หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post แชร์ลิ้ง
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ตำรวจบุกรวบ แก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ แต่ละคนระดับหัวกะทิ

แปลกนะที่คนสมัยนี้ไม่เห็นใจคนอื่น

กลับกอบโกยผลประโยชน์เข้าตัว

หลอกลวงซ้ำซาก หากินบนความทุกข์ยากของคนอื่น

คนแบบนี้ตายไม่กี่ชาติ ก็ไม่น่าจะได้ผุดได้เกิด

เจ้าของกระทู้ขอสาปแช่งค่ะ

------------------------------------------------------------------

บุกรวบ "แก๊งค์คอลเซ็นเตอร์" เอาความรู้จากแก๊งค์ประเทศเพื่อนบ้านมาใช้

หวังเป็นเจ้าแรกในประเทศไทย แต่ละคนระดับหัวกะทิ

บิ๊กเด่นส่งทีมทลายกลุ่ม Startup คอลเซ็นเตอร์เมืองไทย

หลังจิ๊กโพยบอสของประเทศเพื่อนบ้าน

ข้ามกลับมาเปิดเองในประเทศไทยได้ 2 เดือน  แต่ละคนระดับหัวกะทิทั้งนั้น

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

ที่ให้ความสำคัญในเรื่องการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์นี้เป็นอันดับหนึ่งเพราะ

สร้างความเดือดร้อน ให้ประชาชน โดยล่าสุด ทีมนักวิเคราะห์แผนประทุษกรรมของ

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. มือปราบคอลเซ็นเตอร์ได้วิเคราะห์ข้อมูลพบแก๊งคอลเซ็นเตอร์

กลุ่มใหม่เกิดขึ้นในข้อมูลระบบการรับแจ้งความออนไลน์ ชักชวนให้ลงทุนและทำภารกิจ

ภายใต้บริษัทปลอมที่ใช้ชื่อว่า E-SHIPING.SHOP พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์

จึงได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. ในฐานะหัวหน้าชุด ศปอส.ตร. (PCT)

ชุดที่ 5 ดำเนินการสืบสวนจนทราบว่าแก๊งดังกล่าวอยู่ในประเทศไทย

ซึ่งตามปกติจะอยู่ฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน จนสืบสวนทราบถึงสถานที่ตั้งก่อนนำกำลังบุกทลาย

ภายในคอนโดย่าน ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ มีผู้ร่วมขบวนการภายในห้อง

มีจำนวน 4 คน ตรวจยืดคอมพิวเตอร์ 3 เครื่อง โทรศัพท์มือถือจำนวน 9 เครื่อง สมุดบัญชีจำนวน 5 เล่ม

ชิมการ์ดโทรศัพท์ 38 ชิม

จากการตรวจลอบพบวาขอมูล รูบแบบการหลอกลวงเรียกได้ว่าถอดแบบมาจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์

ที่อยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งท้ายสุด หนึ่งในผู้ร่วมขบวนการได้ยอมรับว่าได้นำความรู้ นำ Knowhow

ที่ได้จากการไปทำในประเทศเพื่อนบ้านกลับมาทำเอง เพราะคิดว่าตัวเองมีความรู้ระดับอาจารย์

ไม่จำเป็นที่จะต้องไปทำในประเทศเพื่อนบ้านเพื่อรับเปอร์เซ็นต์จากคนจีนแค่ 3%

โดยวาดฝันไว้ว่าตนเองจะเป็นผู้ก่อตั้งแก้งคอลเซ็นเตอร์ของคนไทยเจ้าแรก

และจะเป็น Start Up เพื่อขยายกิจการในประเทศไทย แต่ทำได้เพียง 2 เดือนก็มาถูกจับเสียก่อน

เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 65 เวลาประมาณ 13.00 น. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์

ผบ.ตร.พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง

ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น./ หน.ชุด ปฏิบัติการ PCT ที่ 5

พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง พ.ต.ท.ชัยวัฒน์ จงเจริญ

พ.ต.ต.คณิตนนท์ ถนอมศรี ร.ต.อ.วุฒินันท์ คงดี ร.ต.อ.ปรมา ปราณี

ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปอส.ตร. (PCT) ชุดที่ 5

ร่วมกับชุดลาดตระเวนออนไลน์ บก.สส.บช.น. สืบสวนติดตามนำมาสู่การเข้าตรวจค้น

ห้องพักเลขที่ 188/130 คอนโดน๊อตติ้งฮิลล์ ถ.แพรกษา ต.ท้ายบ้านใหม่

อ.เมือง จว.สมุทรปราการ ตามหมายค้นศาลจังหวัดสมุทรปราการที่

76222565 ลงวันที่ 4 ธ.ค. 65 จับกุมตัวผู้ต้องหาดังนี้

นายสุพรพงษ์ ปัญญาไว หรือแบงค์ อายุ 31 ปี

อยู่บ้านเลขที่ 977/64ถน่นสามเสน แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ

ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับศาล จ.สุพรรณบุรีที่ จ.236/2565 ลงวันที่ 4 ธ.ค. 65

โดยกล่าวหาว่า "ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น"

พร้อมยึดของกลางไว้ ดังนี้

1.คอมพิวเตอร์ อออินวัน จำนวน 3 เครื่อง

2.โทรศัพท์มือถือจำนวน 9 เครื่อง

3.สมุดบัญชีจำนวน 5 เล่ม

4.ชิมการ์ด โทรศัพท์ 38 ชิม

จับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่ภายในคอน โดย่าน ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมืองจ.สมุทรปราการ พฤติการณ์กล่าวคือ

ทีมนักวิเคราะห์แผนประทุษกรรมของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. (มือปราบคอลเซ็นเตอร์)

ได้วิเคราะห์ข้อมูลพบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ "กลุ่มใหม่"

เกิดขึ้นในข้อมูลระบบการรับแจ้งความออนไลน์ ซึ่งมีรูปแบบการหลอกลวงให้หลงรักก่อน จากนั้นจะชักชวนให้

"ลงทุนและทำภารกิจ" ภายใต้บริษัทปลอมที่ชื่อว่า E-SHIPING.SHOP

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ฯ จึงได้สังการไห้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์

ผบก.สส.บช.น. หรือ หัวหน้าชุด ศปอส.ตร. (PCT) ชุดที่ 5

สืบสวนจนทราบว่าแก๊งดังกล่าวนี้มีอฟฟิศตั้งอยู่ที่ ห้องพักเลขที่ 188/130

คอนโดน๊อตติ้งฮิลล์ ถ.แพรกษา ต.ท้ายบ้าน ใหม่ อ.เมือง จว.สมุทรปราการ

ซึ่งโดยปกติออฟฟิศของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่หลอกลวงคนไทยจะอยู่ใน

ประเทศเพื่อนบ้าน ไม่มีการตั้งอยู่ในประเทศไทยมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว

ซึ่งต่อมา พล.ต.ต.ธีรเดชฯ ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุด PCT5 เข้าตรวจคัน

ห้องพักเลขที่ 188/130 คอนโดน๊อตติ้งฮิลล์ ถ.แพรกษา ต.ท้ายบ้านใหม่

อ.เมือง จว.สมุทรปราการ ตามหมายค้นศาลจังหวัดสมุทรปราการที่

762/2565 ลงวันที่ 4 ธ.ค. 65 ซึ่งเป็นที่ตั้งออฟฟิศแก๊งคอลเซ็นเตอร์

ดังกล่าว ผลการตรวจค้นพบนายสุพรพงษ์ ปัญญาไว หรือแบงค์ ผู้ต้องหา

นางสาวทิพวรรณ ปัญญาไว หรือแหม่ม น.ส.สิริธร หมื่นโฮ้ง หรือแสตมป์

และน.ส.คณิณัช จิรโชควนิช หรือแฟงทั้ง 4 คน อาศัยอยู่ภายในห้องพัก

และตรวจค้นพบ คอมพิวเตอร์ 3เครื่อง , โทรศัพท์มือถือจำนวน 9 เครื่อง , สมุดบัญชีจำนวน 5 เล่ม ,

ชิมการ์ด โทรศัพท์ 38 ซิม ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลทั้งในโทรศัพท์และ

คอมพิวเตอร์ทำให้ทราบว่าทั้ง 4 ได้ร่วมกันหลอกลวงโดยมีแผนประทุษกรรมคือ จะสร้างเฟสบุ๊คปลอม (อวตาร)

โดยใช้ภาพโปรไฟล์เป็นสาวสวยแล้วขักชวนเพื่อนในเฟสบุ๊ค กล่าวคือเป็นการพูดคุยเชิงชู้สาวเพื่อ

ชักชวนมาลงทุน โดยเมื่อเหยื่อสนใจ จะเชิญเข้า "กลุ่มไลน์" โดยอ้างว่า

เป็นบริษัทที่ชื่อว่า E-SHIPING.SHOP ซึ่งแท้จริงเป็นบริษัทที่ไม่มีอยู่จริง

และจากนั้นจะให้คุยกับ อ.กอล์ฟ ซึ่งเป็นตัวตนปลอมที่อุป โลกน์ตนเองว่า

เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน หลอกเสนอขายแผน โปรแกรม หลายๆแบบ

