หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post แชร์ลิ้ง
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ปธน.วอชิงตันเกือบได้เป็นกษัตริย์สหรัฐอเมริกา

ปธน.วอชิงตันเกือบได้เป็นกษัตริย์สหรัฐอเมริกา

 

            ในโอกาสที่ผมได้ไปเยือนกรุงวอชิงตันอีกครั้งในช่วงวันที่ 9-11 กันยายน 2565 ผมจึงขอเขียนถึงประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐอเมริกาคือนาย “จอร์จ วอชิงตัน”

            หลายคนคงทราบว่า “จอร์จ วอชิงตัน” คือประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา คนที่ 1 ตรงกับในสมัยรัชกาลที่ 1 หลังสถาปนากรุงเทพมหานคร 7 ปี แต่บางคนอาจไม่ทราบว่าท่านเคยเกือบได้เป็นกษัตริย์แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา  เกือบมีราชวงศ์วอชิงตันมาเจริญสัมพันธไมตรีกับราชวงศ์จักรีแล้ว แต่ท่านไม่รับ

 

            วอชิงตันเกิดเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2275 (ในสมัยกรุงศรีอยุธยาของไทย) และเสียชีวิตตอนอายุ 67 ปี เป็นคนรูปร่างสูงอย่างเห็นได้ชัด เขาสูง 6 ฟุต 2 นิ้ว หรือ 188 เซนติเมตร ไหล่แคบ อาจมีลักษณะลำตัวส่วนบนกลมหนา สะโพกกว้าง เป็นผู้นำทางทหารและการเมืองที่โดดเด่นของสหรัฐอเมริกาที่เพิ่งก่อตั้งขึ้น ระหว่าง ค.ศ. 1775 ถึง 1799 เขานำสหรัฐจนได้รับชัยชนะเหนืออังกฤษในสงครามปฏิวัติอเมริกันในช่วงปี 2318 - 2326 และรับผิดชอบการร่างรัฐธรรมนูญในปี 2330 เขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐอเมริกา ในช่วงปี 2332-2340

            หลังจากรบชนะอังกฤษแล้ว ในปี 2326 (หลังตั้งกรุงเทพมหานคร 1 ปี) กองทหารของอาณานิคมสหรัฐอเมริกาซึ่งกลายเป็นประเทศใหม่แล้ว มีความคิดที่จะขอให้วอชิงตันเป็นกษัตริย์องค์ใหม่ของสหรัฐอเมริกา เพราะในยุคสมัยนั้นประเทศต่างๆ ก็มีประมุขเป็นกษัตริย์เป็นส่วนใหญ่  แต่วอชิงตันไม่มีความปรารถนาเช่นนั้น หาไม่คงมี “ราชวงศ์วอชิงตัน” ในสหรัฐอเมริกา  ท่านมองว่าระบบสาธารณรัฐที่เลือกผู้แทนมาบริหารประเทศ มีประมุขเป็นประธานาธิบดี น่าจะเหมาะสมกว่าการมีผู้นำเพียงบุคคลเดียว

            มีเรื่องเล่ากันว่าสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 3 แห่งอังกฤษตรัสถามวอชิงตันว่าจะทำอะไรต่อไป และทรงได้รับข่าวลือมาว่าวอชิงตันจะกลับไปยังบ้านไร่ของตนเอง ทำให้มีพระราชกระแสในทันทีว่า “ถ้าเขาทำเช่นนั้น เขาจะเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก” ซึ่งวอชิงตันก็ได้กลับไปใช้ชีวิตสมถะอย่างชาวไร่จริง ๆ ที่เมานต์เวอร์นอน  ซึ่งก็เป็นจริงตามนั้นวอชิงตันมีฐานะทางประวัติศาสตร์เด่นล้ำเหนือกษัตริย์สุดยิ่งใหญ่แห่งจักรวรรดินิยมอังกฤษเสียอีก

            ในช่วงวัยหนุ่ม วอชิงตันทำงานเป็นเจ้าหน้าที่สำรวจที่ดิน เขาได้ความรู้เกี่ยวกับภูมิประเทศถิ่นฐานบ้านเกิดของเขาอย่างประเมินค่ามิได้ พี่ชายคนโตของเขาแต่งงานกับครอบครัวแฟร์แฟ็กซ์ และได้รับวอชิงตันไปอุปถัมป์เลี้ยงดูโดย โธมัส แฟร์แฟ็กซ์, ลอร์ด แฟร์แฟ็กซ์ที่ 6 แห่งคาเมรอน ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2292 ขณะนั้นวอชิงตันอายุได้ 17 ปีเขาได้รับแต่งตั้งให้ทำงานสาธารณะเป็นครั้งแรกโดยเป็นผู้สำรวจรังวัดที่ดิน ในเขตคัลเปเปอร์เคาท์ตี้ที่เพิ่งตั้งขึ้นใหม่ ในชายแดนของรัฐอาณานิคม

            วอชิงตันเริ่มทำอาชีพเจ้าหน้าที่สำรวจที่ดิน ซึ่งนักประวัติศาสตร์ชี้ว่าเขามีทาสในครอบครอง 20 คนหรืออาจจะมากกว่านั้น พ.ศ.2291 เขาได้รับเชิญให้ไปช่วยรังวัดที่ดินของลอ์ด แฟร์แฟ็กซ์ อยู่ทางตะวันตกของเทือกเขาบลูริดจ์  วอชิงตันยังเป็นนักเก็งกำไรในที่ดินอีกด้วย การที่วอชิงตันได้แต่งงานกับแม่หม้ายที่มีฐานะ ทำให้เขามีสมบัติและสถานะทางสังคมที่สูงยิ่งขึ้น เขาได้ที่ดินหนึ่งในสามของ 18,000 เอเคอร์ (73 ตารางกิโลเมตร) และได้รับส่วนที่เหลือในนามของลูกๆ ของมาร์ธา เขาได้ซื้อที่ดินเพิ่มเติมโดยเงินส่วนตัวในที่ซึ่งปัจจุบันคือ รัฐเวสต์เวอร์จิเนีย อันเป็นผลจากการปฏิบัติหน้าที่ในการรบในสงครามกับฝรั่งเศสและชาวอินเดียแดง ในปี 2318 เขาได้มีที่ดินรวม 6,500 เอเคอร์ (26 ตารางกิโลเมตร) และมีทาสกว่า 100 คน ทำให้เขาเป็นวีรบุรุษจากสมรภูมิและเป็นเจ้าของที่ดินรายใหญ่

            สภาคองเกรสที่ 1 ได้ออกเสียงอนุมัติเงินเดือนของวอชิงตันที่ปีละ 25,000 ดอลลาร์ ซึ่งจัดว่ามีมูลค่ามากในขณะนั้น แต่เนื่องด้วยวอชิงตันได้เป็นผู้มีฐานะอยู่แล้ว จึงปฏิเสธที่จะรับเงินเดือนเพราะเขาเห็นว่าการเข้ารับตำแหน่งเป็นการทำงานรับใช้ประเทศอย่างไม่เห็นแก่ตน แต่ด้วยการหว่านล้อมของสภาฯ เขาจึงได้ยอมรับเงินเดือนนั้น แต่ภายหลังจากที่ออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีในเดือนมีนาคม ปี 2340 วอชิงตันกลับไปยังเมานต์เวอร์นอน เขาให้เวลากับการทำการเกษตร

            แม้วอชิงตันจะนำพาประเทศไปสู่ระบอบสาธารณรัฐที่สร้างความเท่าเทียมกันของประชาชน และไม่ยอมรับระบอบกษัตริย์ แต่ก็ยังไม่มีการเลิกทาส  วอชิงตันและคณะในสมัยนั้นเห็นความเท่าเทียมกันของประชาชน (ผิวขาว) แต่ยังมีทาสผิวดำอยู่  ที่บ้านของวอชิงตันก็มีทาส ท่านก็ยังเคยซื้อทาสในสมัยดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 2332  แต่ท่านก็มีความเห็นว่าการมีทาสเป็นสิ่งที่ไม่สมควร  อย่างไรก็ตามระบบทาสในสหรัฐอเมริกาเลิกไปในสมัยประธานาธิบดีลินคอล์น ในปี 2408 หรืออีก 66 ปีหลังวอชิงตันเสียชีวิต

            การสถาปนาระบอบสาธารณรัฐและยกเลิกระบอบกษัตริย์ในสหรัฐอเมริกา จึงเป็นการเปิดศักราชใหม่ของการปกครองในยุคสมัยใหม่โดยประธานาธิบดีจอร์จ วอชิงตัน และทำให้เขามีชื่อเสียงเป็นอมตะ

 

ภาพประกอบ

 

  AREA แถลง ฉบับที่ 707/2565: วันอังคารที่ 27 กันยายน 2565

ผู้แถลง: ดร.โสภณ พรโชคชัย
ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย
บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส  

ขอบคุณเนื้อหา และสามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่: https://bit.ly/3dStbF4
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: doctorsopon
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
55 VOTES (5/5 จาก 11 คน)
VOTED: หนูเฟิร์น ร้อนรัก, คุณเอิง กราฟฟิค, บอมแบมมาใหม่, น้องบอมสมศักดิ์ศรี, บอบอมยิ้มแย้ม, TREB, iwootjung, nuudaw, nj009, Sarasin Satayasuk, NooTip
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เข้ารวบ! "แอดมินกลุ่มลับ" ตร.สุดช็อก เจอของกลาง "คลิปแอบถ่ๅยดาราตัวท็อปวงการ 39 คน"จังหวัดที่มีเซเว่น(อีเลฟเว่น)มากที่สุดประเทศที่บริโภคเนื้อหมามากที่สุดในโลกนายกฯ ถาม นโยบายเพื่อไทย ค่าแรงขั้นต่ำ 600 ต่อวัน / จบปริญญาตรีเงินเดือน 25,000 บาท จะเอาเงินมาจากไหน?ละทิ้งความเป็นมนุษย์! "นักจิตวิทยา" นำเอา "ลูกลิง"และ"ลูกคน" มาเลี้ยงด้วยกัน แต่สุดท้ายต้องหยุดการทดลองทันทีแนะของ 4 อย่าง ดูดทรัพย์เข้าบ้าน วางให้ตรงถูกตำแหน่งโรคไหนใช้ค่ารักษาแพงที่สุด?"พลตรี เหรียญทอง" ของขึ้น โพสต์โต้สื่อข่าวออสเตรเลีย หลังพาดหัวแรง จ่อฟ้องเหตุหมิ่นประมาทนักวิชาการชื่อดังแนะ “แฟนคลับหมูกระทะ” วิธีสังเกตอาหารปนเปื้อนสารฟอร์มาลีน 
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
จังหวัดไหนค่าแรงเยอะที่สุดในไทย?โรคไหนใช้ค่ารักษาแพงที่สุด?ไขข้อสงสัย ชุดนอนไม่ได้นอน มีผลต่อคุณผู้ชายจริงหรือเปล่า?ทำไมทำขนมแล้ว ต้องใส่เกลือลงไป?
ตั้งกระทู้ใหม่