หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

QR Code บนกล่องพัสดุมีข้อมูลอะไรซ่อนอยู่บ้าง?

เขียนโดย thoughtloop

เวลาได้รับพัสดุ หลายคนอาจเคยสังเกตเห็นสี่เหลี่ยมสีดำเล็ก ๆ อยู่บนฉลาก บางกล่องเป็น QR Code บางกล่องเป็นบาร์โค้ดเส้นยาว ๆ และบางครั้งมีรหัสตัวเลขยาวจนอ่านแทบไม่ทัน

มองเผิน ๆ มันก็เหมือนลายประหลาดที่เอาไว้ให้เครื่องสแกนอ่าน แต่จริง ๆ แล้วเจ้าสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ นี้เป็นส่วนหนึ่งของระบบที่ช่วยให้พัสดุถูกระบุและติดตามระหว่างการเดินทาง

ที่สำคัญต้องแยกก่อนว่า รหัสบนกล่องพัสดุไม่ได้เป็น QR Code ทั้งหมด บางระบบใช้บาร์โค้ด 1 มิติ บางระบบใช้ Data Matrix หรือ QR Code และแต่ละผู้ให้บริการอาจออกแบบระบบรหัสของตัวเองแตกต่างกัน

สำหรับ QR Code โดยทั่วไป ข้อมูลที่เก็บอยู่ข้างในสามารถเป็นตัวอักษร ตัวเลข หรือข้อมูลไบนารีได้ โดย QR Code มาตรฐานมีหลายระดับและสามารถบรรจุข้อมูลได้ตั้งแต่ปริมาณเล็กน้อยไปจนถึงหลายพันตัวอักษร ขึ้นอยู่กับรุ่นและระดับการแก้ไขข้อผิดพลาดที่เลือกใช้

แต่ถ้าเป็น QR Code หรือบาร์โค้ดที่ใช้ในระบบโลจิสติกส์ สิ่งที่สำคัญอาจไม่ได้อยู่ที่ว่า “ตัวโค้ดเขียนชื่อและที่อยู่เอาไว้ทั้งหมดหรือไม่”

หลายครั้ง สิ่งที่อยู่ในโค้ดคือ รหัสประจำตัวของพัสดุหรือหน่วยขนส่ง แล้วระบบคอมพิวเตอร์นำรหัสนั้นไปเชื่อมกับข้อมูลที่อยู่ในฐานข้อมูล

พูดง่าย ๆ คือ ตัวเลขหรือข้อมูลในโค้ดอาจทำหน้าที่คล้าย “เลขประจำตัว” ของพัสดุ

เมื่อพนักงานหรือเครื่องคัดแยกสแกนรหัส ระบบก็สามารถรู้ได้ว่า พัสดุชิ้นนี้คือชิ้นไหน และต้องนำไปจัดการต่ออย่างไร

ในมาตรฐานของ GS1 สำหรับฉลากโลจิสติกส์ รหัสสำคัญอย่างหนึ่งคือ SSCC หรือ Serial Shipping Container Code ซึ่งเป็นหมายเลขเฉพาะสำหรับระบุหน่วยโลจิสติกส์แต่ละหน่วย การสแกนรหัสนี้ทำให้สามารถเชื่อมการเคลื่อนย้ายของสิ่งของจริงเข้ากับข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ของการขนส่งได้

ดังนั้น ถ้ามองพัสดุหนึ่งกล่องในระบบหลังบ้าน ข้อมูลที่เกี่ยวข้องอาจมีทั้งรหัสประจำพัสดุ ข้อมูลเส้นทาง จุดคัดแยก ปลายทาง หรือข้อมูลอื่นที่ระบบของผู้ให้บริการกำหนด

 

แต่ไม่ได้หมายความว่า ทุก QR Code บนกล่องจะมีชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และข้อมูลทั้งหมดของผู้รับฝังอยู่ในตัว QR Code โดยตรง

บางระบบใช้รหัสสั้น ๆ เพื่อเรียกข้อมูลจากฐานข้อมูลของบริษัทแทน

ลองนึกภาพง่าย ๆ ว่า

QR Code = เลขประจำตัว

ฐานข้อมูล = แฟ้มข้อมูลของพัสดุ

เครื่องสแกนไม่ได้จำเป็นต้องอ่านข้อความทุกอย่างจาก QR Code แต่สามารถใช้รหัสที่อ่านได้ไปค้นข้อมูลต่อในระบบ

นี่เป็นเหตุผลที่การสแกนพัสดุแต่ละครั้งสามารถทำให้สถานะการขนส่งเปลี่ยนแปลงได้ ตั้งแต่รับเข้าระบบ คัดแยก ส่งต่อ ไปจนถึงนำจ่าย

ในระบบโลจิสติกส์ขนาดใหญ่ เรื่องนี้มีความสำคัญมาก เพราะมีพัสดุจำนวนมหาศาลเคลื่อนที่พร้อมกัน หากต้องให้พนักงานอ่านข้อมูลด้วยตาแล้วกรอกข้อมูลเองทุกกล่อง โอกาสผิดพลาดและความล่าช้าก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก บาร์โค้ดและรหัส 2 มิติจึงถูกนำมาใช้เพื่อให้เครื่องสามารถระบุและบันทึกข้อมูลได้รวดเร็วขึ้น

แล้วทำไมบางครั้ง QR Code ถึงยังอ่านได้ ทั้งที่ฉลากมีรอยเปื้อนหรือเสียหายเล็กน้อย?

