อาจารย์จบนอก สับหลอกสับดึง
ผมลาออกจากบริษัทเก่า เนื่องจากงานเฉพาะทางประเภทหนึ่งของบริษัทนั้น ไม่มีงานเข้าแล้ว หรือกล่าวคือกระแสเงินเข้าบริษัทหายไปสายหนึ่ง ผู้บริหารจึงตัดสินในยุบแผนกที่ผมทำงานอยู่ และลดค่าจ้างลง ร้อยละ 20 ซึ่งมันก็เป็นการบีบให้ออกกลายๆนั่นแหละ ผมกับผู้ร่วมงานเคยเข้าไปปรึกษาผู้บริหาร ขอความกรุณาว่า ลดค่าจ้างขอลดลงแบบค่อยเป็นค่อยไป เช่น ร้อยละ 5 10 15 ตามลำดับก่อนได้ไหม ก็ได้รับคำตอบอันซึ้งใจว่า ใครจะเอาไง ก็บอกมา ถ้าอยากได้เงินชดเชยตามกฎหมาย (อายุงานคนในแผนกนี้ไม่ต่ำกว่าคนละ 5 ปี ซึ่งหมายความว่าเราควรได้ชดเชยเป็นเงินค่าจ้างไม่ต่ำกว่า 180 วัน หรือ 6 เดือน) ผมให้ไม่ได้หรอก ให้ได้มากสุดแค่ 2 เดือน ไม่งั้นก็ไปฟ้องร้องเอาละกัน พอดีเวลานั้น เป็นช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ทำให้มีข้อดีอย่างเดียว คือ พนักงานในแผนกที่ยุบนี้ เขาจะให้ 1 วัน/สัปดาห์ ส่วนวันที่มาทำงานก็จะให้เราไปช่วยงานแผนกอื่นแทน
ระหว่างนั้นผมก็มองหาสมัครงานไว้หลายแห่ง พอดีว่าสหายท่านหนึ่ง ไปสัมภาษณ์งานมา แล้วเงื่อนไขหลายอย่างไม่ลงตัว จึงแนะนำผมให้ไปลองดู ผมจึงไปสัมภาษณ์งานกับบริษัทนั้น และมีโอกาสรู้จักกับอาจารย์ท่านนึง จบ ป.เอก ด้านวิศวกรรมจากต่างประเทศ ตอนเริ่มคุยผู้บริหารก็ตั้งใจว่า จะเพิ่มแผนกงานเฉพาะทาง (ตามที่ผมมีประสบการณ์) มาอีกแผนกหนึ่ง บริษัทนี้เป็นบริษัทออกแบบด้านวิศวกรรม โดยทั่วไป งานบริการวิชาการที่เขารับจ้างศึกษา เขาก็จะหาบริษัทที่มีความถนัดเชี่ยวชาญเฉพาะเข้าไปรับงานร่วมกันอีก 2-3 บริษัท แล้วแบ่งสัดส่วนเงินรับจ้างกันตามปริมาณงาน
คุยไปมา จากเดิมที่ว่าจะเพิ่มแผนก กลายเป็นเปิดบริษัทใหม่ เป็นบริษัทลูก ซึ่งผู้ถือหุ้น ก็คือ ญาติโกโหติกาของผู้หุ้นบริษัทแม่นั่นเอง ระยะแรกก็เป็นการเตรียมข้อเสนอเทคนิค (proposal) ซึ่งอาจารย์บอกว่า แบ่งเนื้อหากันเขียนนะ ไปๆมาๆ ผมก็เขียนเกือบหมด ทุกบท เฉพาะในส่วนงานที่เกี่ยวข้อง มหาวิทยาลัยที่อาจารย์สังกัดอยู่ ได้ใบอนุญาตสำหรับงานเฉพาะด้านนี้ หลังทำสัญญาจ้างกับหน่วยราชการเสียด้วย (ผมเคยสงสัยว่า เราควรต้องได้ใบอนุญาต ก่อนรับงาน มิใช่หรือ แต่เขาคงมีวิชากำลังภายในอะไรสักอย่าง) สิ่งที่ใจตรงกัน คือ ทั้งผู้บริหารบริษัทนี้ กับอาจารย์ต่างฝ่ายต่างก็หวังว่าอีกฝ่ายจะช่วยหางานเข้าบริษัทใหม่ที่ตั้งขึ้นมานี้ อาจารย์ยังให้ผมโทรหาลูกค้าสมัยอยู่บริษัทเก่า เผื่อจะได้งานเข้าบริษัทบ้าง
