แรกเกิดถึง 1 ขวบอาการที่ควรระวังและควรปรึกษาแพทย์ทันที
ในช่วงแรกเกิดถึง 1 ขวบ ทารกยังมีระบบร่างกายและภูมิคุ้มกันที่พัฒนาไม่สมบูรณ์ ดังนั้นหากพบอาการผิดปกติเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ อาการที่ควรระวัง ได้แก่:
1. อาการเกี่ยวกับการหายใจ
• หายใจเร็วผิดปกติ (มากกว่า 60 ครั้งต่อนาที)
• หายใจมีเสียงหวีด ครืดคราด หรือมีเสียงผิดปกติ
• หยุดหายใจชั่วคราวหรือสีผิวเปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำ/ซีด
สิ่งที่ควรทำ: รีบพาทารกไปโรงพยาบาลทันที เพราะอาจเกิดจากการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ
2. อาการไข้หรืออุณหภูมิผิดปกติ
• ไข้สูงกว่า 38°C ในเด็กอายุต่ำกว่า 3 เดือน
• ตัวเย็นผิดปกติ หรืออุณหภูมิร่างกายต่ำกว่า 36°C
สิ่งที่ควรทำ: วัดอุณหภูมิด้วยเทอร์โมมิเตอร์ และรีบพบแพทย์ เพราะอาจเกิดจากการติดเชื้อในร่างกาย
3. การกินนมหรือน้ำหนักตัว
• กินนมน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด หรือไม่ยอมดูดนม
• อาเจียนบ่อยหรือพุ่งแรง
• น้ำหนักไม่ขึ้นตามเกณฑ์ หรือมีน้ำหนักลดลง
สิ่งที่ควรทำ: สังเกตการกินนมและการขับถ่าย หากกินนมน้อยและมีอาการซึมร่วมด้วย ให้รีบพบแพทย์
4. การขับถ่ายผิดปกติ
• ปัสสาวะน้อย (น้อยกว่า 6 ครั้งต่อวัน) หรือไม่ปัสสาวะเกิน 12 ชั่วโมง
• อุจจาระมีมูกเลือดหรือสีเขียวเข้ม/ดำผิดปกติ
• ท้องผูกนานเกิน 2-3 วัน หรือท้องเสียมากกว่า 3 ครั้งใน 1 วัน
สิ่งที่ควรทำ: รีบปรึกษาแพทย์ เพราะอาจเกิดจากภาวะขาดน้ำหรือการติดเชื้อในลำไส้
5. อาการทางผิวหนัง
• ตัวเหลืองเกินปกติ (โดยเฉพาะในเด็กอายุเกิน 2 สัปดาห์)
• มีผื่นขึ้นทั่วตัว หรือผื่นลามเร็ว
• ผิวหนังซีด เย็น หรือเขียวคล้ำ
สิ่งที่ควรทำ: ถ้าผื่นหรืออาการเหลืองไม่ดีขึ้นใน 24 ชั่วโมง หรือมีอาการอื่นร่วม ควรรีบพบแพทย์
6. อาการเกี่ยวกับดวงตา
• ตาเหลืองข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง
• มีน้ำตาไหลตลอดเวลา หรือมีขี้ตามากผิดปกติ
• ตาไม่ตอบสนองต่อแสงหรือลูกตาไม่เคลื่อนไหว
สิ่งที่ควรทำ: ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อประเมินระบบการมองเห็น
7. อาการซึม หรือไม่ตอบสนอง
• ทารกซึม ไม่ยอมตื่นแม้ปลุก หรือร้องไห้ไม่หยุดนานกว่า 3 ชั่วโมง
• ไม่สนใจเสียงหรือสิ่งรอบข้าง
• กล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือเคลื่อนไหวผิดปกติ
สิ่งที่ควรทำ: รีบพาทารกไปโรงพยาบาล เพราะอาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อในสมองหรือร่างกาย
8. ชักหรืออาการเกร็ง
• มีอาการชักหรือเกร็ง โดยเฉพาะหากมีไข้ร่วมด้วย
• แขนขาเกร็งกระตุกหรือไม่ตอบสนอง
สิ่งที่ควรทำ: จับทารกให้นอนตะแคงและรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที
9. บาดแผลหรืออาการเจ็บป่วยเฉพาะที่
• แผลสะดือบวมแดงหรือมีกลิ่นเหม็น
• มีบาดแผลติดเชื้อ หรือแผลไม่หายเกิน 2-3 วัน
สิ่งที่ควรทำ: ทำความสะอาดแผลด้วยน้ำเกลือ หากยังอักเสบควรปรึกษาแพทย์
10. อาการอื่น ๆ ที่น่าสงสัย
• ศีรษะบวมโตผิดปกติ หรือกระหม่อมบุ๋มลง
• มีการเคลื่อนไหวที่ไม่สมมาตร เช่น มือข้างหนึ่งไม่ขยับ
หากมีอาการเหล่านี้ไม่ควรรอช้า เพราะเด็กในวัยแรกเกิดถึง 1 ขวบมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนสูง ควรพบแพทย์เพื่อรับการตรวจและรักษาทันทีค่ะ!
ทำไมเสาไม้ใต้เวนิสยังไม่ผุ
เปิดตำนาน 7 ห้างสรรพสินค้าในอดีตที่เคยรุ่งเรือง
ยีนอ้วนมีจริงไหม? ทำไมบางคนกินเท่ากัน แต่อ้วนง่ายกว่า
อาชีพข้าราชการไทยที่เงินเดือนเยอะที่สุด
เลขมงคล เพชรกล้า "เด็กชายนำโชค" 1/8/69
5 สถานที่อากาศบริสุทธิ์ที่สุดในประเทศไทย สูดลมหายใจได้เต็มปอด
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
ใส่มาตั้งนาน เพิ่งรู้! ทำไมรองเท้า Converse ถึงต้องมี "รูเล็ก ๆ 2 รู" อยู่ข้างเท้า?
โลกหมุนแต่ทำไมเราไม่รู้สึก
เปิดแนวทางเลขเด็ด "อาจารย์หนู" งวดวันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2569
จมูกก็ทำเงินได้! เปิดโลก “นักดมกลิ่นมืออาชีพ” อาชีพสุดแปลกที่บริษัทระดับโลกต้องพึ่งพา
6 อาหารอุ่นซ้ำ กลายเป็นสารพิษหรือมะเร็ง จริงหรือไม่
ยีนอ้วนมีจริงไหม? ทำไมบางคนกินเท่ากัน แต่อ้วนง่ายกว่า
5 ตลาดนัดที่ใหญ่ที่สุดของเมืองไทย
5 สถานที่อากาศบริสุทธิ์ที่สุดในประเทศไทย สูดลมหายใจได้เต็มปอด
พูดตรง ไม่ยิ้ม หรือแค่ต่างวัฒนธรรม? เปิดผลสำรวจ 10 สัญชาติที่ถูกมองว่าหยาบคาย