เพราะ QR Code มีระบบ แก้ไขข้อผิดพลาด อยู่ภายใน สามารถกู้คืนข้อมูลบางส่วนที่เสียหายได้ โดยมีระดับการแก้ไขข้อผิดพลาด 4 ระดับ ตั้งแต่ L, M, Q ไปจนถึง H โดยระดับที่สูงขึ้นสามารถรองรับความเสียหายได้มากขึ้น แต่ก็ต้องใช้พื้นที่ใน QR Code มากขึ้นเช่นกัน

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ QR Code ไม่ได้เป็นเพียง “ภาพสี่เหลี่ยมดำ ๆ”

ด้านในมีทั้งข้อมูลจริงและข้อมูลที่ช่วยให้เครื่องอ่านข้อมูลได้อย่างถูกต้อง แม้โค้ดจะถูกพิมพ์อยู่บนกล่องที่ผ่านการขนส่ง การเสียดสี ฝุ่น หรือสภาพแวดล้อมต่าง ๆ

และยังมีอีกเรื่องที่น่าสนใจมาก

QR Code ไม่ได้จำเป็นต้องเก็บข้อมูลจำนวนมหาศาลเอาไว้ในตัวมันเอง

ในงานโลจิสติกส์ สิ่งสำคัญกว่าการยัดข้อมูลทุกอย่างลงไปในโค้ด คือการทำให้แต่ละพัสดุมีตัวระบุที่ไม่ซ้ำกัน แล้วเชื่อมตัวระบุนั้นเข้ากับระบบข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

เมื่อกล่องหนึ่งใบถูกสแกน จึงเหมือนกับการส่งสัญญาณกลับไปบอกระบบว่า

“กล่องหมายเลขนี้มาถึงจุดนี้แล้ว”

จากนั้นระบบจึงสามารถบันทึกเหตุการณ์และใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อจัดการขั้นตอนถัดไป

เพราะฉะนั้น ครั้งหน้าที่เห็น QR Code บนกล่องพัสดุ อย่าเพิ่งคิดว่ามันเป็นเพียงลายสี่เหลี่ยมธรรมดา

เบื้องหลังกล่องที่เดินทางจากร้านค้าไปถึงหน้าบ้าน อาจมีระบบระบุรหัส การสแกน การคัดแยก และฐานข้อมูลจำนวนมากกำลังทำงานอยู่เบื้องหลัง

กล่องหนึ่งใบอาจดูเงียบ ๆ แต่รหัสเล็ก ๆ บนกล่องกำลังช่วยบอกระบบว่า “ตอนนี้ฉันอยู่ที่ไหน”

เนื้อหาโดย: thoughtloop
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
thoughtloop's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 95 ครั้ง
เขียนโดย thoughtloop
เริ่มจาก Thoughtloop ...
พอได้สังเกตสิ่งรอบตัว แล้วกลั่นออกมาเป็นตัวอักษร
เล่าเรื่องธรรมดาในวันที่หลายคนอาจมองข้าม
ความคิดเล็ก ๆ ที่อาจตรงกับใจของใครสักคน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เงิน 1,000 บาทปี 2540 เทียบปี 2568 ซื้อของได้แค่ไหน?นามสกุลที่ซ้ำกันมากที่สุดในไทย เปิด 10 อันดับที่มีคนใช้หลักหมื่นคนพิซซ่าทะยานสู่อวกาศ เปิดตำนานส่งอาหารไกล 19,870 กม. ภารกิจที่โลกไม่ลืมอาจารย์หนู งวด 1 พ.ย. 2569 เปิดเลขเด่น 1-8 และ 0-5 พร้อมเลขมงคล 1 ชุด 2 ตัว 3 ตัว และเลขมงคล 0 ครบ 9 ชุดจำนวนการฆ่าตัวตายในญี่ปุ่นน้อยลงเป็นครั้งแรกเทียบชัดชน ตารางมหาทักษา 4 สำนัก 1 พ.ย. 69หม้อหุงข้าวไฟฟ้าใครเป็นคนสร้างเลขปิงปอง เด็กชายนำโชค วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569ส่องเลขธูปมงคล เจ๊ฟองเบียร์ 1 พฤศจิกายน 2569ไขปริศนากาแฟใส่เกลือ! งานวิจัยเผยเหตุผล ช่วยลดความขมได้จริงหรือแค่ความเชื่อ?บอล ซุปเปอร์บอล งวด 1 พ.ย. 69 เปิดชุดเลข 3 ตัว เลขเด่น 2 ตัว เลขรอง 2 ตัว พร้อมเลขวิ่ง 26ประวัติ Raccoon City เมืองเล็กๆที่ซ่อนความลับน่าสะพรึงกลัวจากหนัง Resident Evil
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
รถมอเตอร์ไซค์แบรนด์ไทย ที่ ประสบความสำเร็จมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งเงิน 1,000 บาทปี 2540 เทียบปี 2568 ซื้อของได้แค่ไหน?ส่องเลขธูปมงคล เจ๊ฟองเบียร์ 1 พฤศจิกายน 2569พิซซ่าทะยานสู่อวกาศ เปิดตำนานส่งอาหารไกล 19,870 กม. ภารกิจที่โลกไม่ลืมจำนวนการฆ่าตัวตายในญี่ปุ่นน้อยลงเป็นครั้งแรกหม้อหุงข้าวไฟฟ้าใครเป็นคนสร้าง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
10 ทะเลไทยที่สวยจนเหมือนอยู่ต่างประเทศไขปริศนากาแฟใส่เกลือ! งานวิจัยเผยเหตุผล ช่วยลดความขมได้จริงหรือแค่ความเชื่อ?ประวัติ Raccoon City เมืองเล็กๆที่ซ่อนความลับน่าสะพรึงกลัวจากหนัง Resident Evilรู้จัก 5นามสกุลที่รวยที่สุดในประเทศไทย
ตั้งกระทู้ใหม่