หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

สงครามแห่งความสูญเสีย: การต่อสู้ที่โหดร้ายของสมรภูมิซอมม์

เนื้อหาโดย Boss Panuwat

ผู้เรียบเรียง: Boss Panuwat

การต่อสู้ที่เริ่มต้นในวันที่ 1 กรกฎาคม 1916

สมรภูมิซอมม์ (Battle of the Somme) เป็นหนึ่งในการต่อสู้ที่โดดเด่นที่สุดในประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งเริ่มต้นในวันที่ 1 กรกฎาคม 1916 ที่ฝรั่งเศส ภายใต้การนำของฝ่ายสัมพันธมิตร (Allied Forces) ที่มีสหราชอาณาจักรเป็นผู้นำ โดยการรบนี้ถือเป็นหนึ่งในการสูญเสียที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ทหารของสหราชอาณาจักร โดยเฉพาะในวันที่ 1 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันที่มีทหารสหราชอาณาจักรถูกฆ่าตายกว่า 19,000 คนในวันเดียว ถือเป็นวันที่เจ็บปวดที่สุดในประวัติศาสตร์การทหารของพวกเขา

แม้ว่าการต่อสู้ที่สมรภูมิซอมม์จะยืดเยื้อเป็นเวลานานกว่าห้าเดือน แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับทั้งสองฝ่ายก็ยังคงเป็นที่จดจำ โดยมีทหารมากกว่า 3 ล้านคนจากทั้งฝ่ายสัมพันธมิตรและฝ่ายเยอรมันที่เข้าร่วมการต่อสู้ และในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บมากกว่า 1 ล้านคน

สภาพอากาศที่ทำให้การต่อสู้ยากลำบาก

เมื่อถึงเดือนตุลาคม สภาพอากาศที่เลวร้ายได้ขัดขวางการโจมตีของฝ่ายสัมพันธมิตร โดยทหารต้องฝ่าฟันอุปสรรคจากสภาพพื้นที่ที่เต็มไปด้วยโคลนหนาและต้องเผชิญกับการยิงปืนจากทหารเยอรมัน รวมถึงเครื่องบินรบที่โจมตีจากฟากฟ้า ด้วยเหตุนี้การรุกของฝ่ายสัมพันธมิตรจึงติดขัดและไม่สามารถทำลายแนวป้องกันของฝ่ายเยอรมันได้

ในที่สุด การโจมตีครั้งสุดท้ายของฝ่ายสัมพันธมิตรเกิดขึ้นในกลางเดือนพฤศจิกายน โดยมีการโจมตีในหุบเขาของแม่น้ำแอนเคร (Ancre River Valley) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ในมือของฝ่ายเยอรมัน การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสภาพอากาศที่เริ่มหนาวเย็นขึ้นอย่างชัดเจน และหลังจากนั้นเพียงไม่นาน ฮาอิก (Haig) ผู้บัญชาการกองทัพอังกฤษก็สั่งให้ยุติการโจมตีในวันที่ 18 พฤศจิกายน

การสูญเสียที่ไม่มีทางชนะ

แม้ว่าการต่อสู้ที่สมรภูมิซอมม์จะมีผลกระทบที่รุนแรงต่อทั้งสองฝ่าย แต่ก็ไม่สามารถบรรลุผลลัพธ์ที่สำคัญหรือชัยชนะที่สามารถเปลี่ยนแปลงกระแสการสงครามได้ ความพยายามของฝ่ายสัมพันธมิตรในการทำลายแนวป้องกันของฝ่ายเยอรมันผ่านการโจมตีในช่วงห้าเดือนนั้น สุดท้ายแล้วก็ทำให้ฝ่ายสัมพันธมิตรมีความก้าวหน้าห่างจากตำแหน่งเดิมเพียงแค่เจ็ดไมล์เท่านั้น ซึ่งถือเป็นความล้มเหลวที่ยิ่งใหญ่

การสูญเสียครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในสมรภูมิซอมม์ รวมถึงการสูญเสียทหารจำนวนมากในวันแรกของการรบ ได้กลายเป็นตัวอย่างของความโหดร้ายและไร้เหตุผลของสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่เต็มไปด้วยการทำลายล้างที่ไม่มีที่สิ้นสุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการต่อสู้ในระบบของการขุดหลุมที่เรียกว่า "Trench Warfare" ซึ่งเป็นรูปแบบการรบที่เต็มไปด้วยความท้าทายและความยากลำบาก

การสูญเสียของทหารอังกฤษและการตัดสินใจที่ถูกวิจารณ์

ทหารอังกฤษหลายคนที่เข้าร่วมในการต่อสู้ที่สมรภูมิซอมม์นั้นเป็นทหารที่สมัครใจเข้าร่วมกองทัพในปี 1914 และ 1915 และส่วนใหญ่เป็นทหารที่ยังไม่มีประสบการณ์ในสงครามมาก่อน ซึ่งหลายคนก็มาเข้าร่วมการรบในสมรภูมิซอมม์เป็นครั้งแรก อีกทั้งยังมีทหารที่มาจากหน่วยที่เรียกว่า "Pals Battalions" ซึ่งเป็นหน่วยที่รวมเอาเพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง และคนในชุมชนเดียวกันมาอยู่ในหน่วยเดียวกัน