โครงการแรกที่รับงานมานี้ ประกอบด้วย บริษัทนำด้านวิศวกรรม บริษัทที่ปรึกษาด้านจัดประชุม และมหาลัย เริ่มแรกคุยกันกับบริษัท Lead ว่ามหาลัย จะ sub งานให้ บริษัทที่เปิดใหม่นี้ ร่างบันทึกข้อตกลงไว้แล้ว สุดท้ายอาจารย์เข้า office มาแค่ 2-3 ครั้ง และไม่ยอมลงนามในบันทึกฯฉบับนั้น
อาจารย์เคยชวนผมขับรถไปสำรวจพื้นที่ศึกษาของโครงการนี้ (อยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) พอถึงเวลาจริง แกก็อ้างนัดหมอ สุขภาพไม่ดี และไม่เคยลงภาคสนามเลย ตั้งแต่เริ่มจนจบโครงการ (ประมาณ 2 ปี) ยกเว้นการตรวจรับและเบิกเงินงวดกับเจ้าของโครงการเท่านั้นที่แกจะเข้าร่วม โครงการนี้มีประชุมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียประมาณ 5 ครั้งตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการ มีประชุมครั้งนึง ผมบอกแกว่าจะไปเก็บข้อมูล ตามที่ได้ส่งหนังสือไปขอข้อมูลหน่วยราชการก่อนหน้านี้ แกถามผมว่า ทำไมต้องไปหาเขาถึงที่ ก็ทำหนังสือส่งไปแล้ว ก็แค่รอให้เขาส่งข้อมูลกลับมา ว่าแล้วแกก็โมโหเหวี่ยงวีน จะให้ผมไปแทน อ้างว่าติดสอนหนังสือนักศึกษา สำทับว่า คุณอดทนแค่ไม่กี่เดือน เวลาที่เหลือก็สบายแล้ว พูดเหมือนทุกสิ่งอย่างมันทำง่ายๆ ผมก็คิดว่า สภาพนี้ แสดงว่า แกไม่เคยทำงานเองหรือป่าววะ
ระหว่างที่ทำงานโครงการนี้ อาจารย์ก็พยาม show ศักยภาพการหางานเข้าบริษัท ได้แก่
1) หมู่บ้านจัดสรรแห่ง แกเล่าให้ฟังว่า ตอนแรกหมู่บ้านนี้ จะขอทำรายงานเปลี่ยนแปลงรายละเอียด แล้วแจ้งต่อหน่วยราชการ ซึ่งผมรวบรวมข้อมูลจากแก ตรวจสอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แล้วโทรสอบถามหน่วยราชการ พอจะสรุปได้ว่า หมู่บ้านนี้ แท้จริงยังไม่ทำระบบบำบัดน้ำเสีย แต่จะลักไก่ อ้างว่า ขยายระบบ ซึ่งหากหน่วยราชการตรวจสอบพบ พวกเขาจะมีความผิดโทษฐานไม่ส่งรายงานผลการใช้งานระบบ โดนค่าปรับย้อนหลังในความผิดดังกล่าวไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท ผมจึงบอกแกไปว่า อย่าไปรับเลยงานนี้
2) โรงงานอุตสาหกรรมแห่งหนึ่ง ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดระบบบำบัดมลพิษ พอผมขอเบิกค่าเดินทางไปดูหน้างาน แกถามว่า ทำไมจะต้องไป (คุ้นๆนะ เหมือนตอนไปประชุม กับตามข้อมูลราชการเป๊ะ) อ้าว ก่อนนี้เพิ่งโดนเหลี่ยมเค้ามา ไม่เข็ดหรือฟระ
3) Resort ต่างจังหวัดที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียด แกก็กั๊กข้อมูล อ้างว่าเนื้องานเป็นภาษาอังกฤษ ผมจะอ่านเข้าใจหรือ (ด้อยค่ากรูอี๊ก)
