เปรียบเทียบ 4 วิธียกกระชับรอบดวงตา เติมความสดใสให้ใบหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด
เปรียบเทียบ 4 วิธียกกระชับรอบดวงตา เติมความสดใสให้ใบหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด
ผิวรอบดวงตาเป็นบริเวณที่หลายคนกังวลใจมากที่สุด เพราะเป็นจุดที่บอบบางที่สุดบนใบหน้า และยังแสดงสัญญาณความร่วงโรยให้เห็นก่อนส่วนอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นริ้วรอยหางตา หนังตาตก ตีนกา ถุงใต้ตา หรือร่องลึกที่ทำให้หน้าดูเหนื่อยล้า แม้จะพักผ่อนเพียงพอแล้วก็ตาม ความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ ส่งผลโดยตรงต่อภาพรวมของบุคลิกและความมั่นใจ
ด้วยเหตุนี้ หลายคนจึงมองหาวิธียกกระชับรอบดวงตาเพื่อคืนความสดใส แต่ในปัจจุบันไม่จำเป็นต้องพึ่งการผ่าตัดอีกต่อไป เพราะมีเทคโนโลยีและหัตถการที่สามารถช่วยปรับสภาพผิวรอบดวงตาได้โดยไม่ต้องพักฟื้น และยังให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักและเปรียบเทียบ 4 วิธีเด่น ที่ได้รับความนิยม ได้แก่ Thermage Eye, EMFACE Eyes, การฉีดโบหางตา และการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตk เพื่อให้คุณสามารถเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับปัญหาและความต้องการได้อย่างมั่นใจ
Thermage Eye – เทคโนโลยีคลื่นวิทยุเพื่อคอลลาเจนใหม่
- Thermage Eye ใช้พลังงานคลื่นวิทยุ (Monopolar RF) ส่งลงสู่ชั้นผิวลึกและชั้นไขมัน เพื่อกระตุ้นการหดตัวของคอลลาเจนเก่า พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ให้แน่นและแข็งแรงมากขึ้น จุดเด่นของวิธีนี้คือหัวทิปที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับรอบดวงตา ทำให้ส่งพลังงานได้อย่างแม่นยำและปลอดภัย
- ผลลัพธ์ที่ได้ คือผิวรอบดวงตากระชับขึ้น หนังตาที่หย่อนคล้อยดูตึงเรียบขึ้น หางตาที่เคยตกจะดูยกขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยมักเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจนภายใน 1–2 เดือน และอยู่ได้นาน 1–2 ปี
- เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยรอบดวงตา หนังตาตก หางตาตก หรือผิวรอบดวงตาเริ่มหย่อนคล้อย แต่ยังไม่ต้องการการผ่าตัด
EMFACE Eyes – ผสานเทคโนโลยี RF และ HIFES
- EMFACE Eyes คือเทคโนโลยีใหม่ที่ผสานการทำงานระหว่าง Synchronized RF (ช่วยกระชับผิว) และ HIFES – High-Intensity Facial Electromagnetic Stimulation (กระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้า) จุดแข็งของวิธีนี้คือการทำงานทั้งในระดับผิวและระดับกล้ามเนื้อพร้อมกัน
- เมื่อทำการรักษา พลังงาน RF จะฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้แน่นขึ้น ส่วน HIFES จะกระตุ้นกล้ามเนื้อบริเวณรอบดวงตาและหน้าผาก ทำให้หางตาและคิ้วยกกระชับขึ้นโดยไม่ต้องใช้เข็มหรือสารใด ๆ
- ผลลัพธ์ที่ได้คือผิวรอบดวงตาเรียบเนียน ลดความหย่อนคล้อย หางตาและคิ้วยกขึ้น ดูสดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ผลลัพธ์คงอยู่ได้ประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี
- เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการยกหางตา เปิดใบหน้าส่วนบน และลดริ้วรอยรอบดวงตาโดยไม่ต้องฉีดหรือเจ็บตัว
