แอบมาเนรมิตประเทศไทยให้กลายเป็นประเทศอื่น
PISA ไทยดีขึ้น 3 วิชาในปี 2025 แต่คะแนนยังไม่กลับจุดเดิม
รู้จัก 5 สถาบันในไทยที่เปิดสอนวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมจุดเด่นแต่ละแห่ง
เปิดรายชื่อ 8 มหาเศรษฐีระดับโลก ที่เลือกเมืองไทยเป็นจุดหมายพักผ่อนสุดหรู
รีวิวหนังสือ เป็นผู้ใหญ่แล้วหาเพื่อนยากจัง
"ดินประสิว" เมื่อของเสียและสิ่งปฏิกูลสามารถสร้างอำนาจทางทหาร
มีชื่อในทะเบียนบ้าน ไม่ได้แปลว่าเป็นเจ้าของบ้าน เช็กสิทธิ์จากเอกสารไหน
รีวิวหนังสือ เป็นผู้ใหญ่แล้วหาเพื่อนยากจัง
น้ำประปาต่างจังหวัดดื่มได้เลยไหม? ดูว่าใครผลิตและตรวจคุณภาพอย่างไร
PISA ไทยดีขึ้น 3 วิชาในปี 2025 แต่คะแนนยังไม่กลับจุดเดิม
จังหวัดที่ผู้ชายหล่อที่สุด หน้าตาดีที่สุดในประเทศไทย
รีวิวหนังสือ เป็นผู้ใหญ่แล้วหาเพื่อนยากจัง
มีการออกประกาศเตือนภัยมลพิษทางอากาศในหลายพื้นที่ของเวียดนาม โดยค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) สูงเกินระดับเตือนภัยสีแดง ทางการกำลังพิจารณาใช้มาตรการทำงานจากที่บ้านและการเรียนการสอนทางไกล
ความตายกับความจริง
ฮาโลวีนสุดหลอน! โรงแรมตกแต่งบรรยากาศชวนขนหัวลุก..ทำเอาหลายคนถึงกับสะดุ้ง