5 ลักษณะการทำงานของคนเจน Z: การเปลี่ยนแปลงของโลกการทำงานในยุคใหม่

Generation Z หรือ "เจน Z" หมายถึงกลุ่มคนที่เกิดระหว่างปี 1997-2012 พวกเขาเติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยี อินเทอร์เน็ต และโซเชียลมีเดีย ทำให้มีแนวคิดและพฤติกรรมการทำงานที่แตกต่างจากรุ่นก่อน ๆ อย่างเห็นได้ชัด ในบทความนี้ เราจะมาสำรวจ 5 ลักษณะการทำงานของคนเจน Z ที่กำลังเปลี่ยนแปลงโลกการทำงานในปัจจุบัน
1. ให้ความสำคัญกับความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน
คนเจน Z ไม่ได้ต้องการแค่เงินเดือนที่ดี แต่ยังให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต พวกเขามองว่าการทำงานหนักเกินไปอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพและความสุข จึงมักมองหางานที่ยืดหยุ่น สามารถทำงานทางไกล (Remote Work) หรือมีชั่วโมงการทำงานที่เหมาะสม
ตัวอย่าง: บริษัทที่ให้พนักงานทำงานแบบ Hybrid (ทำงานที่ออฟฟิศและที่บ้านสลับกัน) มักจะดึงดูดคนเจน Z ได้มากกว่าบริษัทที่มีกฎระเบียบเข้มงวดเกี่ยวกับเวลาทำงาน
2. ชอบการทำงานที่มีความหมายและสร้างผลกระทบ
คนเจน Z ต้องการทำงานที่สอดคล้องกับค่านิยมและเป้าหมายของพวกเขา งานที่ไม่มีความหมายหรือไม่มีผลกระทบต่อสังคมอาจทำให้พวกเขาไม่มีแรงจูงใจในการทำงาน พวกเขามักเลือกองค์กรที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) หรือมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการสร้างความเปลี่ยนแปลง
ตัวอย่าง: ธุรกิจที่เน้นความยั่งยืน (Sustainability) หรือองค์กรที่สนับสนุนความเท่าเทียมทางสังคมมักเป็นที่สนใจของคนเจน Z
3. ใช้เทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของการทำงาน
เจน Z เติบโตมากับสมาร์ทโฟนและแพลตฟอร์มดิจิทัล พวกเขาสามารถเรียนรู้เครื่องมือใหม่ ๆ ได้อย่างรวดเร็วและชอบใช้เทคโนโลยีในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการใช้ AI, ระบบอัตโนมัติ (Automation) หรือแอปพลิเคชันที่ช่วยจัดการงาน
ตัวอย่าง: แทนที่จะส่งอีเมลหรือใช้กระดาษ พวกเขาอาจเลือกใช้เครื่องมืออย่าง Slack, Trello หรือ Notion ในการสื่อสารและบริหารงาน
4. ชอบความก้าวหน้าและการเรียนรู้ตลอดชีวิต
เจน Z ไม่ได้มองหางานที่มั่นคงเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง พวกเขามักมองหาบริษัทที่มีโอกาสเรียนรู้ใหม่ ๆ เช่น การฝึกอบรมออนไลน์ คอร์สพัฒนาทักษะ หรือโอกาสเติบโตในสายงาน
ตัวอย่าง: บริษัทที่มีโปรแกรม Mentorship หรือสนับสนุนการเรียนรู้ เช่น การให้พนักงานเรียนคอร์สออนไลน์ฟรี จะได้รับความสนใจจากคนเจน Z มากขึ้น
5. ไม่ยึดติดกับงานเดิม ๆ และเปิดกว้างต่อการเปลี่ยนแปลง (Job-Hopping and Adaptability)
คนเจน Z ไม่กลัวการเปลี่ยนงาน หากพวกเขารู้สึกว่างานปัจจุบันไม่ตอบโจทย์หรือไม่มีโอกาสเติบโต พวกเขาจะมองหางานใหม่ที่เหมาะสมกว่า นอกจากนี้ พวกเขายังมีแนวคิดแบบ "Gig Economy" คือการทำงานแบบฟรีแลนซ์หรือโปรเจกต์ระยะสั้น เพื่อให้มีอิสระในการเลือกงานมากขึ้น
ตัวอย่าง: หลายคนในเจน Z เลือกเป็นฟรีแลนซ์ ทำธุรกิจส่วนตัว หรือมีงานเสริม (Side Hustle) ควบคู่ไปกับงานประจำ
โลกของการทำงานกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากเพราะอิทธิพลของคนเจน Z พวกเขาให้ความสำคัญกับความสมดุลในชีวิต การทำงานที่มีความหมาย เทคโนโลยี การพัฒนาตัวเอง และความยืดหยุ่นในการทำงาน องค์กรที่สามารถปรับตัวให้สอดคล้องกับแนวคิดเหล่านี้จะสามารถดึงดูดและรักษาคนรุ่นใหม่ไว้ได้ดีกว่า
สำหรับคุณล่ะ? คิดว่าลักษณะการทำงานของเจน Z มีข้อดีหรือข้อเสียอย่างไรบ้าง?
รายได้คนขับรถไฟ
โรงเรียนที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
ซองกันชื้น ในซองขนม เอาไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย
เปิดสายรถเมล์ ที่ยาวที่สุดในกรุงเทพฯ ผ่านเป็นร้อยป้าย ก็ยังไม่ถึงสักที
5 ประเทศจิ๋ว สุดน่าอยู่ ที่หลายคนไม่เคยรู้ว่ามีอยู่บนโลก
จังหวัดที่ปลูกทุเรียนมากที่สุดในประเทศ
3 มหาวิทยาลัยที่บรรยากาศท่ามกลางธรรมชาติที่ดีและสวยที่สุดในประเทศไทย
ข้าราชการที่กู้ยืมเงินมากที่สุดในไทย
เปิดอันดับโรงเรียนสอบเข้ายากในไทย ทำไมเด็กเก่งทั่วประเทศอยากเข้า
เมืองที่เงินเดือนน้อยแต่อยู่สบายที่สุดในประเทศไทย
5 มหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อว่า “เดินเหนื่อยที่สุดในไทย”
เลขมงคลปฏิทินครอบครัวข่าว3 ประจำเดือนมิถุนายน 2569
วิธีต้มมาม่าให้อร่อยขึ้น เส้นเหนียวนุ่ม น้ำซุปหอมเหมือนร้านดัง
เลขเด็ด "คำชะโนด" งวดวันที่ 1 มิถุนายน 69..เลขเด่น 4 มาแรง!
เปิดรายชื่อโรงเรียนประจำชื่อดังในไทย จุดเด่นแต่ละแห่งต่างกันอย่างไร