เช่น การท่องเที่ยว การแต่งงาน แล้วหลอกให้โอนเงินร่วมลงทุน

ตามแผนงานต่างๆเหล่านั้น เหมือนเป็นการหลอกให้ทำภารกิจโดยอ้าง

ว่าเมื่อเหยื่อโอนเงินมาแล้วทำภารกิจเสร็จจะได้เงินคืน ในจำนวนมากกว่าเดิม

โดยภายในกลุ่มไลน์ดังกล่าวจะมีเหยื่ออยู่ในกลุ่มเพียงคนเดียว ที่เหลือจะเป็นหน้าม้าทั้งหมด

โดยจะมีการให้หน้าม้าแสร้งสงภาพสลิปการโอนเงินทำทีว่าได้รับเงินจริง แต่แท้จริงเป็นสลิปการโอนเงิน

ปลอม ซึ่งเมื่อเหยื่อเห็นว่าคนในกลุ่มได้รับเงิน โอนจริงจะเกิดความโลภ

และยอมโอนเงินลงทุน ในที่สุด และเมื่อเหยื่อ โอนเงินแล้วจะทำทีแสดงข้อมูลใน

โปรแกรมโชว์ยอดรายได้ให้เหยื่อเห็น แต่เหยื่อต้องการถอนเงินก็จะไม่สามารถถอนได้ โดยจะอ้างว่าเหยื่อทำผิดวิธี

และจะชักชวนให้ลงทุนเพิ่มไปเรื่อยๆ โดยรูปแบบการวางระบบของแก๊งคอลเซ็นเตอร์

กลุ่มนี้เป็นรูปแบบเดียวกับหลายๆแก๊งที่ตั้งออฟฟิศอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน

แต่กลุ่มนี้สามารถรวบรัดระบบต่างๆไว้ในห้องๆเดียวด้วย

คอมพิวเตอร์เพียง 3 เครื่อง และใช้คนจัดการเพียง 4 คน

ซึ่งมีทั้งการทำระบบหลังบ้าน , ระบบการแบ่งห้องไลน์สนทนา , ระบบแถว 1

ที่การชักชวนเหยื่อ , การปลอมสลิปด้วยเทมเพลตในโปรแกรม Photoshop

และอีกหลายขั้นตอน ซึ่งบ่งบอกถึงประสบการณ์และความเข้าใจในการทำแก๊งคอลเซ็นเตอร์เป็นอย่างดี

ซึ่งหลังเสร็จสิ้นการตรวจค้น ชุดจับกุมได้ทำการจับกุมตัว นายสุพรพงษ์ปัญญาไว หรือแบงค์

ตามหมายจับของศาล นำตัวส่งพนักงานสอบสวนสภ.หนองหญ้าไช จ.สุพรรณบุรี

ดำเนินคดีตามกฎหมาย และได้นำตัวอีก3 รายมาซักถามปากคำที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ

น.ส.คณิณัช จิรโชควนิช หรือแฟง ได้ให้การว่า "ตนเองเคยเป็นพนักงานในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศกัมพูชา

ซึ่งทำจนมีความชำนาญมาก มีความรู้ระดับอาจารย์ แต่ละเดือนตอนอยู่กัมพูชาสามารถทำยอดเงินได้เดือนละเป็น100 ล้านบาท

ยอมรับว่าตัวเองคนเดียวสามารถทำงานได้เหมือนคนหกคนในเวลาเดียวกัน ซึ่งเมื่อทำไปเรื่อยก็เกิดความรู้สึกที่ว่า

ทำไมจะไปทำเพื่อรับเปอร์เซ็นต์จากบอสชาวจีนแค่ 3% จึงเกิดความโลภคิดอยากทำเองเพื่อจะได้รับเงินเต็มๆ

โดยระหว่างที่ทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศกัมพูชา ก็ได้แอบเก็บข้อมูล รูปแบบ สคริปต่างๆของชาวจีน

และได้เลือกรูปแบบที่คิดว่าสมบูรณ์แบบเก็บติดตัวไว้ และได้เดินทางกลับมายังประเทศไทยเมื่อประมาณเดือน ก.ย. 65

จากนั้นก็ได้เริ่มทำในประเทศไทยโดยได้จ้างให้ โปรแกรมเมอร์คนไทยที่อยู่ในประเทศกัมพูชา

เขียน โปรแกรมให้ ในราคา 60,000 บาท จากนั้นจึงได้ร่วมกับ

พวกที่อยู่ในห้องอีก 3 คน ทำด้วยกัน โดยส่วนแบ่งรายได้ที่ได้จากการหลอกลวง

ตนเองจะได้ 30%, นายสุพรพงษ์ฯ จะได้ 30% , น.ส.สิริธรฯ จะได้ 20% และ นางสาวทิพวรรณฯ จะได้ 20%

โดยหวังไว้ว่าตนเองจะเป็นผู้ก่อตั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ของคนไทยเจ้าแรก และจะเป็น Start Up

