หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post แชร์ลิ้ง
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

สาวๆจ๋า รู้ก่อนไปทำงานที่ดูไบ

ภาพถ่ายโดย Aleksandar Pasaric: https://www.pexels.com/th-th/photo/823696/

 

ดูไบเป็นสถานที่ที่คนไทยคุ้ยเคยเพราะมี ตึกเบิร์จ ดูไบ หรือตึกเบิร์จคาลิฟา ที่มีชื่อเสียงและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (United Arab Emirates, UAE)  ด้วยความที่มีคนไทยไปที่นั่นมากทั้งไปท่องเที่ยวและแอบไปทำงาน เราจึงรู้จักดูไบมากกว่ากรุงอาบูดาบีซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เสียอีก

ในการเดินทางเข้าดูไบต้องดำเนินการขอ VISA ก่อน ดังนั้นคุณต้องระบุวัตถุประสงค์ของการเดินทางในการยื่นขอ VISA หากยื่นขอเป็นวีซ่าเยี่ยมเยือน (Visit Visa) หรือวีซ่าท่องเที่ยว (Tourist Visa) ก็คือไปท่องเที่ยวตามระยะเวลาที่ระบุไว้ในวีซ่า ไม่สามารถไปทำงานได้ หากมีวีซ่าเยี่ยมเยือนหรือท่องเที่ยวแล้วเข้าไปลักลอบทำงาน คือคุณได้กระทำผิดกฎหมายของประเทศยูเออี ตั้งแต่ต้น อาจถูกจับติดคุกไม่เกิน 3 เดือน แต่ปรับสูงถึง 10,000 ดีแรห์มและถูกเนรเทศออกจากประเทศ (1 ดีแรห์มสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ = 9.0944 บาทไทย)

แต่ถ้าจะไปทำงานที่ดูไบ ต้องขอวีซ่าทำงาน (Employment Visa) และเมื่อเดินทางไปถึงแล้ว จะต้องเซ็นสัญญาที่กระทรวงแรงงานของยูเออี ก่อนจะเซ็นต์สัญญาต้องตรวจสอบอัตราเงินเดือนสัญญาให้ถูกต้องก่อนว่าเป็นอัตราเดียวกับที่ได้เซ็นสัญญาไว้ที่กรุงเทพฯ หรือไม่ สัญญาจ้างจะทำไว้ 3 ชุด ชุดหนึ่งนายจ้างถือไว้ ชุดหนึ่งลูกจ้างถือไว้ อีกชุดหนึ่งเก็บไว้ที่กระทรวงแรงงาน หากนายจ้างไม่ให้สำเนาสัญญาจ้าง ลูกจ้างจะต้องทวงถามและเก็บไว้ที่ตัว 1 ชุด ตลอดระยะเวลาการทำงาน

หลังจากนั้นต้องติดตามให้นายจ้างทำบัตรประจำตัวคนงาน (Work Permit) หรือ Labour Card ให้ภายใน 60 วัน หากนายจ้างไม่ดำเนินการให้ ลูกจ้างจะต้องแจ้งให้กระทรวงแรงงานยูเออีทราบ เนื่องจากการทำงานโดยไม่มีบัตรประจำตัวคนงานจะผิดกฎหมาย บัตรประจำตัวคนงานนี้จะต้องถือติดตัวตลอดเวลา มีอายุ 3 ปี และจะต้องต่อภายใน 60 วันนับตั้งแต่วันหมดอายุ

ด้วยความที่แรงงานไทยเป็นที่ยอมรับของยูเออี โดยเฉพาะสาขางานภาคธุรกิจบริการ เช่น นวด/สปา พ่อครัว แม่ครัวไทย ฯลฯ จึงทำให้มีกระบวนการหลอกคนไทยว่าให้ไปทำงานที่ดูไบอยู่เรื่อย ๆ แต่เป็นการหลอกว่า ทำวีซ่าท่องเที่ยวไปแล้วไปเปลี่ยนเป็นวีซ่าทำงานก็จะสามารถทำงานได้ เมื่อเก็บเงินซักระยะก็จะมีเงินก้อนกลับมาสร้างตัวที่เมืองไทยได้ ทำให้มีคนไทยโดยเฉพาะสาวไทยถูกหลอกไปทำงานขายบริการ และร้องขอความช่วยเหลือจากเมืองไทยอยู่ตลอด ซึ่งสัญญาจ้างของแรงงานแบบนี้ ไม่ได้เป็นการรับรองจากสำนักงานแรงงาน หรือสถานเอกอัครราชทูตไทยของประเทศปลายทาง ทำให้เป็นช่องทางให้เกิดการถูกเอาเปรียบด้านแรงงาน นำไปสู่การขอยกเลิกสัญญาจ้างก่อนกำหนด ถูกปรับ และเกิดความเสียหายทั้งต่อแรงงานและนายจ้าง ดังที่ได้เห็นจากในข่าว

การที่ไปทำงานต่างประเทศได้ ต้องผ่านบริษัทที่ได้รับอนุญาตจัดหางานจากกรมการจัดหางาน มิใช่ใครก็ได้มาชักชวน หรือหลงเชื่อตามสื่อออนไลน์ว่าสามารถช่วยเหลือให้ไปทำงานที่ต่างประเทศได้ ซึ่งในการจะไปทำงานต่างประเทศแบบถูกกฎหมาย จะมีวิธีการอยู่ 5 วิธีคือ 1) กรมการจัดหางานเป็นผู้จัดส่ง 2) บริษัทจัดหางานจัดส่ง 3) นายจ้างในประเทศไทยพาลูกจ้างของตนไปทำงานต่างประเทศ 4) นายจ้างในประเทศไทยส่งลูกจ้างของตนไปฝึกงานในต่างประเทศ และ 5) คนหางานแจ้งการเดินทางไปทำงานต่างประเทศด้วยตัวเอง

ในการไปทำงานที่ยูเออีแบบถูกกฎหมาย นายจ้างจะต้องออกค่าเดินทางให้ ไม่มีคำว่าออกให้ก่อนผ่อนทีหลัง และนายจ้างต้องจัดหาที่พักและอาหารให้ตามที่กฎหมายแรงงานกำหนด มีอัตราเงินเดือนที่แน่นอนตามสัญญาจ้าง ไม่ใช่ได้ค่าจ้างเป็นค่าคอมมิชชั่น และที่สำคัญไม่มีค่าแทรคที่ตามในโซเชียลเรียกกัน

ก่อนที่จะไปทำงานที่ยูเออีต้องมีการตรวจโรคก่อน เนื่องจากหากพบว่าแรงงานคนใดเป็นโรคต้องห้าม จะไม่สามารถขอใบอนุญาตมีถิ่นพำนักในการทำงานได้ ซึ่งโรคต้องห้ามในประเทศยูเออี มี 5 โรคคือ โรคเอดส์ หรือโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง ((HIV/AIDs), วัณโรค (Tuberculosis: TB), โรคเรื้อน (Leprosy), โรคไวรัสตับอักเสบ (บี)และ(ซี) (Hepatitis B & C) 4 โรคนี้หากตรวจพบจะถูกเนรเทศและส่งตัวกลับประเทศทันที อีกโรคหนึ่งคือโรคซิฟิลิส (VDRL/TPHA, Syphilis) จะไม่ถูกเนรเทศแต่สามารถขอรับการรักษาโรคเพื่อขออนุญาตการมีถิ่นพำนักได้

ในประเทศยูเออีไม่มีอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ หากไม่มีทักษะฝีมือในด้านนั้นและไม่มีทักษะภาษาอังกฤษจะได้ค่าแรงที่ต่ำ หากจะไปทำงานนวด/สปา ต้องมีใบประกาศนียบัตรการนวดในต่างประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่ต้องการผู้ที่ผ่านการเรียนนวด 350 ชั่วโมงขึ้นไป ไม่ใช่ใครก็ได้ก็สามารถไปทำงานนวด/สปาที่ดูไบได้ หากมีคนชักชวนไปก็ต้องดูคุณสมบัติของตัวเองด้วย ว่ามีคุณสมบัติพร้อมและครบตามมาตรฐานที่กำหนดไว้หรือเปล่า

ในการที่จะไปทำงานที่ดูไบ พื้นฐานอันดับแรกคือ การสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ และในการหาตำแหน่งงานที่ว่าง ควรหาข้อมูลจากเว็บไซต์ของกรมการจัดหางาน www.doe.go.th/overseas หรือเว็บไซต์โดยตรงของบริษัทที่ดูไบ หรือเว็บไซต์จัดหางานที่นิยมทั่วโลกนั่นคือ Linkedin ซึ่งเราต้องเข้าใจและสื่อสารภาษาอังกฤษได้ระดับหนึ่ง หากยังไม่มีทักษะด้านนี้ก็รีบเรียนหรือเพิ่มพูนความรู้ให้กับตัวเองไว้ก่อน เพราะหากตั้งเป้าหมายที่จะไปทำงานต่างประเทศ คุณต้องสื่อสารภาษาต่างประเทศได้ ไม่งั้นคุณจะคุยกับลูกค้ารู้เรื่องได้อย่างไร หากใครบอกคุณว่าไม่ต้องรู้ภาษาก็ไปทำงานได้ ให้คิดไว้ก่อนว่าอาจถูกหลอก หรือถูกใช้แรงงานอย่างไม่เป็นธรรมไว้ก่อนได้เลย

หากคุณไปทำงานที่ดูไบอย่างถูกกฎหมาย คุณจะได้รับความคุ้มครองจากฎหมายแรงงานของประเทศยูเออีเป็นอย่างดี อาทิ ชั่วโมงทำงานของยูเออีคือ 8 ชั่วโมง/วัน หรือ 48 ชั่วโมง/สัปดาห์ ยกเว้นในภาคบริการเช่น โรงแรม ร้านอาหาร จะเป็น 9 ชั่วโมงต่อวัน หากทำงานเกินเวลาที่กำหนด จะได้เงินค่าล่วงเวลา (Over Time) 25% ของเงินเดือน และหากทำงานล่วงเวลาระหว่างเวลา 21.00-04.00 น. จะได้เงินค่าล่วงเวลา 50% ของเงินเดือนเฉลี่ยต่อวัน

วันหยุดราชการของยูเออีคือวันศุกร์และวันเสาร์ ในทุกวันศุกร์จะเป็นวันหยุดประจำสัปดาห์ หากนายจ้างให้คุณทำงานในวันศุกร์ จะต้องชดเชยวันหยุดให้ 1 วัน และนายจ้างต้องจ่ายเงินตามชั่วโมงทำงานปกติให้ และบวกค่าล่วงเวลาให้คุณอีก 50% ของเงินเดือน

ในระยะเวลาทำงาน 1 ปีจะมีวันหยุดตามวันหยุดของทางการท้องถิ่นจำนวน 10 วัน เมื่อคุณทำงานครบ 1 ปีและไม่ลาออกจากงาน คุณมีสิทธิลาหยุดประจำปีได้ 30 วัน แต่ถ้าคุณไม่ลาหยุดประจำปีตามสิทธิ ก็จะได้รับเงินโบนัสเพิ่มอีก 1 เดือน

ในช่วงทดลองงาน หากคุณลาป่วยจะไม่ได้เงินเดือน/ค่าจ้างในวันที่ลา แต่เมื่อพ้นช่วงทดลองงานแล้ว หากต้องหยุดงานเนื่องจากเจ็บป่วยและมีใบรับรองแพทย์ คุณจะไม่ถูกหักเงินเดือน และหากคุณทำงานติดต่อกันมาแล้ว 3 เดือน จะได้สิทธิลาป่วยไม่เกิน 90 วัน (หมายถึงกรณีที่รักษาในโรงพยาบาลหรืออยู่ในระยะพักฟื้น) โดย 15 วันแรกได้รับเงินเดือน/ค่าจ้างเต็มอีก 30 วัน ต่อมาได้รับเงินเดือนครึ่งหนึ่งและอีก 45 วันที่เหลือจะไม่ได้รับเงินเดือน

การบอกเลิกสัญญาทำงาน

- ถ้าสัญญาที่คุณทำกับนายจ้างเป็นสัญญาไม่ระบุระยะเวลา นายจ้างและคุณจะบอกเลิกสัญญาเมื่อใดก็ได้แต่ต้องแจ้งให้อีกฝ่ายทราบก่อนล่วงหน้า 1 เดือน หากไม่แจ้งล่วงหน้า ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะต้องจ่ายค่าชดเชยให้อีกฝ่ายเป็นเงินเดือน 1 เดือน

- ถ้านายจ้างบอกเลิกสัญญาคุณก่อนสัญญาหมดอายุ นายจ้างจะต้องจ่ายเงินชดเชยให้แต่ไม่เกินเงินเดือน 3 เดือน

- ถ้าคุณต้องการลาออกจากงานก่อนหมดสัญญา คุณต้องจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินกลับเองและจ่ายค่าเสียหายให้นายจ้างเท่ากับเงินเดือน 1 เดือนครึ่ง (45 วัน) หากคุณไม่มีเงินจ่ายค่าชดเชยนี้ จะต้องทำงานให้นายจ้างโดยไม่ได้รับเงินเดือนเป็นเวลา 45 วัน

- หากคุณทำงานครบกำหนดเวลาตามสัญญาและไม่ต้องการต่อสัญญา นายจ้างจะต้องรับผิดชอบค่าตั๋วเครื่องบินกลับประเทศไทยให้แก่คุณ และนายจ้างต้องจ่ายเงินโบนัส ที่เรียกว่าเงินรางวัลสิ้นสุดการทำงาน จำนวน 21 วันของเงินเดือนให้

แต่ถ้าคุณได้ไปทำงานอยู่ที่ดูไบแล้ว เจอปัญหาในการทำงาน หรือไม่ได้รับความเป็นธรรมจากนายจ้าง เช่น ไม่ได้รับเงินเดือนตามสัญญาจ้าง ไม่ได้รับเงินค่าล่วงเวลา นายจ้างไม่จ่ายเงินเดือนตามกำหนดเวลาที่ตกลงกันไว้ หรือต้องการลาออกจากงานก่อนครบกำหนดสัญญาจ้าง ช่องทางที่สามารถทำได้คือ ไปติดต่อที่กระทรวงแรงงาน (Ministry Of Labour) ของแต่ละรัฐที่คุณทำงานอยู่ (ที่อยู่กระทรวงแรงงานของแต่ละรัฐอยู่ในเว็บไซต์ http://www.mol.gov.ae หรือ Toll Free Call: 800665) และอย่าลืมนำเอกสารสำคัญไปด้วยนั่นคือ สำเนาบัตรประจำตัว (Labour Card) และสำเนาหนังสือเดินทาง (Passport) สิ่งสำคัญคือ คุณต้องจำชื่อและข้อมูลของบริษัทที่คุณทำงานและที่อยู่ให้ชัดเจน รวมถึงหมายเลขโทรศัพท์ของนายจ้างที่เจ้าหน้าที่จะสามารถติดต่อได้ หากจำสถานที่อยู่ของบริษัทไม่ได้ อาจวาดเป็นแผนที่หรือเสริชในกูเกิ้ลแมพ แล้วบันทึกเป็นรูปภาพไว้ก็ได้

หรือติดต่อฝ่ายแรงงานประจำสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ Office of Labour Affairs, Royal Thai Embassy, Villas No.1&2, Plot No. B7, South 22, Between two Bridges, P.O. Box 47466 โทรศัพท์ (+971) 2557-6833, 2557-6844 E-mail : thailabouruae@gmail.com

แต่ถ้าคุณถูกหลอกไปทำงาน หรือเข้าเมืองแบบผิดกฎหมาย หรือถูกทำร้ายร่างกาย สามารถเข้าไปขอความช่วยเหลือได้ที่ สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ Villa 35, Street No. 16, Community 366 Umm Suqeim 3, P.O. Box 51844 โทรศัพท์ (+971) 4 348 9550 ต่อ 18, 31, 32 โทรสาร (+971) 4 348 8568 E-mail : thaidub@gmail.com, thaidub@emirates.net.ae

ฉะนั้นอันดับแรกก่อนที่จะไปทำงานที่ดูไบ คุณต้องหาข้อมูลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นสถานทูตไทยที่กรุงอาบูดาบี กระทรวงแรงงาน สถานีตำรวจ โดยค้นหาข้อมูลไม่ว่าจะเป็นชื่อสถานที่(ภาษาอังกฤษ) ที่อยู่ พิกัดที่ตั้ง เบอร์โทรติดต่อ E-mail เว็บไซต์หรือเฟสบุ๊ค โดยจดหรือปรินท์ใส่กระดาษไว้ หรือเซฟไว้ในโทรศัพท์มือถือ หากเกิดเหตุการณ์ที่ถูกหลอกหรือถูกทำร้ายหรือได้รับความไม่เป็นธรรม จะได้มีช่องทางติดต่อกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอความช่วยเหลือได้

อีกทางหนึ่งก็คือ อย่าขาดการติดต่อสื่อสารกับญาติและเพื่อนที่อยู่เมืองไทย ควรให้ข้อมูลสำคัญไว้กับเขาด้วย เช่น ภาพถ่ายหน้าพาสปอต ที่อยู่บริษัทที่ทำงาน ภาพถ่ายหน้าร้านที่ทำงาน ชื่อบริษัทที่ทำงาน ชื่อและเบอร์โทรศัพท์ของนายจ้าง ชื่อและเฟสบุ๊คของเพื่อนร่วมงาน เพราะหากเกิดเหตุการณ์ที่รุนแรงขึ้น ให้รีบติดต่อญาติหรือเพื่อนที่เมืองไทย แจ้งข้อมูลของตนเองในดูไบ ส่งให้กับหน่วยงานดีเอสไอ ที่สายด่วน 1202 เพื่อให้ประสานกับทางสถานทูตไทยที่กรุงอาบูดาบีให้ไปช่วยเหลือ

ฉะนั้น การที่คิดว่าจะไปทำงานที่ดูไบโดยคำชักชวนของคนที่รู้จัก ให้จ่ายเงินล่วงหน้าเพื่อให้ได้งาน แล้วทำงานเก็บเงินกลับมาเมืองไทย โดยที่เราไม่ได้มีคุณสมบัติหรือมีทักษะแรงงานในสาขาที่เขาต้องการ หรือไม่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ เป็นการเพ้อฝันและเป็นการเสียรู้กลโกงของมิจฉาชีพที่จ้องจะเอาเปรียบคนที่ลำบากอยู่แล้ว การไปท่องเที่ยวแล้วลักลอบทำงานหรือมาขายบริการทางเพศที่เมืองดูไบ ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย หากถูกจับต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายของยูเออี และต้องรับผิดชอบค่าตั๋วเครื่องบินกลับและค่ากักตัวด้วยตนเองอีกด้วย แถมยังต้องได้รับความทุกข์ทรมานในต่างแดน อับอาย และเป็นตราบาปไปตลอดชีวิต

 

ภาพถ่ายโดย Aleksandar Pasaric: https://www.pexels.com/th-th/photo/823696/

เนื้อหาโดย: vivianwang
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: vivianwang
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
10 VOTES (5/5 จาก 2 คน)
VOTED: maddog2565, impish
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
'จังหวัดที่คนมีความสุขมากที่สุดในประเทศ'พนักงานหนุ่มใจสั่น หลังเห็นหลังขาวๆของเพื่อนร่วมงาน"ชาวลอนดอน" วอน "คิงชาร์ลส์" ซื้อคืนหลังจีนซื้อที่ดิน "ปราสาททาวเวอร์ออฟลอนดอน ใน"อังกฤษ หวังสร้างเป็นสถานทูตจีนภาพเก่านางเงือกสงขลา เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๑'เงินบาท' หนึ่งในสกุลเงินที่ถูกใช้มากที่สุดในโลกโป๊ะแตก! "กลางรายการ" เน็ตไอดอลสาว "พูดได้ 8 ภาษา" พิธีกรถาม How old are you? กับตอบ I am fine.สยอง! คนงานก่อสร้างเจออนาคอนด้ายักษ์ ตัวใหญ่ยาวมหึมา ในบราซิลเจอ"อนาคอนด้ายักษ์" ยาว ถึง10 เมตรอย่าหาทำมันบาป! "ตั๊ก บงกช" จวกผู้หญิงที่มาอ่อย "เจ้าสัวบุญชัย" ไร้ศีลธรรม
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
คอมเม้นชาวญี่ปุ่นต่อเงินเดือนของคนไทย!!'จุลจักร จักรพงษ์' ศิลปินไทยคนแรกบนชาร์ตเพลงBillboardเคล็ดลับบูชาเจ้าแม่กวนอิม อย่างไรให้สัมฤทธิ์ผล และข้อห้ามมีอะไรบ้าง'ท่าอากาศยานดอนเมือง' สนามบินที่เก่าแก่ที่สุดในเอเชีย
ตั้งกระทู้ใหม่