หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post แชร์ลิ้ง
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ดวงตาพลังจิต ซีซั่น 1 ตอนที่ 4 :โค้งมรณะตัวตายตัวแทน - Path 2 - ความปั่นป่วนที่ร้านข้าวซอย

     อย่างไรก็ตาม สำหรับ สาว “ เกส “ แล้ว ความรัก ที่มีต่อ ชายหนุ่ม นั้นยังคงมั่นคง หนักแน่นเสมอเพราะตั้งแต่เล็กจนโต ที่เคยได้รู้จักกันมา เธอรู้สึกว่า ความผูกพันระหว่าง เธอ กับ เขา ไม่เคยมีเรื่อง “ เงินๆทองๆ “ มาเกี่ยวข้องเลย ไม่ว่าจะเป็นตอนที่ทางบ้านเธอยังไม่มีอะไร จนถึงตอนนี้ เธอ มี “ อะไรๆ “ มากๆแล้ว  ความสัมพันธ์ของเธอกับชายหนุ่ม ก็ยังคงอบอุ่นเหมือนเดิม ไม่เหมือนกับ ผู้ชายอีกหลายๆคนมองมายังตัวเธอ เป็นเรื่องที่แน่นอนว่า เธอเองก็อยู่ วัยมหาวิทยาลัยแล้ว  ไม่ใช่เด็กๆ เรื่องความรัก เธอเองก็เคยทดลองคบหากับผู้ชายคนอื่นอยู่หลายครั้งแล้วเหมือนกัน  เพราะเธอเองก็ไม่ใช่คนหัวโบราณที่จะหลงรักอยู่แต่ผุ้ชายคนเดียวหัวปักหัวปำจนเกินไปเสียเมื่อไหร่... แต่ทันทีที่อีกฝ่ายรู้สึกว่า เธอมีฐานะมาก ผู้ชายร้อยทั้งร้อย ที่มาคบเธอ ก็มักจะคิดถึงแต่เรื่องเงินๆทองๆ หรือ หวังจะได้ทั้งตัวเธอด้วย ควบกับได้เป็น “ หนูตกถังข้าวสาร “ ไปด้วย หรือบางคนก็จ้อง จะเข้ามาเธอด้วยผลประโยชน์อย่างเดียวจริงๆ  ซึ่งไม่เหมือนกับ “ พาฝัน “ ที่ไม่ว่า เพื่อนของเขาคนนี้จะเป็นอย่างไร จะยากดีมีจนหรือร่ำรวจขนาดไหน ความบริสุทธิ์ใจ หรือ ความหวังดี ต่อเธอ ก็ยังเหมือนเดิม เมื่อครั้งตอนเป็นเด็กๆ ไม่ได้ผิดไปจากเดิมเลย

     ชายหนุ่มไม่เคยตาลุกวาว ที่จะเข้ามาครอบครองตัวเธอ และสมบัติของเธอเลย ทั้งๆที่ตัวเธอเองนี่ ก็ได้ทอดสะพานให้เขา “ ผู้เป็นรักแรก “ ไปเรียบร้อยแล้ว เรียกว่าได้เคยให้ความรักไปหมดทั้งหัวใจ มาก่อน และชายหนุ่มก็รู้ดี  แต่ชายหนุ่มก็ไม่เคยฉวยโอกาศคิดเอาเปรียบเธอเลย  แม้ในขณะที่บางครั้งเธอเองพยายามตัดใจจากเขาไปคบกับคนอื่น เขาก็ยังเคารพในความคิดของเธอ และ ดีต่อเธอ อย่างไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปเลย  จนในวันนี้ เธอเลิกคบกับคนอื่นๆทั้งหมด และ กลับมาหาเขาอีกครั้ง เขาก็ยังให้แต่ความ “ อบอุ่น ” และให้เกียรติเธอเสมอมา  แต่สำหรับผู้ชายทั้งหลาย ที่เข้ามาโดยหวังผลประโยชน์ในตัว  เธอๆ ก็จะส่ง “ กุมารทอง และ โคตรวงศ์พงศาคณาญาติโหงพราย “ ที่เธอได้เลี้ยงเอาไว้ ไปเอาคืนเล่นงานแบบจัดหนัก จัดเต็ม จนเข็ดขี้อ่อน ขี้แก่ กันไปเลย เรียกได้ว่า จะคิดบัญชีกันให้หนักแบบ ทบต้น ทบดอกถึงบ้านเลยทีเดียว บางคนถึงขั้นหลอนจนต้องไปนอนอยู่บนโรงพยาบาลอยู่เป็นสัปดาห์ก็ยังมี...เพราะเจอฤทธิ์ผีหลอกวิญญาณหลอนเข้าไป  ก็นะเล่นกับใครไม่เล่น มาเล่นกับจอมขมังเวทย์อย่างเธอ มันก็ต้องเจอกันบ้างแบบนี้แหล่ะ..

