หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post แชร์ลิ้ง
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

พาทุกคนมาทำความรู้จักกับ สะพานที่แสนยิ่งใหญ่ในอุบลฯ สะพานเสรีประชาธิปไตย 2497

สะพานเสรีประชาธิปไตย หรือสะพานข้ามแม่น้ำมูล จากอำเภอเมืองอุบลราชธานีไปฝั่งอำเภอวารินชำราบนี้ มีมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2497 แล้ว นับว่าเป็นสะพานข้ามแม่น้ำมูลแห่งแรกจังหวัดอุบลราชธานีอีกด้วย หลังจากนั้น เมื่อสะพานหมดอายุการใช้งาน ก็มีการสร้างสะพานขึ้นใหม่ ในปี พ.ศ.2535 แต่ยังคงใช้ชื่อสะพานเสรีประชาธิปไตยเหมือนเดิม เพียงแต่สะพานที่สร้างขึ้นใหม่ มีสะพานคู่ขนานเพิ่มอีกเส้นหนึ่ง เรียกว่า สะพานรัตนโกสินทร์ 200 ปี หากนับจากตัวเมืองอุบล สะพานรัตนโกสินทร์ 200 ปี อยู่ฝั่งซ้ายเป็นขาออกเมือง และสะพานเสรีประชาธิปไตยอยู่ฝั่งขวา เป็นขาเข้าเมือง

คุณพ่อสุวิชช  คูณผล ปราชญ์เมืองอุบลฯ ถ่ายทอดเรื่องราวความเป็นมาของสะพานเสรีประชาธิปไตยกับไกด์อุบลไว้อย่างน่าสนใจ โดยตั้งคำถามไว้ให้ชวนคิดว่า ทำไมสะพานนี้จึงมีชื่อสอดคล้องกับระบอบการปกครอง ไม่เหมือนกับสะพานอื่นๆ ที่ตั้งชื่อตามบุคคลสำคัญหรือบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับสะพานนั้นๆ

สะพานเสรีประชาธิปไตย เริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2496 ค่าก่อสร้าง แปดล้านบาทเศษ จากงบประมาณแผ่นดิน โดยกรมโยธาเทศบาล (กรมโยธาธิการในปัจจุบัน) เป็นหน่วยงานออกแบบ และควบคุมการก่อสร้าง สะพานกว้าง 9.00 เมตร ยาว 450.00 เมตร วิศวกรผู้ควบคุมงานก่อสร้างสะพานแห่งนี้ชื่อ คุณประสิทธิ์ สุทัศน์กุล (ต่อมาดำรงตำแหน่งโยธาเทศบาล จังหวัดอุบลราชธานีคนแรก และเป็นเขยเมืองอุบลฯ แต่งงานกับคุณสุเพ็ญ ทองหล่อ รองนางงามมิตรภาพ พ.ศ. 2495 บุตรสาวพันตำรวจตรี หมื่นชิต ธุรชน บ้านอยู่ที่มุมถนนพนมบรรจบกับถนนพโลชัย) บริษัท กำจรก่อสร้าง เป็นผู้รับเหมาสร้างสะพานนี้

บริษัทผู้ก่อสร้าง ได้จัดทำหุ่นจำลอง (Model) สะพานขนาดเล็กไว้ ณ ที่ทำการชั่วคราวของบริษัท ปลายถนนอุปราชริมฝั่งแม่น้ำมูล รูปร่างลักษณะเหมือนในแบบแปลนทุกประการ แต่ย่อส่วน ชาวอุบลฯ ทั่วไปวิจารณ์เรื่องโครงสร้างของสะพานอย่างกว้างขวาง เนื่องจากโครงสร้างของสะพานข้ามแม่น้ำสายสำคัญในสมัยนั้น ส่วนบนของสะพาน จะต้องเป็นโครงเหล็ก ยึดโยงเชื่อมกันอย่างแข็งแรง ส่วนตอม่อรับพื้นสะพาน ก็ต้องเป็นแท่งคอนกรีตเสริมเหล็กขนาดใหญ่โต เต็มความกว้างของสะพาน ตัวอย่างเช่น สะพานพระพุทธยอดฟ้าฯ สะพานพระราม 6 ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ที่กรุงเทพฯ สะพานนวรัฐ ที่เชียงใหม่ สะพานเดชาติวงศ์ ที่นครสวรรค์ เป็นต้น

ข้อแนะนำ : ล่องแม่น้ำมูล จากจุดเริ่มต้นมาบรรจบที่อุบลฯ

 

แต่โครงสร้างของสะพานข้ามแม่น้ำมูล ที่กำลังก่อสร้างในปี พ.ศ. 2496 - 2497 ไม่มีโครงเหล็กยึดโยงเชื่อมกัน เพื่อความเชื่อมั่นในความแข็งแรง สำหรับตอม่อสะพาน ก็เป็นเพียงเสา 3 ต้น ไม่ใหญ่ไม่โตเท่าไรนัก ตั้งห่างกันเป็นระยะไม่น่าจะรับน้ำหนักตัวสะพานได้ ส่วน "คาน" ของสะพาน แทนที่จะเป็นแท่งคอนกรีตทึบ หนักแน่นมันคง แต่กลับเป็นคอนกรีตโปร่งรูปเหลี่ยม ลักษณะเหมือนลูกกรงระเบียงมากกว่าที่จะเป็นคานรับน้ำหนักของสะพาน ทางเดินเท้าก็ไม่มีเสารับ ยื่นออกจากตัวสะพานลอยๆ กลัวว่าจะหักลงมา สรุปแล้ว สะพานข้ามแม่น้ำมูลแห่งนี้ เป็นลักษณะของสะพานข้ามคลองเล็กๆ มากกว่าจะเป็นสะพานข้ามแม่น้ำสายสำคัญ ซึ่งสะพานมีความยาว 450.00 เมตร เป็นสะพานยาวที่สุดในประเทศไทยสมัยนั้น ชาวอุบลฯ ต่างวิตก วิจารณ์กันโดยทั่วไป แม้จะได้รับการชี้แจงว่า โครงสร้างของสะพาน เป็นการออกแบบตามหลักวิชาการสมัยใหม่ แต่ก็ไม่คลายกังวล 

เมื่อการก่อสร้างสะพานใกล้จะแล้วเสร็จ จะต้องตั้งชื่อสะพานแห่งนี้ ก่อนที่จะมีพิธีเปิดเป็นทางการ จึงให้ชาวเมืองอุบลราชธานี แสดงความคิดเห็นในการตั้งชื่อสะพาน เพื่อความมีส่วนร่วม ปรากฏว่าการตั้งชื่อสะพาน แยกความคิดเห็นเป็น 3 แนวทาง คือ

 

 

 

แนวทางตั้งชื่อสะพานทั้ง 3 แนวทาง ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างเต็มที่ แต่ยังหาข้อยุติไม่ได้ กำหนดการจะเปิดสะพานก็ใกล้เข้ามาทุกที จังหวัดจึงรวบรวมความเห็นทั้ง 3 แนวทาง ให้รัฐบาลตัดสินชี้ขาด รัฐบาลสมัยนั้น มีจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี กำลังต่อสู้กับลัทธิคอมมูนิสต์ ซึ่งเป็นการปกครองระบอบเผด็จการ แต่เขาเรียกลัทธิของเขาว่า ประชาธิปไตย อีกแบบหนึ่ง จอมพล ป. พิบูลสงคราม จึงรณรงค์ให้โลกรู้ว่า การปกครองของไทย เป็นการปกครองแบบ "เสรีประชาธิปไตย" (Free -Democracy) ทุกสิ่งทุกอย่างในประเทศไทย จะต้องเป็นเสรีประชาธิปไตย เพื่อต่อต้านระบอบเผด็จการของคอมมูนิสต์
แม้แต่ชื่อสะพานก็เป็น "สะพานเสรีประชาธิปโตย" การสร้างสะพานแห่งนี้ ดูเหมือนจะไม่มั่นคงแข็งแรง แต่ก็ดำรงคงอยู่คู่เมืองอุบลราชธานีเป็นเวลา 36 ปี จึงหมดอายุการใช้งาน จึงได้สร้างสะพานชื่อเดิมแต่สร้างใหม่ ณ สถานที่เดิม เปิดใช้ปี 2535 ซึ่งเป็นปีที่อุบลราชธานีอายุครบ 200 ปี คู่ขนานกับ "สะพานรัตนโกสินทร์ 200 ปี" จังหวัดอุบลราชธานี

