หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post แชร์ลิ้ง
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

วิธีการทรมานมนุษย์ด้วย “หยดน้ำ” ที่สามารถทำให้คนวิกลจริตได้ ภายใน 20 ชั่วโมง!!

Chinese Water Torture: วิธีการทรมานมนุษย์ด้วย “หยดน้ำ” ที่สามารถทำให้คนวิกลจริตได้ ภายใน 20 ชั่วโมง!!


นี่คือหนึ่งในวิธีการทรมานเหยื่อ นักโทษ หรือเชลย โดยใช้น้ำที่เย็นหรืออุ่นๆ หยดลงใส่ศีรษะหรือบริเวณใบหน้าของพวกเขา เพื่อเป็นลงโทษ หรือบังคับให้เหยื่อยอมให้ความร่วมมือ


ซึ่งถ้าคิดตามแบบผิวเผิน เราอาจจะคิดว่า เป็นวิธีที่ไม่ได้รุนแรงอะไรนัก แต่เชื่อหรือไม่! วิธีนี้การทรมานแบบนี้ กลับสามารถทำให้ผู้คนที่ตกเป็นเหยื่อ กลายเป็นคนวิกลจริตได้ในเวลาอันสั้น


ผู้ที่คิดวิธี Chinese water torture นั้นคือ Hippolytus de Marsiliis ซึ่งเป็นศาสตราจารย์ทางกฎหมายของอิตาลี ได้คิดค้นเอาไว้เมื่อช่วงศตวรรษที่ 15 โดยสังเกตจากหินที่กร่อนลงจนกลายเป็นโพรง จากการโดนน้ำหยดใส่อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเขาได้คิดค้นวิธีนี้เอาไว้เพื่อลงโทษ หรือทรมานเหยื่อ เพื่อบีบบังคับให้เหยื่อยินยอมให้ความร่วมมือ


การทรมาน แบบ Chinese water นี้ จะจับเหยื่อมัดให้ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ จากนั้นจะใช้ภาชนะ บรรจุน้ำเย็นเอาไว้ด้านบนของเหยื่อ จากนั้นก็จะปล่อยให้น้ำในภาชนะ หยดลงมาใส่ศีรษะหรือหน้าผาก ต่อเนื่องไปเรื่อยๆ อย่างช้าๆ และไม่เป็นจังหวะ


ซึ่งว่ากันว่า การทรมานด้วยหยดน้ำลงบนศีรษะเหยื่อแบบนี้ เป็นวิธีที่ทรมานที่สุดวิธีหนึ่งในยุคนั้น และส่งผลกระทบต่อจิตใจเหยื่อเป็นอย่างมาก ถึงขั้นที่ทำให้เหยื่อหลายๆ คนที่โดนทรมานด้วยวิธีนี้กลายเป็นคนเสียสติ จิตหลอน และส่งผลกระทบระยะยาวต่อจิตใจของเหยื่อ


สงสัยไหมครับ ว่าแค่หยดน้ำเล็กๆ แค่นี้ ทำไมถึงส่งผลร้ายได้มากขนาดนั้น?

 

จากหลักฐานถึงผลลัพธ์ ด้วยวิธีการทรมานรูปแบบนี้ในอดีตนั้น ค่อนข้างหาได้ยากมากๆ จึงส่งผลให้มีการทดลองในยุคปัจจุบัน โดยรายการ MythBusters ขึ้นเมื่อปี 2003 ซึ่งผลลัพธ์จากการทดสอบของพวกเขานั้น สรุปได้ว่า


หากน้ำหยดลงมาอย่างต่อเนื่องในบรรยากาศแบบสบายๆ สิ่งนี้จะไม่กระทบกระเทือนจิตใจของมนุษย์ทั่วไปได้ มิหนำซ้ำยังสามารถฝึกสมาธิให้กับผู้เข้าทดสอบได้เป็นอย่างดีอีกด้วย