“  เฮ้ๆๆๆ.... ไอ้ สามคน คู่ตุนาหงัน ตรงนั้นอ่ะ มากินข้าวได้แล้ว.... อาหารมาแล้ว.....  “

     เสียงเพื่อนๆ ร่วมคณะ กระเซ้า ทำเอา หนึ่งหนุ่ม สองสาว ต่างก็ตกใจ หน้าแดง รีบเข้าไปรวมกลุ่มกินข้าวกับทุกคนอย่างรวดเร็ว 

   “ อื้อหือ... ข้าวซอยที่นี่อร่อยจังเลย....ที่เคยกินในกรุงเทพฯ ว่าก็อร่อยแล้วนะ....แต่ที่นี่รสชาติเข้มข้นกว่าแฮะ ไก่ก็ต้มจนนุ่ม แทบละลายในปากทีเดียว  ”

นิสา กล่าวชม พร้อมจกเส้นกับน้ำซุปของข้าวซอยเจ้าอร่อย เข้าปากอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดยั้ง

“ แน่นอนซิ....ร้านนี้ร้านเก่าแก่ เลยนะ ฉันขึ้นมาทางเหนือทีไร ถ้า ไม่ติดอะไร ก็แวะกินที่ร้านนี้ตลอดแหล่ะ “

     หนุ่ม “ต้อม” กล่าวขึ้นมาอย่างภาคภูมิใจ ในการนำเสนอ ร้านอาหารอร่อยๆ ที่ทำให้สมาชิกในกลุ่มชื่นชมไม่ขาดปากได้สำเร็จ  และยังอธิบายให้เพื่อนๆฟังเพิ่มเติมว่า

    “ รู้ไหม รู้สึกว่าเมื่อไม่นานมานี้ ข้าวซอยของไทยเรานี่ ติดอันดับของ ซุปที่เป็นที่ชื่นชอบอันดับหนึ่งของโลกเลยด้วยนะ.... ก็โอเคล่ะ มันอาจจะไม่ใช่ความเห็นของคนทั้งหมดก็จริง เพราะ คงไม่มีทางให้ คนทั้งโลกมาลงคะแนนกันได้หรอก แต่ก็แสดงให้เห็นได้ว่า ข้าวซอยบ้านเรานี่ไม่ธรรมดาเลยใช่ไหมล่ะ.....

     และขั้นตอนการทำแต่ละขั้น นี่ก็เรียกได้ว่า เป็นการประยุกต์ให้เข้ากับลักษณะความชอบของคนไทยเราด้วยนะ เพราะถ้าจะให้พูดกันจริงๆแล้ว ข้าวซอยนี่ เดิมทีก็ไม่ใช่อาหารของไทยเรามาตั้งแต่เดิมนะ แต่เราดัดแปลงมาจากอาหารของชาวจีนฮ่อ ที่เป็น ชาวมุสลิมเขาอีกที  ที่มาค้าขายกับคนทางภาคเหนือบ้านเราโดยเฉพาะทางเชียงใหม่  ดังนั้น จึงไม่มีการใช้เนื้อหมู จะมีแต่ใช้เนื้อวัว กับ เนื้อไก่เท่านั้น มาทำ แต่ก่อนนี้ไม่มีการใส่กะทิ  แต่พอคนไทยได้ลองกิน ก็มีการปรับมาใส่กะทิเข้ามา และปรับปรุงสูตรปรับปรุงรสชาติจนถูกปากของคนไทยในปัจจุบันมาจนถึงทุกวันนี้

     โดยข้าวซอยแบบดั้งเดิมนั้น เป็นเส้นหมี่ที่ทำจากข้าว ไม่ใช่เส้นหมี่ที่ทำจากข้าวสาลี และไข่แบบในปัจจุบัน เป็นเส้นสีเหลืองๆอย่างนี้นะ จากนั้นก็เอาเส้นหมี่มาราดด้วยเนื้อวัวบดที่ผัดกับผักดองต่างๆ ไม่ใช่เป็นแกงเนื้อชิ้นใหญ่ๆแบบที่เห็นอยู่ตอนนี้ ซึ่งแบบเก่าๆ นี่ เราเอง ก็ไม่เคยกินเหมือนกัน หายากมากๆแล้ว ไม่รู้ยังเหลือคนทำอยู่หรือเปล่า เคยกินแต่แบบที่เห็นอยู่ทุกวันนี้แหล่ะ ขนาดเป็นแบบที่แพร่หลายแล้ว ในกทม ก็ยังใช่จะหากินได้ง่ายๆเลยนะ