โปรแกรมฉีดโบหางตา – ลดริ้วรอยและยกหางตาอย่างรวดเร็ว
- การฉีดโบหางตา คือการฉีดสารที่ช่วยคลายการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณหางตา ส่งผลให้หางตาดูยกขึ้นเล็กน้อย ริ้วรอยตีนกาดูลดลง และผิวบริเวณนั้นเรียบเนียนขึ้นทันที
- ผลลัพธ์ที่ได้ มักเห็นชัดเจนภายใน 3–7 วัน ใช้เวลาทำไม่นาน ไม่ต้องพักฟื้น อยู่ได้ราว 4–6 เดือน
- เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับลุคให้ดวงตาดูสดใสขึ้นอย่างรวดเร็ว เหมาะกับคนที่มีเวลาจำกัดหรือมีงานสำคัญที่ต้องการผลทันใจ
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา – เติมเต็มร่องลึกและความสดใส
- ฟิลเลอร์ใต้ตาใช้สารไฮยาลูรอนิกแอซิด (Hyaluronic Acid) เติมในบริเวณที่มีร่องลึก เช่น ร่องน้ำตา หรือใต้ตาที่บุ๋ม ทำให้ผิวใต้ตาดูเต็มอิ่มขึ้น ใบหน้าโดยรวมจึงสดใสและอ่อนเยาว์ขึ้นทันที
- ผลลัพธ์ที่ได้ คือร่องลึกใต้ตาหายไป ความหมองคล้ำลดลง ใบหน้าดูสดใสขึ้นทันทีหลังทำ ไม่ต้องพักฟื้น
- เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาใต้ตาลึก ใต้ตาคล้ำ หรือใบหน้าดูอิดโรย แม้นอนหลับเพียงพอ
เปรียบเทียบ 4 วิธียกกระชับรอบดวงตา
- เริ่มจาก Thermage Eye ซึ่งมีจุดเด่นในการกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ ช่วยยกหางตาและปรับหนังตาที่หย่อนคล้อยให้กระชับขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้คือผิวรอบดวงตาดูเรียบตึง ริ้วรอยลดลงอย่างเป็นธรรมชาติ โดยผลสามารถคงอยู่ได้ประมาณ 1–2 ปี เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวรอบดวงตาหย่อนคล้อย
- ในขณะที่ EMFACE Eyes เป็นเทคโนโลยีที่ทำงานได้ทั้งในระดับผิวและกล้ามเนื้อ จึงช่วยยกหางตาและคิ้วให้ดูเด่นขึ้นพร้อมทำให้ผิวรอบดวงตาเรียบเนียน ผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้ประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี เหมาะกับผู้ที่อยากยกหางตาโดยไม่ต้องฉีดหรือใช้สารเติมเต็ม
- ส่วน การฉีดโบหางตา ถือว่าเป็นวิธีที่ให้ผลลัพธ์รวดเร็วที่สุด หลังทำเพียงไม่กี่วันริ้วรอยหางตาจะจางลง และหางตาจะดูยกขึ้นโดยไม่ต้องพักฟื้น ผลอยู่ได้นานราว 4–6 เดือน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับลุคแบบเร่งด่วน
- และสุดท้ายคือ การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ซึ่งช่วยเติมเต็มร่องลึกใต้ตาให้เต็มอิ่มขึ้น ลดความหมองคล้ำและทำให้ใบหน้าดูสดใสขึ้นทันที ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาใต้ตาลึกหรือใต้ตาคล้ำ
ข้อดีของการยกกระชับรอบดวงตา
- ลดริ้วรอยตีนกาและรอยย่นใต้ตา
- ยกหางตาและเปลือกตาให้ดวงตาดูสดใสขึ้น
- ลดถุงใต้ตาและความหมองคล้ำ
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ฟื้นฟูความชุ่มชื้นผิว
- ช่วยให้การแต่งหน้ารอบตาดูเรียบเนียน
- ส่งผลให้ใบหน้าโดยรวมดูอ่อนวัยขึ้น
ใครบ้างที่เหมาะกับการทำหัตถการรอบดวงตา
- ผู้ที่เริ่มมีริ้วรอยตีนกา
- ผู้ที่มีถุงใต้ตาเล็ก–ปานกลาง
- ผู้ที่มีหนังตาบนเริ่มตก
- ผู้ที่ต้องการยกหางตาให้ดูชัดขึ้น
- ผู้ที่ไม่สะดวกผ่าตัดแต่ต้องการฟื้นฟูผิว
คำถามพบบ่อย
Q: ทำ Thermage Eye เจ็บไหม?