แต่หากผู้เข้าทดสอบ ถูกจำกัดพื้นที่ให้อยู่ในท่าทางที่ขยับเขยื้อนไม่ได้ พร้อมกับจังหวะการหยดของน้ำ ที่ไม่สม่ำเสมอและคาดเดาไม่ได้แล้วล่ะก็... สามารถทำให้ผู้เข้าทดสอบนั้น รู้สึกคลุ้มคลั่ง และเสียสติได้ภายใน 20 ชั่วโมง


เนื่องจากสมองของมนุษย์ จะสร้างรูปแบบจังหวะการหยดน้ำขึ้นมาเองอัตโนมัติ หากรูปแบบการหยดของน้ำที่เกิดขึ้นจริงๆ นั้นไม่เป็นไปตามจังหวะที่สมองสร้างเอาไว้ จะส่งผลให้เกิดความรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาในจิตใจ และสร้างความวิตกกังลงขึ้นกับหยดน้ำ หยดต่อไปที่จะตกลงมา เนื่องจากไม่สามารถเดาจังหวะต่อไปของหยดน้ำได้


และเมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นต่อเนื่อง ความวิตกกังวลที่หยดน้ำไม่หยดลงมาเป็นไปตามจังหวะที่สมองคิดนั้น จะค่อยๆ สร้างความทุกข์ทรมานมากขึ้นเรื่อยๆ ในจิตใจ จนกลายเป็นความหวาดระแวง จากปัจจัยที่ ภายในจิตใจนั้นจะเริ่มเกิดความรู้สึก “คาดเดาและควบคุมไม่ได้” และต่อมาผู้ที่ถูกทรมานก็จะเริ่มรู้สึกว่า “ตัวของเขานั้น ไม่สามารถเชื่อใจความคิดในสมองได้อีกต่อไป”


ต่อจากนั้น สมองก็จะเริ่มสร้างแนวความคิดอื่นๆ ที่จะค่อยๆ หลุดออกจากความเป็นจริงเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากความหวาดกลัว ที่พัฒนามาจากความหวาดระแวง และเมื่อสมองต้องสร้างแนวคิดแบบนี้ไปเรื่อยๆ ตามระยะเวลาที่ถูกทรมาน สมองของพวกเขาจะเริ่มสร้างภาพหลอนขึ้นมาเองอย่างอัตโนมัติ


และนั่นก็แปลว่า ในความคิดของผู้ที่ถูกทรมานนั้น ได้หลุดออกจากโลกแห่งความเป็นจริง และได้กลายเป็นคนวิกลจริตในที่สุด


คำถามต่อจากนั้นคือ การทรมานแบบนี้สร้างประโยชน์อะไรต่อผู้ลงมือทรมานเหยื่อ?


สิ่งที่เลวร้ายที่สุดของการทรมาน คือเจตนาของผู้ทรมาน ว่าพวกเขามีจุดประสงค์อย่างไรในการทรมานเหยื่อ? บางครั้งการทรมานก็ตอบสนองผู้ลงมือได้เพียงแค่ความสนุก และความสะใจ ในบางครั้ง การการทรมานก็เป็นการบีบคั้นให้เหยื่อยินยอมให้ความร่วมมือ แม้วิธีการนั้น จะสร้างปัญหาทางให้แก่เหยื่อในระยะยาวก็ตาม


บ่อยครั้ง ที่ผู้ตกเป็นเหยื่อของการทรมานและการทารุณกรรม มักตกอยู่ในสภาวะ Dissociative Identity Disorder (โรคหลายบุคลิก) ที่เกิดขึ้นจากความบอบช้ำจากการถูกทรมาน จิตใจของพวกเขานั้นหลุดออกจากร่างกาย และบางครั้งถึงกับสร้างตัวตนใหม่ หรือบุคลิกภาพที่แตกต่างออกไปจากเดิม เพื่อรับมือกับความทรงจำที่โหดร้ายเหล่านั้น


ผลกระทบที่น่าเศร้าอีกอย่างหนึ่งจากการถูกทรมานก็คือ จิตใจของเหยื่อเริ่มเปลี่ยนไปจนกลายเป็นว่า ผู้ลงมือทรมานพวกเขา กลายเป็นผู้ช่วยชีวิต ในกรณีที่ผู้ลงมือทรมานใช้วิธีปล่อยให้โดนทรมาน และคั่นจังหวะทรมานโดยทำให้เหยื่อรู้สึกสบายขึ้นนิดนึง ช่วงระยะสั้นๆ

** ยกตัวอย่างเช่น การทรมานเหยื่อโดยการจับใส่กล่องที่แคบ เล็ก อากาศร้อน และไม่มีอากาศหายใจ เมื่อผู้ลงมือทรมานเห็นว่าเหยื่อกำลังจะขาดอากาศหายใจตาย ก็จะเข้ามาเปิดกล่อง เพื่อให้เหยื่อหายใจได้อีกครั้ง พร้อมกับเสนอข้อแลกเปลี่ยนให้เลิกทรมาน เมื่อเหยื่อไม่ยอม ก็จะปิดกล่องไปอีกครั้ง

ซึ่งการเปิดๆ ปิดๆ กล่องแบบนี้ จะถูกกระทำวนซ้ำไปเรื่อยๆ กระทั่งจิตใจของเหยื่อเริ่มเปลี่ยนไปจนรู้สึกว่า เมื่อผู้ทรมานเข้ามาเปิดกล่อง ก็จะเหมือนพวกเขาได้ถูกช่วยชีวิตเอาไว้ จนกลายเป็นเกิดความรู้สึกดีๆ ให้กับผู้เปิดกล่อง (ทั้งๆ ที่เป็นคนลงมือทรมานแท้ๆ)

สุดท้ายพวกเขาก็จะยอมตกลง และให้ความร่วมมือในที่สุด

ป.ล. ชื่อการทรมานแบบ Chinese water นั้นไม่ได้เกี่ยวอะไรกับจีน แต่เป็นชื่อที่ Hippolytus de Marsiliis ได้สร้างขึ้น เพื่อให้ดูลึกลับ และน่ากลัวเฉยๆ

ป.ล.2 แก้ไขข้อมูลจากคำว่า Dissociative Disorder เป็น Dissociative Identity Disorder นะครับ

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: จ่าฝูง หมาจรจัด
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
20 VOTES (5/5 จาก 4 คน)
VOTED: thecrow13, Fruit Ball, iDontCookIdontClean, kurenai
กระทู้ที่มีคอมเม้นต์ล่าสุด
"เอ ศุภชัย" ผอมมากจนเกือบจำไม่ได้ !!
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ไก่ทอดเจ้าดังต้องสะเทือน เมื่อเจอไก่ทอดเจ้านี้ขำ ขำ ฮา ฮาสารเคมีตัวร้าย!!! วัดใจความรู้ของมนุษย์กับอันตรายของสาร DHMO ท่ามกลางการสื่อสารที่ผิดเพี้ยนนักท่องเที่ยวจีนดับหมู่ หลังเจอน้ำป่าไหลหลากคุณรู้หรือไม..สิ่งมีชีวิตที่ใหญ่ที่สุดในโลก ไม่ใช่ “วาฬ” แต่มันคือ “เห็ด”แม่เดือด หมอตบหน้าลูกชายวัย 3 ขวบ ลั่นบอกโดนเด็กด่า แถมไล่กลับไม่ต้องมาให้รักษาอีก‼️"จุรินทร์" เสียงสั่นน้ำตาคลอ หวังคนใต้ให้โอกาส "ประชาธิปัตย์" อีกครั้งจากชุมคลองเตย ผุดโครงการ สมาร์ท คอมมูนิตี้ ใจกลางเมือง
ขำ ขำ ฮา ฮากู้ภัยขี่มอเตอร์ไซค์พร้อมศพกว่า 3กิโล นำออกจากป่าหลังจากสูญหาย!!เรื่องของหญิงชาวญี่ปุ่นผู้ที่ชื่นชอบตัวเงินตัวทองเป็นชีวิตจิตใจ!หัวเราะ!! ขำๆ วันหยุด!!
ตั้งกระทู้ใหม่