แล้วสาว นิสา ก็เสริมเพิ่มเติมขึ้นมาอีกว่า

    “ ใช่ๆ จะมีแค่ไม่กี่ที่เองนะ อย่างห้างที่ไม่ไกลบ้านฉันก็มี แต่แบบร้านทั่วไปนี่ไม่เคยเห็นเลย หาก๊วยเตี๋ยวเนื้อธรรมดา ยังหากินง่ายกว่าเลย ดังนั้นวันนี้เรามาถึงทางเกือบๆ จะไปทางเหนือแล้ว ๆ เดี๋ยวถ้าขึ้นไปเชียงใหม่นี่ น่าจะมีร้านข้าวซอยอร่อยๆอีกหลายที่แน่เลย แบบนี้ ต้องหาซ้ำอีกซักมื้อ น้ำพริกหนุ่ม กับ แค็ปหมู แล้วก็ น้ำปู๋ ที่ทำจาก ปูนา ด้วยก็เป็นเครื่องปรุงอาหารที่อร่อยนะ ถึงแม้ว่าโดยพื้นฐานจะเป็นเครื่องปรุงที่มีกลิ่นแรงซักนิด แต่ ก็สามารถที่จะนำไปปรุงเข้ากับอาหารได้อย่างเอร็ดอร่อยในหลายๆเมนูเลยล่ะ...เดี๋ยวฉันเองว่าจะหาซื้อกลับไปกินที่กรุงเทพฯซักหลายๆกระปุกหน่อยด้วย ไหนๆก็มาถึงแหล่งแล้ว “

    สาว นิสาฯ ร่ายยาว.....อย่างกับผู้ที่ชำนาญเรื่องการหาอาหารการกิน...ทำเอาเพื่อนๆกล่าวเห็นด้วยไปตามกัน...แล้วก็ลงมือกิน “ ข้าวซอย “ กันอย่างเอร็ดอร่อย

     “ นี่ๆ แล้วดูนี่ ยังมีอีกเมนูหนึ่งนะ แซ่บเหมือนกัน เป็นอาหารที่นิยมกินกันทางเหนือ ชาวบ้านชอบกินกันเหมือนกันนะ อย่างนี่ไง “ ลาบดิบ “.....ฉันเดินไปซื้อมาจากร้านข้างๆนี่ เห็นมีเมนูนี้อยู่นึกแล้วอยากกิน ไอ้นี่ก็อร่อยเหมือนกันนะ จะบอกให้....

นิสา , กิม กับ คนอื่นๆ พอเห็นๆ ก็รีบๆมามุงแล้ว บอกว่า.....

     “ อื้อหือ....สีสันดูน่ากินเหมือนกันนะ....แต่จะคาวไหมนั่น ไม่เคยกินเหมือนกันแฮะ.... “

แต่ ชลฯ กับ ต้อม นี่รีบจ้วงกันเลยทีเดียว เหมือนกลัวคนแย่งกิน....

 “ อืมส์....แซ่บๆ อร่อยแฮะ .... จริงๆก็ไม่ค่อยได้กินบ่อยนะ  แต่วันนี้มาทางเหนือ ถึงถิ่นที่เมนูนี้ ได้รับความนิยมก็เอาซะหน่อย.....”

     ตอนนี้หลายๆ คนก็มามุงๆดูด้วยความเฮฮา แม้แต่ “ พาฝัน “ เองกับ พวก “ เทียร์ “ ก็เข้ามาด้วย  และ ก็เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดบางสิ่งที่แม้แต่ “ พาฝัน “ เองก็ไม่ทันคาดคิดเมื่อ “ ต้อม “ ได้มองดูแล้วเห็นสาว “ เทียร์ “ กำลังจ้องมอง “ เนื้อดิบ ๆ “  ที่อยู่ในจานแบบเข้าภวังค์ อย่างที่ไม่ทันได้นึกถึง....

“ ไง ยัยเทียร์ จ้องซะตาแป๋ว อยากลองหรือไง เอ้า...ซะหน่อยไหม... “

 แล้ว “ ต้อม “ ก็แหย่ ช้อน ที่เต็มไปด้วย “ เลือด และ เนื้อสดๆ “ ทิ่มเข้ามาที่บริเวณใบหน้าของ หญิงสาว ที่เหมือนจะเคลิ้มอยู่ในภวังค์  เหมือนจะแกล้งให้หญิงสาวได้ลองชิมดู จน “ พาฝัน “เองถึงกับสะดุ้งเมื่อนึกขึ้นได้ว่า

“ ผู้ที่มีวิชา สมิง ห้าม กินเลือด หรือ เนื้อดิบๆ โดยเด็ดขาด !!! “

    ชายหนุ่ม รีบเอามือไปฉุดให้ สาว “ เทียร์ “ เขยิบตัวออกมาให้เร็วที่สุด แต่ก็แทบจะไม่ทัน เมื่อ ริมฝีปากของหญิงสาวเหมือนจะแตะกับช้อนไปนิดหน่อย...และเมื่อได้สัมผัสกับเลือดสดๆ หญิงสาวก็เริ่มมีอาการสั่นสะท้านอย่างแปลกๆ ดวงตาเริ่มเหม่อลอย มีอาการตัวสั่นอย่างแปลกๆ ซึ่ง “ พาฝัน “ เองก็ต้องรีบฉุดหญิงสาวไปที่ห้องน้ำอย่างรวดเร็ว.....

    “ โห.... ไอ้ “ พา “ เมิงก็ห่วง ยัยเทียร์ เกินไปหรือเปล่า โดนช้อนเปื้อนลาบเลือดนิดๆหน่อยๆ แค่นี้ ต้องวิ่งไปล้างหน้า ล้างปาก เลยเหรอ เว่อร์ไปป่ะเพื่อน... “

   ชายหนุ่ม พูดแล้วก็หัวเราะลงลูกคอ เอิ๊กๆ.....จนกระทั่งเห็นสายตาๆ หนึ่งที่มองมาอย่างโกรธขึ้ง สุดขีด ถึงค่อยทำหน้าเจื่อนๆไป....