โดยทั่วไปจะรู้สึกเพียงอุ่น ๆ เพราะเครื่องมีระบบทำความเย็นช่วยลดความร้อน
Q: ฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นก้อนได้ไหม?
หากฉีดด้วยฟิลเลอร์ที่เหมาะสมและโดยแพทย์ โอกาสเกิดก้อนมีน้อยมาก
Q: ฉีดโบหางตาเสี่ยงหนังตาตกจริงไหม?
หากฉีดผิดตำแหน่งมีความเสี่ยง แต่ถ้าฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ ความเสี่ยงจะต่ำมาก
Q: EMFACE Eyes เหมาะกับคนอายุเยอไหม?
สามารถทำได้แม้อายุ 40–50 ปี ตราบใดที่กล้ามเนื้อยังตอบสนองต่อการกระตุ้น
สรุป
การยกกระชับรอบดวงตาในปัจจุบันมีให้เลือกหลายวิธี โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งการผ่าตัด แต่ละวิธีมีจุดเด่นและข้อจำกัดต่างกัน Thermage Eye เด่นเรื่องคอลลาเจน EMFACE Eyes เด่นเรื่องยกหางตาและกล้ามเนื้อ โบหางตาให้ผลเร็วทันใจ ส่วนฟิลเลอร์ใต้ตาแก้ปัญหาร่องลึกและความหมองคล้ำ
ดังนั้น การเลือกวิธีที่เหมาะสมควรขึ้นอยู่กับสภาพผิว ปัญหาที่เจอ และผลลัพธ์ที่ต้องการ รวมถึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้งเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมกับตัวเอง
ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มีอำเภอเมืองเหมือนจังหวัดอื่น
5 ดินแดนที่สหรัฐอเมริกาเคยพยายามขอซื้อแต่ล้มเหลว
นกเพียง 4 ชนิด ที่มีชื่อเป็นสัตว์ป่าสงวนของประเทศไทย
โซฟาตัวนี้ สร้างความงุนงงให้กับนักวิทยาศาสตร์ มานานกว่า 60 ปีแล้ว!!
ซีแลนเดีย (Zealandia): ทวีปที่ 8 ของโลก ขุมทรัพย์ลึกลับใต้ก้นมหาสมุทรแปซิฟิก
มหากาพย์ "ทวีปมู" อาณาจักรแม่ที่สาบสูญกับความลับใต้ผืนน้ำแปซิฟิก
ดราม่า..ไข่เจียวตลาดน้ำดำเนินสะดวก จานละ 400 บาท ผิดซ้ำซากจากร้านเดิม
เจ้านายใจดี มอบทองคำ 1 กรัมพร้อมเงินสด ให้พนักงานทุกคน
อำเภอที่อยู่ไกลจากตัวจังหวัดที่สุด
ทึ่งทั่วโลก : "The Boneyard" หรือสุสานเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก
"เด็กเขมร" อยากกลับมาเรียนหนังสือในไทย คุณคิดยังไง?
เจ้านายใจดี มอบทองคำ 1 กรัมพร้อมเงินสด ให้พนักงานทุกคน
พลับพลึง Herbertii 'firework Final'
เมื่อ AI แต่งคำสาบานรักจนล้น แต่ "กฎหมาย" ไม่ปลื้ม บทเรียนวิวาห์โมฆะจากเนเธอร์แลนด์
ทหารญี่ปุ่น ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวในป่า 30 ปี โดยไม่รู้ว่าสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลงแล้ว