เพื่อขยายกิจการในประเทศไทย แต่ทำได้เพียง 2 เดือนก็มาถูกจับเสียก่อน

อยู่ระหว่างติดตามผู้เสียหายโดยจะมีการแจ้งความเพื่อดำเนินคดี

กับทั้งหมดตามกฎหมายในเรื่องการฉ้อ โกงประชาชนต่อไป

ในชั้นจับกุม นายสุพรพงษ์ ปัญญาไว หรือแบงค์ ให้การว่า "ตนเองเป็นพนักงานอยู่ในเว็บพนันชื่อว่า UFABE T168.net

โดยมีเจ้าของเป็นชายไทยที่มีฐานะคนหนึ่ง ซึ่งตอนอยู่ที่กัมพูชา ได้รู้จักและเป็นแฟนกับ

น.ส.คณิณัชฯ ซึ่งตอนนั้น น.ส.คณิณัช เคยทำแก๊งคอลเซ็นเตอร์อยู่ที่

ประเทศกัมพูชา และเอารูปแบบนั้นกลับมาทำที่ประเทศไทย โดยตนเอง

ก็ร่วมทำด้วยกัน โดยหน้าที่ต่างๆก็จะช่วยกันทำทั้ง 4 คน และเมื่อได้กำไรก็จะนำมาแบ่งกัน"

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. กล่าวว่า "แก๊งคอลเซ็นเตอร์กลุ่มนี้มีความน่ากลัว

เพราะทั้ง 4 ถือเป็นต้นเชื้อ เป็นระดับหัวกะทิ ที่นำความรู้ความสามารถจากการเป็นพนักงานคอลเซ็นเตอร์ที่ฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน

กลับมาตั้งต้นทำในประเทศไทยซึ่งเราจะมีการขยายผลต่อไปจนถึงที่สุด ซึ่งปฏิบัติการในครั้งนี้ถือเป็นการ ตัดไฟแต่ต้นลม

ได้อย่างทันท่วงที่ซึ่งเกิดมาจากการวางรากฐาน วางระบบไว้อย่างดี ของท่าน

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ซึ่งท่านได้ทำไว้ตั้งแต่สมัยยังดำรงตำแหน่ง รอง ผบ.ตร.

เป็นหัวเรือทำสงครามกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์มาเป็นเวลาหลายปี ขอฝากประชาสัมพันธ์ประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากคนร้ายกลุ่มนี้

โดยสังเกตจากภาพอวตาลที่ใช้หลอก โดยแจ้งข้อมูลมาที่ สายด่วน 1441 ตำรวจไซเบอร์ หรือ ศูนย์ ศปอส.ตร. 081-8663000

ผู้สียหายสามารถแจ้งความผ่านระบบออนไลน์ได้ที่ www.thaipoliceonline.com และขอเตือนขอเตือนประชาชนคนไทย

ที่ว่างงานอยู่ กำลังตัดสินใจไปทำงานในประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนใหญ่ไป

แล้วก็เป็น call center และเมื่อใดที่ไปเข้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์แล้วคุณก็เป็นเยี่ยงอาชญากร ไม่ใช่เหยื่อ

เนื้อหาโดย: bluescorpion
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: bluescorpion
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
10 VOTES (5/5 จาก 2 คน)
VOTED: bemygon, มู๋มี่มากินเกี๊ยวแปบเดียวกลับ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
การเปิดตัวโทรศัพท์สมาร์ทโฟนที่เปลี่ยนโลกไปทั้งใบทนไม่ไหว!! สามารถ พยัคฆ์อรุณ นักมวยระดับตำนานของไทย ออกมาพูดแล้ว10 ประเทศถูกเลือกให้เป็นประเทศที่สวยที่สุดในโลกเขมร เจ้าภาพประกวดนางงาม ให้ใส่ชุดไทย แต่บอกเป็น ชุดประจำชาติเขมรเขมรเจ้าเดิม เคลมสูตรห่อหมกไทย!เมืองที่อยู่ในร่มนานจนได้รับแสงแดดไม่เพียงพอเกาะเล็กๆที่เต็มไปด้วยงูและไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่เอาอีกแล้ววววว ถนนพระราม3ชาวเน็ตไทยปั่น มหัศจรรย์ภาพกำแพงหิน ทุกอย่าง Copy เขมร
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
เกิดเหตุเรือล่มที่ปากีสถาน เด็กเสียชีวิตนับสิบรายคอนเทนต์ดีๆ จากยูทูบเบอร์ชื่อดัง Jimmy Donaldson พาคนตาบอด1000คน ไปผ่าตัดตาเกิดเหตุแผ่นดินไหวที่อิหร่านดับเจ็บอื้อเอาอีกแล้ววววว ถนนพระราม3
ตั้งกระทู้ใหม่