   “ เฮ้ๆ ยัย เกส ( ชื่อเล่นของเกสร ) ทำไม ต้องทำหน้าเหมือน โกรธฉันแบบนั้นอ่ะ ฉันก็ไม่ได้แกล้งอะไรเพื่อนคู่กัดของเธอรุนแรงเกินไปนะ เห็นว่า ยืนจ้องอยู่นาน เลยนึกว่า อยากลองชิมแค่นั้นเอง ปกติ ยัยเทียร์ ก็ดู ห้าวๆ กล้าๆ ไม่นึกว่า จะไม่ชอบอะไรแบบนี้ขนาดนี้เลยนี่... “

    ซึ่ง สาว “ เกส “ ก็ไม่ได้ ตอบอะไรกลับไปยังชายหนุ่ม แค่ยิ้มแบบ แสยะยิ้ม แล้วคิดในใจว่า สำหรับนายน่ะ “ เดี๋ยวค่อยมาคิดบัญชีที่หลังก็แล้วกัน “ แล้วก็รีบวิ่งตาม ทั้ง “ พาฝัน “ และ “ เทียร์ “ ไปที่ห้องน้ำอย่างรวดเร็ว

    เสียง อาเจียน โอ๊กๆ ดังลั่นอยู่ในห้องน้ำ  “เทียร์” เองพยายามโก่งคอ และ ล้วงคอเพื่อให้ตัวเองอาเจียนเอารสของเลือดออกมาให้ได้มากที่สุด ซึ่งในขณะนี้ ยังอยู่ในภาวะที่พอจะห้ามการเปลี่ยนแปลงร่างกายของตัวเองได้อยู่บ้าง แต่สิ่งที่เริ่มเปลี่ยนแปลงก็คือ ที่หน้าเริ่มมีลวดลายของเสือ และ ขนที่ส่วนมือ เริ่มขึ้นมาบ้างแล้ว เสียงที่ออกมาจากลำคอ เริ่มเป็นเสียงครางฮือๆ ฟังไม่ได้ศัพท์บ้าง ฟังรู้เรื่องบ้าง บางช่วงก็เป็นเสียงคำรามในลำคอ เหมือนกับเสือ ที่บั้นท้ายเริ่มมีหางสั้นๆ ลวดลายสีส้มดำปรากฏออกมา แต่บางครั้งก็หดหายไป แล้วก็กลับมาอีก พร้อมกับความพยายามในการอาเจียน เอาสิ่งที่ทานไปออกมาให้ได้มากที่สุด

     ส่วน “ พาฝัน “ ก็กำลังว้าวุ่น จะวิ่งเข้าห้องน้ำหญิงก็ยังไม่กล้า ได้แต่ตะโกนบอก “เทียร์” ว่าไม่เป็นไรใช่ไหม...โชคดีที่ร้านอาหารแห่งนี้ ห้องน้ำอยู่ไกล และเป็นเวลาที่ดึกมากแล้ว จึงไม่มีใครได้ยินเสียงแห่งความผิดประหลาดครั้งนี้

“ อาการ ยัยนั่นเป็นยังไงบ้าง …. ยังพอไหวไหม .... ?

สาว “เกส” ตอนนี้รีบวิ่งกระหืบกระหอบ มาดูอาการเพื่อนอย่างเป็นห่วง

“ เสียงเงียบไปละอ่ะ “

      ได้ยินแต่เสียงครางเบาๆ ....ไม่รู้เป็นยังไงบ้าง เราก็ไม่กล้าเข้าไปดูเสียด้วย ได้แต่ดูลาดเลาอยู่ข้างนอกแบบนี้

“ เตรียมปืนเอาไว้ค่ะ...”พา” ฉันจะเข้าไปดูให้เอง.... “

      หญิงสาว บอกชายหนุ่มเสียงเรียบๆ ชายหนุ่มถึงกับ “อึ้ง” แต่ หญิงสาว ก็ได้เอื้อมมือมากุมมือของชายหนุ่มแล้วพูดเสียงเบาๆว่า

       “ ฉันรู้ว่า “ พา” ของฉัน ถึงยังไงก็ไม่มีวันทำร้ายเพื่อนได้หรอก แต่ก็เตรียมเอาไว้หน่อย เพื่อป้องกันตัวของคุณเอง ก็พอค่ะ ฉันเองก็มีของดีอยู่  ที่รักของฉันไม่ต้องห่วงเขาหรอกนะ... ”

    แล้ว สาวแว่น ก็ล้วงหยิบ เจ้าควายธนู ออกมาเตรียมการเอาไว้ ด้านนอก และ ก็ได้เรียกเอา “ กุมารทอง “ มาด้วย แล้วก็สั่งเจ้าเด็กผีว่า