รูปแบบการทำงานของอาจารย์ก็แปลก หน่วยราชการที่เป็นเจ้าของงาน เขาสื่อสารในกลุ่ม Line ว่าให้เข้าไปพบ เพื่อเขาจะได้อธิบายว่า เขาต้องการอะไร อย่างไร แล้วการที่เราเป็นผู้น้อย/ผู้รับจ้าง เข้าไปพบผู้ใหญ่/เจ้าของงาน ก็น่าจะเป็นการให้เกียรติเขา และจะได้ทำงานให้ตรงกับที่เขาต้องการ แกกลับใช้ให้ผมเข้าไปพบแทน ผมจึงถามหาของฝากติดไม้ติดมือ แกว่าไม่จำเป็น จากนั้นแกอาศัยโทรศัพท์หาผู้อำนวยการแผนกนั้น แล้วบอกผมว่า ผอ.เป็นคน nice คุยง่าย ไม่ถือตัว (ถ้าจะมีใครถือตัว ก็น่าจะเป็นเมิงน่ะแหละ เข้าใจบทบาทอะไรผิดป่ะเนี่ย)
พอผ่านไปราว 1 ปี ผู้ถือหุ้นบริษัทลูกที่เปิดใหม่ก็มาคุยทับว่า เขาน่ะหางานเข้าบริษัทได้ แต่ทีมงานไม่เข้มแข็ง (ไป wayโบ้ยกันซะละ) ซึ่งผมดูทรงแล้ว บริษัทนี้ ไม่น่าหางานเข้าได้ จึงลาออกจากกรรมการบริษัท ระหว่างนั้นก็มีโทรคุยกับอาจารย์ แกว่า ผมเตือนแล้วนะ ว่ามันอาจไม่แน่นอน (ไม่มีงานเข้าต่อเนื่อง / ไม่มั่นคง) ผมก็คิด เออ ถ้าจะมีใครผิดน่าจะเป็นกรูเองแหละ ที่หลงลมปากเมิง ช่วงหลังก็มีคำพูดซึ้งๆว่า อย่าหายไปนะ หมั่นติดต่อแกด้วย (ช่างกล้า)
รู้จัก 5 สถาบันในไทยที่เปิดสอนวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมจุดเด่นแต่ละแห่ง
สลากออมสินคือการออมที่ลุ้นรางวัลได้ทุกงวด: เงินต้นไม่หาย ถือครบกำหนดได้คืนเต็มพร้อมดอกเบี้ย
เตือนภัย! มุกใหม่มิจฉาชีพยุคนี้ "หลอกบังคับจัดฉากเรียกค่าไถ่" กับ SMS ปลอมรูปแบบใหม่ ใครมีลูกหลานหรือคนใกล้ตัวต้องอ่าน!
ไฟหน้ารถเป็นฝ้าด้านในหลังฝนตก ต้องรีบเปลี่ยนโคมไหม?
เปิด 5 มหาวิทยาลัยราชภัฏที่มีนักศึกษามากที่สุดในปี 2569 อันดับเปลี่ยนจากปีก่อนหรือไม่?
นั่งดูลมหายใจต้องหลับตาไหม? อานาปานสติในพระสูตรบอกไว้อย่างไร
ทำไมคลิปสั้นและคอนเทนต์สายดราม่า ถึงครองใจคนไทยในยุค TikTok และ Reels?
เผยสถิติเลขออกบ่อยในวันอาทิตย์ ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569
เปิดรายชื่อ 8 มหาเศรษฐีระดับโลก ที่เลือกเมืองไทยเป็นจุดหมายพักผ่อนสุดหรู
เปิด 5 หลักสูตรแพทยศาสตร์ที่มีค่าเรียนรวมแตะ 7 ล้านบาท
เปิด 5 โรงเรียนนานาชาติระดับมัธยมที่แพงที่สุดในไทย ค่าเทอมทะลุล้าน จ่ายจริงปีละเท่าไร?
จังหวัดเดียวของประเทศไทย ที่ไม่มี พื้นที่ติดกับจังหวัดอื่นเลย
สลากออมสินคือการออมที่ลุ้นรางวัลได้ทุกงวด: เงินต้นไม่หาย ถือครบกำหนดได้คืนเต็มพร้อมดอกเบี้ย
ทำไมคลิปสั้นและคอนเทนต์สายดราม่า ถึงครองใจคนไทยในยุค TikTok และ Reels?
นั่งดูลมหายใจต้องหลับตาไหม? อานาปานสติในพระสูตรบอกไว้อย่างไร
ไฟหน้ารถเป็นฝ้าด้านในหลังฝนตก ต้องรีบเปลี่ยนโคมไหม?
เปิด 5 หลักสูตรแพทยศาสตร์ที่มีค่าเรียนรวมแตะ 7 ล้านบาท
แนวทางเลขเด็ด "โก๋ เทวดา" งวด 1 พฤศจิกายน 2569 รวมเลขเด่นทั้งเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัว

