หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

พบ “ปลาออร์ฟิช” ยักษ์ยาวกว่า 4 เมตร เกยตื้นชายหาดอินโดนีเซีย กับตำนาน “ปลาแห่งวันสิ้นโลก”

เขียนโดย dukedicknarak

สร้างความตกตะลึงให้กับชาวบ้านและนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปยัง Pink Beach บนเกาะลอมบอก ประเทศอินโดนีเซีย หลังมีการพบซากปลาออร์ฟิช (Oarfish) ปลาทะเลน้ำลึกที่ขึ้นชื่อเรื่องรูปร่างอันโดดเด่นคล้ายริบบิ้นยักษ์ นอนเกยตื้นอยู่บนชายหาดในช่วงเช้าของวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยปลาตัวดังกล่าวมีความยาวมากกว่า 4 เมตร หรือกว่า 13 ฟุต ทำให้ผู้คนจำนวนมากเข้ามามุงดูด้วยความประหลาดใจ ก่อนที่บางส่วนจะช่วยกันยกซากปลาขึ้นจากผืนทรายและนำเข้าไปบริเวณด้านในของชายหาด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงกลายเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงอย่างรวดเร็วในพื้นที่ เพราะการพบเห็นออร์ฟิชในธรรมชาติถือเป็นเรื่องที่ค่อนข้างหาได้ยากอยู่แล้ว โดยเฉพาะในบริเวณชายหาดซึ่งห่างไกลจากแหล่งน้ำลึกที่เป็นถิ่นอาศัยตามธรรมชาติของมัน

ออร์ฟิชเป็นปลาทะเลชนิดหนึ่งที่มีลักษณะโดดเด่นจนแทบไม่มีทางสับสนกับปลาชนิดอื่น ลำตัวของมันยาวและแบนคล้ายริบบิ้นหรือแผ่นโลหะที่ถูกยืดออก มีครีบหลังยาวตลอดแนวลำตัว และมีครีบส่วนหน้าที่สามารถยืดออกเป็นก้านยาวคล้ายเส้นผมสีแดงหรือสีส้ม ทำให้เมื่อมันเคลื่อนไหวอยู่ในน้ำ รูปร่างของมันอาจดูคล้ายสิ่งมีชีวิตลึกลับจากโลกใต้ทะเลมากกว่าจะเป็นปลาที่เราคุ้นเคยตามตลาดหรือร้านอาหารทั่วไป ออร์ฟิชบางชนิดสามารถเติบโตได้หลายเมตร และมีรายงานการพบตัวที่มีความยาวมากกว่าความสูงของมนุษย์หลายเท่า จึงไม่น่าแปลกใจที่เมื่อมีออร์ฟิชขนาดใหญ่เกยตื้นขึ้นมาบนชายหาด ผู้พบเห็นจะรู้สึกทั้งประหลาดใจและสงสัยว่าเหตุใดสัตว์ทะเลลึกชนิดนี้จึงมาอยู่บนชายฝั่งได้

ธรรมชาติของออร์ฟิชยิ่งทำให้การพบเห็นเป็นเรื่องพิเศษ เพราะปลากลุ่มนี้ใช้ชีวิตอยู่ในทะเลเปิด โดยเฉพาะบริเวณที่มีความลึกมาก และมีวิถีชีวิตที่แตกต่างจากปลาชายฝั่งทั่วไป มันไม่ได้เป็นสัตว์ที่มนุษย์จะพบเห็นได้ง่ายขณะว่ายน้ำตามแนวชายหาด การที่ตัวมันถูกพัดหรือเคลื่อนเข้ามาถึงบริเวณชายฝั่งจึงเป็นเหตุการณ์ที่น่าสนใจในทางชีววิทยา และซากออร์ฟิชที่เกยตื้นยังสามารถกลายเป็นโอกาสให้นักวิทยาศาสตร์ศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับชนิดพันธุ์ ขนาด อายุ และสภาพร่างกายของมันได้อีกด้วย

แต่สิ่งที่ทำให้ออร์ฟิชมีชื่อเสียงมากกว่ารูปร่างประหลาดก็คือ “ตำนาน” ที่ผูกโยงมันเข้ากับภัยพิบัติทางธรรมชาติ โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับปลาทะเลลึกชนิดนี้มายาวนาน บางตำนานเชื่อว่าการพบออร์ฟิชในบริเวณชายฝั่งอาจเป็นสัญญาณเตือนว่าแผ่นดินไหวหรือสึนามิกำลังจะเกิดขึ้น ด้วยเหตุนี้ออร์ฟิชจึงถูกนำไปเชื่อมโยงกับภาพของสัตว์ทะเลลึกลับที่โผล่ขึ้นมาจากความมืดของมหาสมุทรเพื่อเตือนมนุษย์ถึงภัยพิบัติ และในโลกออนไลน์ก็มีการเรียกมันด้วยฉายาที่น่าขนลุกว่า “ปลาแห่งวันสิ้นโลก”