    “ กุมาร เข้าไปกับแม่นะลูก....เผื่อมีอะไรจะได้ผ่อนหนักเป็นเบาได้ ใช้ พี่ทุยแดง , ทุยดำเลยมันไม่ได้ เดี๋ยวห้องน้ำพินาศกันพอดี ลูกเข้าไปกับแม่นะ “

หญิงสาวพูดออกคำสั่งกับ กุมารทอง ตัวน้อยอย่างจริงจัง

    “ หมดงานนี้ แม่ซื้อ “ ตัวต่อไดโนเสาร์ “ ให้หนูซักตัวด้วยนะแม่ เอาแบบตัวที่หนูชี้ให้แม่ดูในเว็บเมื่อตอนก่อนมาเลยนะ ...รอบที่แล้ว ที่เจอแม่สมิงนี้ซัดเอาหนูยังไม่หายดีเลย

ว่าแล้วเจ้ากุมารทองตัวน้อย ก็ชี้ให้ดู รอยน่วมทั้งตัว เขียวช้ำไปหมด เหมือนจะตัดพ้อกลายๆ

“ เออน่า....เข้าไปเถอะ...เดี๋ยวแม่ซื้อให้ชุดใหญ่ชุดหนึ่งเลย...”

หญิงสาวพูดตัดรำคาญ

    แล้วทั้งสองคนก็ค่อยๆย่องเข้าไปในห้องน้ำเงียบๆ  ซึ่งเวลาก็ผ่านไปเพียงไม่นาน แต่ในความรู้สึกของชายหนุ่มนั้น มันช่างนานแสนนานเหลือเกิน ชายหนุ่มพยายามหลับตาฟังเสียงจากด้านนอก ได้ยินเสียงเหมือนมีการดิ้นรนเล็กน้อยและเสียงท่องมนต์เบาๆ จนในที่สุดก็ใจชื้นขึ้น เมื่อ เห็นสองสาวประคองร่างกันออกมาอย่างช้าๆ

    “ เรียบร้อยแล้วล่ะ คงไม่เป็นไรแล้ว...โชคดีที่ทานเลือดเข้าไปแค่นิดเดียว แล้วฉันก็ร่ายมนต์พุทธคุณกำกับยันต์ เสืออาคม ให้เรียบร้อยแล้ว น่าจะไม่มีอาการอะไรแปลกๆแทรกซ้อนแล้วล่ะ น่าจะปลอดภัยแล้วล่ะนะ.... “

สาว “เกส” พูดขึ้นมาอย่างโล่งใจ....

    ชายหนุ่มจึงรีบเก็บปืนใส่กระสุนเงินเข้าไปในกระเป๋าอย่างรวดเร็ววิ่งเข้าไปหาสองสาวอย่างรวดเร็ว  “ เทียร์ “ รีบโผเข้ามากอดแล้วก็ร้องให้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน น้ำตาไหลพรากจนเปียกชุ่มใบหน้า ปกติแล้วหญิงสาวเป็นคนที่จิตใจเข้มแข็งเป็นอย่างมาก ไม่เคยร้องให้ หรืออะไรที่แสดงให้เห็นว่าเป็นคนที่อ่อนแอเลย แต่ครั้งนี้คงเป็นอะไรที่เป็นที่สุดจริงๆ

      “ ฉันเกลียดที่ตัวฉันต้องเป็นแบบนี้.....สิ่งนี้มันเป็นทั้งพร และ คำสาบในเวลาเดียวกัน ไม่มีมัน ฉันก็อาจจะอยู่ไม่รอดมาได้นานขนาดนี้ แต่พอมีมัน  บางทีตัวฉันเอง ก็ต้องรับสภาพที่ไม่เหมือนกับคนปกติทั่วไปเขา บางครั้งฉันเองก็รู้สึกว่าเป็นตัวประหลาดที่ไม่เหมือนใคร และคงไม่มีใครที่อยากจะอยู่ดูแลฉันไปได้ตลอดชีวิตหรอก....ใช่ไหม “พาฝัน” ฉันรู้ เธอเองก็คงต้องฝืนใจตัวเองซินะ ถ้าเธอไม่ได้รับปาก เอาไว้กับคุณพ่อของฉัน เธอเอง ก็คงไม่ต้องมีฉันที่อยู่เป็นภาระชีวิตของเธอแบบนี้ เธอจะไปทำอะไรที่ไหนก็ได้...ไม่แน่ว่า ป่านนี้ เธอเอง ก็คงมีชีวิตที่เป็นของตัวเธอเอง....มีคนรักของเธอเองไม่ต้องมาคอยดูแลฉัน จนผู้หญิงที่ไหนๆ เขาก็ไม่อยากคุยกับเธอแบบนี้หรอก....

