หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่ เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ คำนวณ การเงิน
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ไขมันทรานส์ พิษร้ายใกล้ตัว

ไขมันมันทรานส์ หรือเรียกอีกชื่อว่า transfat เป็นไขมันที่มีในธรรมชาติน้อยมากแต่เกิดจากการดัดแปลงโครงสร้างของน้ำมันพืชหรือไขมันไม่อิ่มตัวด้วยกระบวนการ hydrogenation หรือ การเติมหมู่ไฮโดรเจน ทำให้น้ำมันพืชมีลักษณะคงตัวที่อุณหภูมิห้อง ทนความร้อนได้สูง ไม่เหม็นหืน อาหารที่มีไขมันทรานส์สูงได้แก่ คุกกี้ แคร๊กเกอร์ ขนมขบเคี้ยว เค้ก โดนัท เฟรนซ์ฟรายส์ แฮมเบอร์เกอร์ เป็นต้น

ได้มีการนำไขมันทรานส์มาใช้ในอุตสาหกรรมอาหารเป็นอย่างแพร่หลายในช่วงประมาณ 50-60 ปีมานี้เนื่องจากมีราคาถูก มีกลิ่นหอมและทอดอาหารได้กรอบ แต่หลังจากนั้นในช่วง 30 ปีที่ผ่านมาก็มีรายงานจากการศึกษาหลายชิ้นพบว่าการบริโภคไขมันทรานส์ปริมาณมากทำให้ไขมันดีในเลือด (HDL cholesterol) ต่ำลง และไขมันเลวในเลือด (LDL cholesterol) สูงขึ้น  นอกจากนี้ยังพบว่าการบริโภคไขมันทรานส์สัมพันธ์โดยตรงกับการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง ไขมันทรานส์ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และการเกิดมะเร็งบางชนิดด้วย ต่อมาจึงมีการตระหนักเรื่องการบริโภคไขมันทรานส์มากขึ้น โดยองค์การอนามัยโลกได้กำหนดไม่ให้บริโภคไขมันทรานส์เกิน 1% ของปริมาณแคลอรี่ที่ได้รับต่อวันหรือประมาณ 2 กรัมต่อวัน ซึ่งอาหารบางชนิดต่อหนึ่งหน่วยบริโภคก็มีไขมันทรานส์เกินปริมาณนี้แล้ว ยกตัวอย่างเช่น โดนัทบางยี่ห้อมีไขมันทรานส์ถึง 2.7 กรัมต่อหนึ่งชิ้น

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาหลายประเทศได้ตระหนักเรื่องพิษร้ายของไขมันทรานส์ บางประเทศในทวีปยุโรปได้ห้ามการใช้ไขมันทรานส์ในการประกอบอาหาร ส่วนในสหรัฐอเมริกาได้ใช้เวลาถึง 3 ปีในการยกเลิกการใช้ไขมันทรานส์ในประเทศโดยในเดือน มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมาได้ประกาศว่าเป็นประเทศที่ปลอดไขมันทรานส์แล้ว สำหรับในประเทศไทยหลังจากที่ได้เผยแพร่ความรู้แก่ประชาชนเรื่องพิษร้ายของไขมันทรานส์และขอความร่วมมือภาคธุรกิจด้านอุตสาหกรรมอาหารเพื่อลดการใช้ไขมันทรานส์มาก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมาได้มีประกาศกระทรวงสาธารณสุขห้ามผลิต นำเข้า จำหน่ายไขมันทรานส์โดยให้ใช้บังคับ 180 วันนับจากวันประกาศซึ่งหมายความว่าในปี 2562 ประเทศไทยจะเป็นประเทศที่ปลอดไขมันทรานส์ในอาหารเช่นเดียวกับในอีกหลายๆประเทศ

จากมาตรการดังกล่าวส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมด้านอาหารทำให้ต้นทุนการผลิตอาหารบางชนิดสูงขึ้น แต่อย่างไรก็ดีเมื่อพิจารณาถึงสุขภาพของประชาชนชาวไทยแล้ว นโยบายปลอดไขมันทรานส์ส่งผลให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดีและไม่ต้องเสี่ยงกับภาวะโรคหลอดเลือดหัวและสมองอันเป็นสาเหตุการเสียชีวิตลำดับต้นๆประเทศ

ขอบคุณเนื้อหา และสามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่: https://chulalongkornhospital.go.th/kcmh/ไขมันทรานส์-พิษร้ายใกล้/
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: my deer
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: maddog2565
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
รวมเลขเด็ดโค้งสุดท้าย 1/3/67สกุลเงินชาติที่ไร้ค่าที่สุดในโลกสนามบินในทวีปเอเชีย ที่มีผู้โดยสารจำนวนมากที่สุดสกุลเงินที่มีค่ามากที่สุดในโลก: อันดับล่าสุด 2023รวมตัวเลขคนเล่าฝัน งวด 1 มีนาคม 2567สรุปเลขดัง หวยเด่น 1 มีนาคม 2567จังหวัดที่มีความสวยงามอันดับต้นๆของประเทศไทยประเทศในอาเซียนที่มีทองคำสำรองมากที่สุด5 "คณะสาขาวิชา"แห่งการเป็นผู้นำ ในสายสาขาการเรียน ระดับอุดมศึกษาแห่งประเทศไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ถนนพระราม 2 ในมุมเดียวกัน จากอดีตถึงปัจจุบัน ต่างกันแค่ช่วงเวลานึกว่ามีเเต่รถไอติมที่โบกไม่ทัน รถขายหอยเเมลงภู่ก็ด้วยเหรอเนี่ย ขับเเบบนี้ขายใครก่อนคุณเพ่!!🤣สุดยอดความอร่อย หวานฉ่ำ แคลน้อยกับมันหวานญี่ปุ่นในโลกของเรามีปลาอะไรที่บินได้มั้ย?สื่อนอกเผย "หนุ่มไทยทุบตีพระ หลังพระให้หวยไม่ถูก"
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ระบบการศึกษาไทย พร้อมแนวทางการแก้ไข ในปี 2024แบรนด์โทรศัพท์มือถือ ที่ครองส่วนแบ่งยอดขายมากที่สุดในประเทศไทยสนามบินที่ใหม่ที่สุด และมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศกัมพูชาสุดยอดความอร่อย หวานฉ่ำ แคลน้อยกับมันหวานญี่ปุ่น
ตั้งกระทู้ใหม่