ตำนานดังกล่าวยิ่งได้รับความสนใจมากขึ้นเมื่อมีข่าวการพบออร์ฟิชเกยตื้นในช่วงที่เกิดแผ่นดินไหวหรือภัยธรรมชาติบางเหตุการณ์ ทำให้ผู้คนเกิดความเชื่อมโยงระหว่างสองเหตุการณ์เข้าด้วยกัน อย่างไรก็ตาม เมื่อมองผ่านหลักการทางวิทยาศาสตร์แล้ว เรื่องนี้ยังไม่มีหลักฐานที่หนักแน่นเพียงพอที่จะสรุปว่าออร์ฟิชสามารถรับรู้หรือทำนายแผ่นดินไหวและสึนามิได้โดยตรง การพบออร์ฟิชเกยตื้นจึงไม่ควรถูกใช้เป็นเครื่องมือพยากรณ์ภัยพิบัติ และการพบปลาชนิดนี้เพียงอย่างเดียวก็ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดแผ่นดินไหวหรือสึนามิตามมา

นักวิทยาศาสตร์มีคำอธิบายที่เป็นไปได้หลายประการสำหรับการที่สัตว์ทะเลน้ำลึกอย่างออร์ฟิชปรากฏตัวใกล้ชายฝั่งหรือเกยตื้น ปัจจัยหนึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมในทะเล เช่น อุณหภูมิน้ำ กระแสน้ำ หรือสภาพอากาศที่ผิดไปจากปกติ นอกจากนี้ สุขภาพของตัวปลาเองก็อาจมีส่วนสำคัญ หากปลามีอาการบาดเจ็บ อ่อนแอ เจ็บป่วย หรือมีปัญหาเกี่ยวกับการควบคุมการว่ายน้ำ ก็อาจทำให้มันไม่สามารถรักษาระดับความลึกและทิศทางการเคลื่อนที่ได้ตามปกติ จนถูกกระแสน้ำพัดเข้าสู่บริเวณชายฝั่งในที่สุด

ในบางกรณี การที่สัตว์ทะเลลึกขึ้นมาอยู่ใกล้ผิวน้ำอาจเป็นส่วนหนึ่งของพฤติกรรมตามธรรมชาติ แต่เมื่อเกิดขึ้นพร้อมกับสภาพทะเลที่ไม่เอื้ออำนวย สัตว์เหล่านี้ก็อาจประสบปัญหาและกลายเป็นสัตว์เกยตื้นได้ สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการตั้งคำถามว่า “มันกำลังเตือนภัยหรือไม่” แต่ยังควรถามด้วยว่า “เกิดอะไรขึ้นกับสภาพแวดล้อมทางทะเลในช่วงเวลานั้น” เพราะการพบสัตว์ทะเลผิดถิ่นหรือสัตว์ทะเลน้ำลึกใกล้ชายฝั่งสามารถเป็นข้อมูลที่น่าสนใจสำหรับการศึกษาระบบนิเวศและการเปลี่ยนแปลงของมหาสมุทร

สำหรับออร์ฟิชเอง แม้จะมีรูปร่างคล้ายสัตว์ประหลาดในตำนาน แต่ความจริงแล้วมันไม่ได้เป็นสัตว์นักล่าที่น่ากลัวสำหรับมนุษย์ อาหารของมันส่วนใหญ่เป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กในทะเล เช่น แพลงก์ตอนและสัตว์น้ำขนาดเล็กบางชนิด ลักษณะร่างกายที่ยาวและครีบหลังที่โดดเด่นเป็นผลจากการปรับตัวให้เหมาะกับการใช้ชีวิตในมหาสมุทร ไม่ใช่รูปร่างที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อการโจมตีมนุษย์แต่อย่างใด

การพบออร์ฟิชยาวกว่า 4 เมตรบน Pink Beach จึงเป็นทั้งภาพที่สร้างความประหลาดใจให้กับผู้พบเห็น และเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สะท้อนให้เห็นว่ามหาสมุทรยังคงมีเรื่องราวอีกมากมายที่มนุษย์ไม่สามารถมองเห็นได้ในชีวิตประจำวัน ใต้ผิวน้ำลงไปหลายร้อยเมตรยังมีสิ่งมีชีวิตอีกนับไม่ถ้วนที่ใช้ชีวิตอยู่ในโลกซึ่งมืด เย็น และแตกต่างจากสภาพแวดล้อมบนผิวน้ำอย่างสิ้นเชิง และออร์ฟิชก็เป็นหนึ่งในตัวแทนของโลกใต้น้ำลึกที่ทำให้มนุษย์รู้สึกทึ่งทุกครั้งที่มันปรากฏตัวให้เห็น

เหตุการณ์ที่ลอมบอกจึงอาจไม่ได้เป็นคำเตือนจาก “ปลาแห่งวันสิ้นโลก” อย่างที่ตำนานเล่าขาน แต่เป็นโอกาสให้เราได้ตั้งคำถามเกี่ยวกับชีวิตในมหาสมุทรมากกว่า เพราะทุกครั้งที่สัตว์จากโลกใต้ทะเลลึกปรากฏตัวขึ้นบนชายฝั่ง มันกำลังพาเศษเสี้ยวของโลกที่มนุษย์แทบไม่มีโอกาสได้เห็นขึ้นมาให้เราได้ศึกษา และบางทีสิ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดของออร์ฟิช อาจไม่ใช่ความเชื่อเรื่องการทำนายภัยพิบัติ แต่คือการที่มันยังคงเป็นหนึ่งในสัตว์ทะเลที่ช่วยย้ำเตือนว่า มหาสมุทรยังมีความลึกลับอีกมากมายรอให้มนุษย์ค้นพบ 