สาว “เทียร์” รำพึงรำพันอย่างน่าสงสาร ส่วนชายหนุ่ม ก็ได้แต่ลูบหัว และกอดปลอบใจ...แล้วก็ได้แต่พูดว่า

“ ไม่เป็นไรนะ....ไม่เป็นไร ฉันอยู่นี่ ฉันจะดูแลเธอเอง... ไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไร “

     พร้อมกับยิ้มให้สาวที่ปกติภายนอกจะดูกล้าแกร่ง แต่ในเวลานี้ เธอ ก็ไม่ได้ต่างจากหญิงสาวทั่วๆไปที่โหยหาคนที่เป็นกำลังใจให้กับชีวิตเลย

 

“ ไปลูกไป.....เรื่องราวเรียบร้อยแล้ว....หมดบทของเราแล้ว...คนไม่ค่อยสบาย เขาก็ไม่เป็นไรแล้วนี่ หมดหน้าที่เราละ ไปดีกว่าจะอยู่ดูคนเขากอดกันทำไม..”

   สาวน้อยใส่แว่นหันหลังเดินกลับไปดุ่มๆ....ทำปากงุ้มๆเหมือนกึ่งน้อยใจ แต่ก็ไม่ทันพ้น มือที่ฉุดเอาไว้ของชายหนุ่ม ก่อนที่จะได้รับการสวมกอดเบาๆ อย่างขอบคุณ พลางจุมพิตที่หน้าผากอย่างซาบซึ้งด้วยความปราถนาที่อยากจะขอบคุณอย่างสุดใจไปครั้งหนึ่ง

  “ ขอบคุณที่สุด...เลยนะ “ เกส “ ถ้าเธอไม่มาด้วยในทริปครั้งนี้....ฉันเองคงจะลำบากมากๆ ส่วนตัวฉัน ถ้าฉันอยู่คนเดียวก็ไม่รู้ว่าจะทำได้ดี เหมือนที่ได้เธอมาได้ด้วยหรือเปล่า ขอบใจมากนะ ขอบใจจริงๆ “ เกส “ ที่รักของฉัน....

    ก่อนที่ชายหนุ่มจะทำการจุมพิต อย่างขอบคุณด้วยหัวใจบริสุทธิ์อย่างแท้จริง ไปที่แก้มของสาวน้อยอย่างอ่อนโยนและรักใคร่อย่างสุดซึ้งอีกครั้ง ก่อนค่อยๆ ประคองร่างหญิงสาวอีกคน ที่ยังดูมีอาการพะอึดพะอมอยู่บ้าง เพื่อเดินกลับไปที่ทางด้านที่ร้านอาหารเปิดไฟสว่างอยู่ที่อยู่ห่างไกลไปสองสามร้อยเมตร  แต่ถ้าหากมีแสงไฟสว่าง ส่องในบริเวณนั้น เราก็จะได้เห็นสภาพของสาวน้องนางหนึ่งที่....หน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุก ดวงตานี่เคลิ้มล่องลอยไปถึงไหน ต่อไหนแล้วก็ไม่รู้.....แลถ้าทุกคนอ่านใจของเธอคนนี้ได้ ผลมันก็จะออกมาประมาณนี้แหล่ะจ้า

   “ เอาละเว้ยยย....คืนนี้ ตรูทำคะแนนขึ้นแซงหน้าได้แล้ว ทั้ง ยัยสาวสมิงไพร และ ยัยเงือกท่าน้ำ สำหรับยัยสมิงสาวอ่ะด้วยมนุษยธรรม ฉันยอมอนุโลมให้มาอยู่ด้วยคนหนึ่งก็ได้  เพราะถ้า ว่าที่ฝาละมีของฉันไม่อยู่ดูแลเธอแบบตอนนี้ แล้วทอดทิ้งให้ยัยนั่นต้องอยู่คนเดียวแล้วมาอยู่กับฉัน เพราะไอ้อาการสาบเสือสาบสมิงแปลกๆแบบนี้  เดี๋ยวใครๆเขาก็จะหาว่าฉันไม่มีมนุษยธรรม ใจร้ายอย่างถึงที่สุด ไปแย่งคนรักของคนอื่นมา เหมือนกับนางร้ายในละครไทยอีก เอาว่ะ อย่างน้อย มีภรรยาสำรองให้สามีซักคน เวลาเราเมนส์มา หรือ เรากำลังท้องกำลังใส้ มันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนักหนานี่หว่า ก็ยังดีกว่าให้สามีไปหาเศษหาเลยที่เป็นใครก็ไม่รู้จักอยู่ข้างนอกล่ะวะ...เพราะนางเอกอย่างฉัน ต้องมีลูกที่น่ารักกับสุดที่รักอย่างเขาเอาไว้หลายๆคน เงินทองเราก็มีออกเยอะแยะไป จะมีซักสองสามคนก็ยังไหว ยังไงก็ต้องมีช่วงที่ต้องพักร่างกายยาวๆหลายเดือนอยู่บ้างแหล่ะ  จะให้ฝาละมีที่รักนอนเหงานอนเหงานอนหง่าวเกาข้างฝาอยู่คนเดียวก็น่าสงสาร หรือแม้ว่า ยัย “เทียร์” จะมีลูกให้ที่รักของฉันซักหน่อยก็ไม่มีปัญหา ฉันก็จะเลี้ยงดูส่งเสียอย่างดี  เพราะฉันมันเป็นแม่พระ ฉันคือนางเอกของเรื่องนี้ค่ะ....ไม่ใช่ใครอื่นที่ไหนทั้งนั้น....อันความใจกว้างของฉันนี่ ถ้าจะให้เปรียบเทียบคงพอๆกับ แม่น้ำเจ้าพระยา+แม่น้ำฮวงโห+แม่น้ำแอมะซอน + แม่น้ำคงคาอยู่แล้ว ไอ้เรื่องยอมให้แฟนไปมีความสุขบ้างนิดๆหน่อยๆนี่มันเรื่องแค่สิวๆสำหรับฉัน เพราะสำหรับเค้าแล้ว ฉันคือที่หนึ่งเสมอนั่นเอง....ยัยเสือสมิงนี่ไม่มีทางเทียบฉันได้  ส่วนยัยเงือกท่าน้ำ เต็มที่ก็ได้แค่ใจเสมอกับตรูล่ะฟระ ส่วนร่างกายไม่มีสิทธิได้ครอบครองอยู่แล้ว ไม่ใช่คู่แข่งฉันหรอก....วะ...ฮะ..ฮะ...ฮะ...ฮ่า…”