ข้อแนะนำ : สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 6 อุบลราชธานี-สาละวัน จุดเชื่อมต่อเศรษฐกิจและมิตรภาพ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : วิกิพีเดีย และ guideubon

ขอบคุณเนื้อหา และสามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่: baanbaan.co
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: baanbaan
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: มยุริญ ผดผื่นคัน
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
โอ้โห!! ไปซื้อไอติม แล้วอยากเห็นหน้าพ่อค้า เปิดออกมา ไม่คิดว่าจะหล่อขนาดนี้!!ใครอ่ะหน้าคุ้นๆ! หนุ่มไปซื้อกล้องมือสองที่คลองถม พอเปิดเช็คดู เจอภาพเก่าหายาก ไอ้ย่ะ!นี่มัน"ทักษิณ"นี่ชาวเน็ตอึ้ง! "ต้น ธนษิต" ใส่ชุดนี้ออกงาน ไม่คิดว่าจะกล้าใส่ ให้กี่คะแนนดี?แซ่บไฟลุก!! "คริส หอวัง" ออกมาทวิต ประโยคสั้นๆ อ่านแล้วขนลุกมาก"อิลสลิก" เดือด!ท้า "ตูน บอดี้สแลม" ขึ้นมาประชันกันบนเวที ตัวต่อตัว ลั่น "กูเป็นนักกวีไม่ใช่นักวิ่ง!"(มีคลิป)เปิดวาร์ป!! หนุ่มหน้าใส เดินพิธีอิ่วเก้ง เทศกาลถือศีล ที่หาดใหญ่แชร์ว่อน ขับรถหรูลุยน้ำท่วม ชาวเน็ตบอก นี่มันลัมโบร์กินีรุ่นใหม่หรอ ไม่เคยเห็นมาก่อน !แนะนำหนังใหม่ฉายโรง 6-7 ตุลาคม 2565 โดราเอม่อน ร้อยขา แฮรี่4 ตั๋วรักสู่พาราไดซ์ ฯลฯ รวม 9 เรื่อง มีตัวอย่างหนังครบเขียดงู ไม่ใช่ทั้งงูและหนอน หรือแม้แต่เขียด แต่มีฟัน กัดได้และที่สำคัญ มีพิษด้วย!ลองใช้ AI ทำภาพสายไฟในบ้านเราให้เป็นงานศิลปะดู ทำไมมันออกมาดูหลอนๆแท้เด้อกินเจปีนี้ เจนี่ไปทานที่ไหนมาบ้าง"อมรัตน์" รับไหว้ "ศัลยา" ผู้เขียนบทละคร "บุพเพสันนิวาส" หลังชนะทั้งแพ่ง-อาญา
กระทู้อื่นๆในบอร์ด Review, HowTo, ท่องเที่ยว
รมว.กระทรวงทรัพยฯ วอนประชาชน งดเที่ยวอุทยานภาคเหนือ ที่มีน้ำตก-ป่า สั่งจนท.ปิดตามความเหมาะสม เนื่องจากกระแสฝนตกอย่างต่อเนื่องหวั่นความไม่ปลอดภัยเที่ยวฮอลแลนด์ Day 1“รมว.วราวุธ” ปลุกกระแสภาคการท่องเที่ยว ร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ ความเป็นกลางทางคาร์บอนการแต่งงานเwศเดียวกันถูกกฎหมายแล้วในคิวบา.
ตั้งกระทู้ใหม่