เนื้อหาโดย: dukedicknarak
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedicknarak's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 163 ครั้ง
เขียนโดย dukedicknarak
สวัสดีครับ ผมเป็นนักเขียนที่ชอบงานเขียนทางด้านเกร็ดความรู้ต่างๆ ไม่วาจะเป็นเกี่ยวกับสัตว์โลกน่ารัก หรือ เกร็ดความรู้ และเรื่องราวที่น่าสนใจต่างๆ
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 ทริคซักผ้าให้หอมฟุ้งเหมือนร้านซักอบรีด ด้วยเงิน 20 บาทแม่ค้าหวยระยองสุดช้ำ! รับมา 600 ใบ ขายได้แค่ 300 เหลือเต็มแผงก่อนหวยออก ยอมรับ “ท้อ” แต่ต้องกัดฟันสู้5 สิทธิ์ฟรีของ "ประกันสังคม" ที่คนไทยจ่ายทุกเดือนแต่ไม่ค่อยรู้ว่าใช้ได้บุกกุฏิ! พระลูกวัดวัย 21 ปี ถูกล่อซื้อเคตามีน นัดส่งยาถึงที่ ตำรวจรวบพร้อมหนุ่มวัย 19 พบของกลาง-แชตสั่งซื้อเพียบจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ที่ปลูกทุเรียนมากที่สุดระทึกก่อนนายกฯ ถึง! รถเจ้าหน้าที่เสียงดังสนั่น-ควันพุ่งจากห้องเครื่อง กลาง ครม.สัญจรสงขลา เจ้าหน้าที่ EOD รีบเข้าตรวจสอบไม่ใช่แค่เรื่องสวย! เผย 5 อันดับสีรถยอดนิยมของคนไทย ทำไมสีพวกนี้ถึงครองถนน?สัตว์ที่เกือบจะสูญพันธุ์จากประเทศไทย แต่กลับมาพบเพิ่มจำนวนได้อีกครั้งแม่วัย 35 เปิดอุทาหรณ์สุดผวา! ตรวจมะเร็งหลังคลอด แต่ผ้าก๊อซค้างในช่องคลอด รพ.โทรตามให้กลับมาเอาออก ซ้ำรอหมอไม่ไหวต้องไปอีก รพ.เงิน 3 แสนก้อนเดียว แต่กลายเป็นคนละเรื่อง! ยัตบอกให้ต้ายืมยังไม่คืน ก่อนเฉลยท้ายรายการถูกนำไปหักค่าหุ้น 49% ด้านทนายตั้งคำถาม ทำไมตอนแรกไม่พูดถึงเรื่องนี้5 คณะที่เรียนจบแล้วอาจต้องเจอกับการแข่งขันสูงในยุค AI10 เลขขายดี "สลากใบแดง" งวดวันที่ 1 กันยายน 2569
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
บุกกุฏิ! พระลูกวัดวัย 21 ปี ถูกล่อซื้อเคตามีน นัดส่งยาถึงที่ ตำรวจรวบพร้อมหนุ่มวัย 19 พบของกลาง-แชตสั่งซื้อเพียบนายก อบต.บ้านติ้ว ถูกมีดทำร้ายดับในบ้าน ภรรยาเจ็บด้วย ตำรวจเร่งคลี่ปม ช่วงก่อนเกิดเหตุยังนั่งคุยกับคนก่อเหตุเปิดสถิติ "เลขยอดฮิต" บนเป๋าตัง: ทำไมเลขชุดนี้ถึงขายหมดไวที่สุดในทุกงวด!"น้ำลาย" ของเหลวธรรมดาที่มีพลังรักษาและป้องกันโรค
กระทู้อื่นๆในบอร์ด พูดคุย ทั่วไป
น้ำท่วมเนปาลทำให้มีศพกองสูง ส่งกลิ่นเหม็นเน่า! เจ้าหน้าที่เร่งขุดหลุมฝังศพในป่าอย่างเร่งด่วนชายเมาสุราขโมยเครื่องบินและเข้าไปในพื้นที่หวงห้ามของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เครื่องบินรบสองลำบินขึ้นสกัดกั้นคาเมนีเรียกร้องให้รัฐต่างๆ ในอ่าวเปอร์เซีย "รวมใจกันภายใต้ธงแห่งอิสลาม" เพื่อเผชิญหน้ากับศัตรูที่แท้จริงหุ่นยนต์มัวแต่มอง "เชียร์ลีดเดอร์"จนกลิ้งตกไม่เป็นท่า..ทำเอาชาวเน็ตแซวสนั่น!
ตั้งกระทู้ใหม่