   ว่าแล้วสาวแว่น ที่ใครๆมองภาพภายนอก ก็จะเป็นเด็กเรียนดี เรียบร้อย กุลสตรี สงบเสงี่ยม สำรวมเป็นที่หนึ่ง ภาพพจน์ดี ระดับตัวแทนของมหาลัยฯมาตลอด ของเราก็หลับตาพริ้ม ฟินกับความฝันในอนาคต ว่าอิฉันนี่มันเป็นนางเอกในอุดมคติชายทั้งโลกชัดๆ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ แม้กระทั่ง บรรดานางรอง ตัวประกอบ อิฉันก็ยังรักใคร่เมตตา ชุบเลี้ยงๆดู ไม่ให้อนาทรร้อนใจ สาวน้อยยืนยิ้มพริ้มหน้านิ่งอยู่อย่างยาวนาน จนกระทั่งมีเสียงเล็กๆ เสียงหนึ่ง แทรกเข้ามาอย่างละเหี่ยใจว่า.....

“ โหย...แม่ๆ จะเคลิ้มอะไรนักหนา...รีบๆเดินไปซักทีเหอะ...’ทองหิวแล้วนะ แม่อ่ะกินข้าวเรียบร้อยแล้ว แต่แม่ยังไม่เซ่นวักให้หนูกินบ้างเลย  หนูหิวจะแย่อยู่แล้ว....โถ...แค่ “ผู้” มากอด แล้วจูบนิดจูบหน่อย ทำเป็นเคลิ้ม “ น้ำเดิน “ ทั่วร่างกายไปได้...ทำอย่างกับไม่เคยโดนหนุ่มกอดมาก่อน นี่ๆ....แล้ววันนี้แม่จะติ้ว แม่ก็ติ้วไม่ได้นะ....เพราะว่าไอ้ดุ้นพลาสติคหนึ่งฟุตดุ๊กดิ๊กหัวควงสว่าน กับ ไอ้ไข่สั่นสีชมพู ระดับความสะเทือน 38 ริคเตอร์  ของรักของหวงของแม่ๆก็เก็บเอาไว้ที่ลิ้นชักหัวนอนที่บ้านไม่ได้เอาติดมาด้วย ‘ทอง ก็บอกแม่แล้วให้เอามาๆ...เห็นปกติก็ใช้เกือบทุกคืน แม่ก็บอก มากับที่เรียน ต้อง Keep Look นักศึกษาดีเด่น เกียรตินิยม จะเสีย Look ไม่ได้  ดังนั้นแม่จะติ้วไม่ได้นะคืนนี้ เพราะแม่ก็ต้องหลับอยู่บนรถ แล้วแม่จะเคลิ้มฝันหยาดเยิ้ม ทำไมอ่ะแม่....มีปัญญาชวนผู้ที่รักเขาเข้าห้องเข้าหอให้ได้ซักทีก่อน แล้วแม่ค่อยเคลิ้มดีไหมแม่....นี่ทอดสะพานให้เขามาเป็น 4-5 ปีแล้วมั้ง  ดีไม่ดี แอบรัก มาเป็น 10 ปีแล้ว ยังทำได้แค่นี้เอง แล้วจะเคลิ้มไปทำไมอ่ะแม่....อะพิโธ่.....นี่แค่ไม่ได้ติ้ววันเดียวแม่ก็เคลิ้มซะขนาดนี้แล้ว ถ้าไปเข้าป่าอีกตั้งหลายวันนี่ แม่มิต้องไปขอแตงร้านชาวบ้านเขามาคลุมถุงยางแล้วใช้งานแทนเลยหรอแม่....อ่ะโด่เอ๊ย....เคลิ้มมากเกิ๊น...โอเว่อร์สุดๆ “

    กุมารทองน้อย เอ่ย....ขึ้นมาเบาๆ ส่ายหน้า อย่างละเหี่ยใจ...แต่คงไม่ทันจะรู้ตัวว่าตัวเองใกล้ชะตาขาดแล้ว....เมื่ออีสาวร่างเล็กหันขวับกลับมาหา....พร้อมดวงตาที่เหมือนกับมีไฟบรรลัยกัลป์ลุกอยู่ที่ดวงตาก็ไม่ปาน......

