หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post แชร์ลิ้ง
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
ตรวจหวย - ผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 16 สิงหาคม 2565 รางวัลที่1 331583
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

กลไกตลาด…เครื่องมือสำคัญถ่วงดุลปรับขึ้น-ลง ราคาสินค้าและอาหาร

ช่วงนี้ผู้บริโภคได้รับข่าวดีพอสมควรทั้งราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ลดลงได้เห็นต่ำกว่า 100 เหรียญสหรัฐต่อบาเรลบ้าง หลังยืนแข็งแบบไม่สะทกสะท้านเกินกว่า 110 เหรียญ มาตั้งแต่รัสเซียบุกยูเครน ขณะที่รายงานของกรมการค้าภายใน ชี้ว่า ราคาเนื้อหมูและเนื้อไก่ ปัจจุบันปรับตัวลดลงมาบ้างแล้ว และอยู่ในสถานการณ์ที่ทรงตัว..ซึ่งไม่แน่ใจว่าประเด็นนี้ภาครัฐประเมินสถานการณ์เพื่อผลทางจิตวิทยาให้ผู้บริโภคผ่อนคลายจากความเครียด หลังกระแสกองทัพสินค้าเดินแถวขอปรับขึ้นราคา ส่งผลโดยตรงต่อชีวิตความเป็นอยู่และภาระค่าครองชีพประชาชน แท้จริงกรมฯ ควรยกความดีให้กับกลไกตลาดที่ปรับสมดุลราคาระหว่างความต้องการกับการผลิต

หากเป็นข้อเท็จจริงตามที่กรมฯ สื่อสาร ว่าได้หารือกับผู้ประกอบการและผู้ผลิตรายใหญ่อย่างต่อเนื่อง เพื่อหาทางออกร่วมกันในการกำหนดราคาสินค้าให้สอดคล้องกับราคาต้นทุนและช่วยลดค่าครองชีพของประชาชนโดยเร็วที่สุด ซึ่งหลังจากนี้ราคาเนื้อหมูและเนื้อไก่จะทยอยปรับราคาลดลงอีก…ชัวร์??? ผู้ประกอบการรายใหญ่ไม่สามารถตอบแทนเกษตรกรรายเล็กได้ จริงอยู่รายใหญ่มีต้นทุนที่แข่งขันได้และมีการบริหารจัดการที่ดี หากรายเล็กชีวิตต้องเดินต่อไป ที่สำคัญหมูรอบใหม่เพิ่งจะนำเข้าเลี้ยงได้ไม่นาน ก็เรียกรายใหญ่มาหารือเพื่อดึงราคาให้ต่ำลง คือ ความร่วมมือที่เป็นไปได้ แต่รายเล็กจะอยู่ได้ไหมถ้าต้องขายขาดทุน เหมือนขาดอากาศหายใจ มาตรการช่วยเหลือปัจจัยการผลิตหรืองบประมาณสนับสนุนให้เท่าไร???

ขอตั้งคำถาม ว่า อะไรคือราคาที่เป็นธรรมสำหรับเกษตรกรและผู้บริโภค หลายคนอาจกังขา…ผู้บริโภคคือคนส่วนใหญ่ของประเทศต้องรักษาไว้ ขณะนี้เกษตรกรเป็นคนกลุ่มน้อยแต่สวมหมวก 2 ใบ ในฐานะผู้บริโภคและผู้ผลิตที่มีแบกทั้งภาระค่าครองชีพและต้นทุนวัตถุดิบสูงไปพร้อมกัน เราควรสนับสนุนเกษตรกรหรือผู้บริโภค เลือกใครดี???

คำถามต่อเนื่อง คือ มาตรการควบคุมหรือตรึงราคา ช่วยแก้ปัญหาให้ภาคประชาชนได้จริงหรือ??? หยิกเล็บก็เจ็บเนื้อ เพราะทุกคนคือประชาชน หลักเศรษฐศาสาตร์พื้นฐานสำคัญ คือ กลไกตลาด ทำงานตามอุปสงค์ (Demand) และ อุปทาน (Supply) ที่วันนี้ที่บอกว่าคุมราคาอยู่ ตรึงราคาได้ แต่สินค้าหลายรายการปรับขึ้นไปแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว เพราะการตรวจตลาดเพ่งเล็งสินค้าที่อยู่ในบัญชีควบคุมเป็นหลัก ตกหนักที่คนกลุ่มนี้ ทั้งที่รัฐผ่านประสบการณ์มาก็มาก เมื่อไม่ให้ขึ้นก็ปรับลดลงขนาดลง หนักเข้าต้องกักตุนเพราะขายก็ขาดทุนเพื่อ…เห็นอนาคตอยู่ตรงหน้า

ช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา ได้อ่านรายงานข่าวของสำนักหนึ่งที่อ้างถึง รศ.ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ได้ให้แนวคิดที่เป็นเหตุเป็นผลตามหลักวิชาการ ไว้อย่างน่าสนใจและเกี่ยวข้องกับความสำคัญของกลไกตลาด ว่า รัฐบาลควรเลิกคุมราคาอาหาร เพราะเป็นการทำลายแรงจูงใจของเกษตรกรและผู้ผลิตอาหารในการขยายการผลิต จำเป็นต้องท่องสูตร “ราคาแพง ดีกว่าขาดตลาด” เพราะราคาสินค้าแพง เกษตรกรจะมีแรงจูงใจเพิ่มการผลิตอย่างรวดเร็วและราคาสินค้าก็จะลดลงเองตามธรรมชาติเมื่อผลผลิตเพิ่มขึ้น หากรัฐบาลยิ่งควบคุมราคาการผลิต เกษตรกรก็จะไม่มีแรงจูงใจเพราะทำแล้วไม่ได้กำไรและหยุดการผลิตในที่สุด ซึ่งสินค้าอุปโภคก็ไม่แตกต่างกัน…

ล่าสุด ผู้ผลิตไข่ไก่ประกาศราคาแนะนำไข่คละหน้าฟาร์มจาก 3.40 บาท/ฟอง เป็น 3.50 บาท/ฟอง มีผลตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม 2565 ซึ่งเป็นการปรับเพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุน ปริมาณผลผลิต และราคาอาหารสัตว์ที่ปรับขึ้น กลไกตลาดเริ่มดีขึ้นกำลังซื้อเริ่มกลับมา แต่ยังไม่มาก แต่ครั้งนี้ ผู้บริโภครับรู้และเข้าใจถึงภาคต้นทุนวัตถุดิบของเกษตรกรมากขึ้น และยืนยันที่จะกินเมนูไข่ต่อไป ขณะที่กรมการค้าภายใน ระบุว่า ราคาดังกล่าวเป็นราคาที่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง และเป็นการขึ้นตามกลไกตลาด เนื่องจากปริมาณไข่ในระบบปรับลดลง หากปรับราคาขึ้นไปแล้ว ขายไม่ได้ ก็จะปรับราคาลงมาเอง หากกำลังซื้อยังดี แต่ปริมาณไข่มีน้อย อาจปรับราคาเพิ่มขึ้นตามกลไกตลาด

ถ้าคำตอบของคำถามคาใจ คือ กลไกตลาด ก็อยากให้เครื่องมือนี้ทำงานให้สมบูรณ์สักครั้ง โดยรัฐเป็นกรรมการอยู่สนามพร้อมเป่านกหวีด หากธรรมชาติของกลไกตลาดทำงานผิดพลาด ก็สามารถยกเลิกกับไปใช้มาตรการคุมเข้มได้ แต่ถ้าราคาสินค้าปรับขึ้น-ลง ตามกลไกต้องปล่อยไหลให้ฟันเฟืองทำงานให้ครบลูป ก็น่าจะนำมาปฏิบัติได้…ขอเชียร์กลไหตลาด 100%

หันมาดูราคาเนื้อสัตว์ เช่นราคาสุกรหน้าฟาร์มยืน 100 มาเป็นพระที่ 11 แล้ว ขณะที่ราคาเนื้อแดงที่ตลาดสดปรับลดลงจาก 200 บาท/กก. เหลือประมาณ 180-190 บาท/กก. เพราะความต้องการลดลง ส่วนเนื้อไก่หน้าฟาร์ม 40 บาท/กก. ราคาเนื้อหน้าอกที่เคยสูงสุด 100 บาท/กก วันนี้เหลือ 85-90 บาท/กก. เพราะส่งออกลดลง เห็นชัดว่าเครื่องมือสำคัญในการถ่วงดุลราคาสินค้าคือ “กลไกตลาด” ความต้องการมาก สินค้าน้อยราคาสูง แต่เมื่อไหร่ก็ตามความต้องการน้อย สินค้ามีมากราคาลด สำคัญคือต้องสมดุลและเพียงพอ โดยไม่มีผู้ใดเดือดร้อน

เนื้อหาโดย: Wichit Wcm
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: Wichit Wcm
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
รวมความขำ..ตลกๆ..ฮาขี้แตก!!แม่ค้าสู้ชีวิต ไลฟ์ขายเสื้อ ท้าทายลูกค้า สุดท้าย ต้องเต้นรัวๆ ไม่ได้ขายสักตัวทักษิณเลื่อนวันหยุด 31 ธ.ค.46 เพื่อเลี่ยงภาษีคนละครึ่งเฟส 5 ลงทะเบียนเสร็จแล้ว ต้องทำยังไงต่อ ถึงได้เงิน 800ชาวเน็ตถล่ม!! สาวโพสต์อวด เด็กบ้านนอก 3 เดือนทำเงิน 15 ล้านไม่รอด!! "ดีเจแมน-ใบเตย" ปม Forex-3D อัยการเห็นควรดำเนินคดีเพิ่มถ้าเป็นนายกฯที่ดี ทำไมจะอยู่เกิน 8 ปีไม่ได้?หนุ่มสุดงง!! ส่งไอแพตให้เด็ก 5 ขวบ สุดท้ายถูกตีกลับ แม่เด็กบอก "ของเก่า"เปิดที่มาแชร์ลูกโซ่ "Forex" เริ่มต้นจากเด็ก 17 สู่ เสียหาย 2,500 ล้านรีบเข้าด่วน! "คนละครึ่งเฟส5" กดยืนยันรับสิทธิ ได้แล้ว8 ปีที่รอคอย ไทยคว้ามงแรก MISS GALAXY DOLL 2022"โคตะ" vs "บัวขาว" แข่งกันเบ่งกล้ามโชว์ ก่อนขึ้นชกบนสังเวียนนี่คือเหตุผลว่าทำไมการนอนหลับเปิดพัดลมถึงทำให้คุณเหมือนตๅยทั้งเป็นได้ผู้เสียหายร้อง สคบ. ถูกเซลล์​หลอกขายรถ ดอกเบี้ยบานเท่าตัว
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
สวยและรวยมาก "แพร์รี่" ไพรวัลย์ โอนเงินสด 3.6 ล้านบาท ซื้อรถหรู"แก้มบุ๋ม" แจงด่วน! คดี Forex-3D "หนูได้โกงเงิน" หลังมีชื่อซ้ำในข่าว"บิ๊กตู่" ไฟเขียว ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน⁣ มีผล 1 ต.ค.หลุดว่อน!! คลิปนายกฯหญิง "ฟินแลนด์" เต้นกระจาย แบบไม่รักษาภาพลักษณ์
ตั้งกระทู้ใหม่