หนึ่งในเหตุการณ์ที่สะเทือนใจที่สุดในสมรภูมิซอมม์คือการสูญเสียอย่างใหญ่หลวงของทหารจากกองพันที่ 11 ของอีสต์แลงคาเชียร์ (East Lancashire Battalion) หรือที่รู้จักกันในชื่อ "Accrington Pals" ซึ่งในวันที่ 1 กรกฎาคม ทหารทั้งหมด 720 คนจากหน่วยนี้ได้เข้าร่วมการรบ และผลที่ได้คือทหารถึง 584 คนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ซึ่งสะท้อนถึงความสูญเสียที่ไม่สามารถฟื้นฟูได้

การถอยทัพของฝ่ายเยอรมันและผลกระทบจากสมรภูมิซอมม์

ถึงแม้ว่าการโจมตีของฝ่ายสัมพันธมิตรในสมรภูมิซอมม์จะไม่ประสบความสำเร็จตามที่หวังไว้ แต่ก็มีผลกระทบต่อฝ่ายเยอรมันอย่างหนัก โดยเฉพาะในด้านการสูญเสียตำแหน่งที่สำคัญในฝรั่งเศส หลังจากการต่อสู้ครั้งนี้ ฝ่ายเยอรมันก็เริ่มมีการถอยทัพไปสู่เส้นฮินเดนเบิร์ก (Hindenburg Line) ในเดือนมีนาคม 1917 แทนที่จะยึดพื้นที่ที่ต้องการต่อสู้บนสมรภูมิซอมม์

ในที่สุด การสูญเสียของฝ่ายเยอรมันในสมรภูมิซอมม์มีจำนวนมากกว่าฝ่ายสหราชอาณาจักร โดยฝ่ายเยอรมันสูญเสียทหารไปประมาณ 450,000 คน ขณะที่ฝ่ายสหราชอาณาจักรสูญเสียทหารไปประมาณ 420,000 คน ซึ่งถึงแม้ว่าฝ่ายสัมพันธมิตรจะไม่ได้ชัยชนะในสมรภูมิซอมม์ แต่ประสบการณ์ที่ได้รับจากการต่อสู้นั้นจะกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้พวกเขาประสบความสำเร็จในสมรภูมิอื่นๆ ในแนวหน้า

บทความนี้เขียนโดย Boss Panuwat

เนื้อหาโดย: Boss Panuwat
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Boss Panuwat's profile


โพสท์โดย: Boss Panuwat
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลกนกเพียง 4 ชนิด ที่มีชื่อเป็นสัตว์ป่าสงวนของประเทศไทย5 ดินแดนที่สหรัฐอเมริกาเคยพยายามขอซื้อแต่ล้มเหลวอำเภอที่อยู่ไกลจากตัวจังหวัดที่สุด"คาร์โบไฮเดรตที่ดีที่สุดในโลก" ไม่ใช่ข้าวกล้อง...มหากาพย์ "ทวีปมู" อาณาจักรแม่ที่สาบสูญกับความลับใต้ผืนน้ำแปซิฟิกโซฟาตัวนี้ สร้างความงุนงงให้กับนักวิทยาศาสตร์ มานานกว่า 60 ปีแล้ว!!จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มีอำเภอเมืองเหมือนจังหวัดอื่นรู้จัก QF-16 เครื่องบินรบผีสิงไร้นักบิน ดัดแปลงจาก F-16ย้อนรอย 6 อารยธรรมโบราณที่ล่มสลายอย่างลึกลับ ทิ้งไว้เพียงปริศนาให้โลกค้นหาซีแลนเดีย (Zealandia): ทวีปที่ 8 ของโลก ขุมทรัพย์ลึกลับใต้ก้นมหาสมุทรแปซิฟิกทึ่งทั่วโลก : "The Boneyard" หรือสุสานเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
โทรศัพท์มือถือแบบมีกล้องดิจิทัล รุ่นแรกที่วางขายบนโลกความเชื่อโบราณ "อาถรรพ์นางตานี"
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เปิดสถิติโลก x ที่ดี ต้องกี่นาที? วิจัยเผยตัวเลขที่ผู้หญิงฟินที่สุด นานไปใช่ว่าจะดี10 สุดยอดอาหารสมอง คอนเฟิร์มว่าช่วยต้านอัลไซเมอร์ได้จริง'ฉี่' ดูยังไงว่า 'ไตมีปัญหา'จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ทุกอำเภออยู่ติดฝั่งทะเลและชายแดน
ตั้งกระทู้ใหม่