“ โครมมมมมมม.....!!! “

    เสียงดังลั่นปานฟ้าผ่า...ผู้คนในร้านอาหารต่างมองไปที่แหล่งที่มาของเสียง ก็เห็นหลังคาของห้องน้ำ ปลิวกระเด็นไปทั้งแถบ จน เจ้าของร้านบอกว่า

   “  เอ๊ยยยย....ไอ้ช่างเมื่อสองวันก่อน มันซ่อมหลังคาห้องน้ำยังไงหว่า...เพิ่งทำไปเมื่อวันก่อน วันนี้ลมมาหน่อย พังปลิวไปทั้งแถบอีกแล้ว....เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปตามมา แล้วต้องบ่นซักหน่อยแล้ว ทำห่วยฉิบหายเลย.....ไอ้ช่างนี่ แย่จริงๆ.....ลมก็ไม่เห็นจะมีอะไรแรงเลยวันนี้ หลังคาพังทั้งแถบอีกแล้วได้ไงวะเนี่ย “

     ส่วน “ พาฝัน “ ที่มองเห็นวิญญาณได้ พอเขามองไป เขานั้นก็ได้เห็นภาพที่ “ เจ้ากุมารทอง “ ขึ้นไปห้อยต่องแต่ง แขนห้อย ขาห้อย ตาถลน ลิ้นแลบจุกปาก สภาพอนาถ เหมือนตายแล้ว ยังต้องมาตายซ้ำตายซ้อนอีกรอบด้วยความแปลกใจว่า ไปทำอะไรอีท่าใหน  ทำไมถึงโดนอะไรแบบนั้น แล้วใครเป็นคนทำ  ครั้นจะถามสาว “ เกส “ ที่เพิ่งเดินมาส่งยิ้มหวานให้กับเขาอย่างอ่อนโยน ด้วยท่วงทีที่ดูสุภาพ สมเป็นกุลสตรี และ นักศึกษาดีเด่น เกียรตินิยมอันดับต้นๆของทั้งโรงเรียน และมหาวิทยาลัยมาโดยตลอด ซึ่งสาวเจ้าเองก็ได้แต่หันมามองเขา แล้วยิ้มแย้มเบาๆ โดยไม่พูดไม่จาอะไรทั้งสิ้น....จากนั้นก้มหน้าก้มตาทานข้าวไปอีกครั้งอย่างเงียบๆ สุภาพเรียบร้อยเป็นที่สุด ดุจกริยาของนางสาวไทยลงประทับร่างก็มิปาน…..

เนื้อหาโดย: dukedick
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: dukedick
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ชาวเน็ตไทยปั่น มหัศจรรย์ภาพกำแพงหิน ทุกอย่าง Copy เขมรเปิดโพสต์สุดท้าย เต้ย Mystyle ดาวทวิตเตอร์ ก่อนเสียชีวิตช็อก!! เต้ย Mystyle หนุ่มหล่อ ดาวทวิตเตอร์ชื่อดัง เสียชีวิตแล้วฮ่องเต้องค์แรกในประวัติศาสตร์จีน : จริงหรือไม่ที่วังใต้ดินของจิ๋นซีฮ่องเต้เลี้ยงงูเหลือมยักษ์หลายตัว?บางคำในภาษา "เขมร" ที่จริงก็เคลมภาษาไทยอีกที??จนท.ช่วยลูกหมูไว้ 6 เดือนต่อมา เจ้าของฟาร์มส่งไส้กรอกให้ ที่ทำจากหมูที่ช่วยสิ่งก่อสร้างที่เก่าแก่ที่สุดของมนุษย์ที่ยังคงหลงเหลืออยู่จนปัจจุบันเด็ก 16 ขับรถชนคนเสียชีวิต ล่าสุด ยื่นหนังสือถอนตัวทีมชาติไทยแล้วทนไม่ไหว!! สามารถ พยัคฆ์อรุณ นักมวยระดับตำนานของไทย ออกมาพูดแล้ว
ดวงตาพลังจิต ซีซั่น 1 ตอนที่ 8 : โค้งมรณะ ตัวตายตัวแทน - Path 6 - ด้วยจิตเมตตา (จบตอนอ่านฟรี ซี่ซั่น 1 จ้า )ดวงตาพลังจิต ซีซั่น 1 ตอนที่ 7 : โค้งมรณะ ตัวตายตัวแทน - Path 5 - ข้อตกลงของสองหญิงสาวดวงตาพลังจิต ซีซั่น 1 ตอนที่ 6 : โค้งมรณะ ตัวตายตัวแทน - Path 4 - วิญญาณร้ายเร่ร่อนที่รออยู่ดวงตาพลังจิต ซีซั่น 1 ตอนที่ 5 : โค้งมรณะ ตัวตายตัวแทน - Path 3 - พบเจอกันครั้งแรกในความฝัน
ตั้งกระทู้ใหม่